วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569
ไทยติดโควิดแค่ 3,649 ราย รักษาหายเกินครึ่งหมื่น ตาย 24 ศพ อาการหนัก 901 ใส่ท่อหายใจ 438 คน กทม.ติดเชื้อ-ป่วยปอดอักเสบสูงสุดของประเทศ สธ.ชี้โควิดไทยดีขึ้นมากใกล้เป็นโรคประจำถิ่นแต่สถานประกอบการยังต้องเข้มมาตรการโควิดฟรี เซ็ตติ้ง ต่อเนื่อง“อนุทิน” ชี้ไม่บังคับใส่แมส ให้ปชช.ประเมินความเสี่ยงด้วยตัวเอง ขณะที่รัฐบาลย้ำ1 มิถุนายน เลิกกักตัวทุกรูปแบบ คนไทยเข้าประเทศไม่ต้องลงทะเบียนไทยแลนด์พาส
เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 (ศบค.) รายงานภาพรวมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19ในประเทศไทย โดยจำนวนผู้ติดเชื้อ ผู้เสียชีวิตลดลงต่อเนื่อง โดยกรุงเทพมหานครเป็นจังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดในประเทศต่อเนื่องติดเชื้อเพิ่ม3,649-หายป่วย5,622คน
ศบค.ระบุว่า ไทยพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 3,649 คน จำแนกเป็นผู้ป่วยรายใหม่ 3,623 ราย ค้นหาเชิงรุกในชุมชน 5 ราย ติดเชื้อผู้เดินทางต่างประเทศ 2 ราย จากประเทศญี่ปุ่น และติดเชื้อในเรือนจำ/ที่ต้องขังเพิ่ม 19 ราย ติดเชื้อเข้าข่ายจากการตรวจด้วย ATK จำนวน 5,112 คน ผู้ป่วยยืนยันสะสม 2,219,213 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 4,442,648 ราย รักษาหายป่วยเพิ่มอีก 5,622 ราย หายป่วยสะสม 2,199,445 ราย หายป่วยสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 4,367,939 ราย
ตาย24-โคมา901-ใส่ท่อ438คน
ส่วนผู้เสียชีวิตมี 24 คน เสียชีวิตสะสม 8,274 คน เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ปี 2563 รวม 29,972 คน ส่วนผู้ป่วยรักษาอยู่ 44,737 ราย แบ่งเป็นรักษาในโรงพยาบาล 17,849 ราย โรงพยาบาลสนามและอื่นๆ 26,888 ราย อาการหนัก 901 ราย และใส่เครื่องช่วยหายใจ 438 ราย โดยผู้เสียชีวิต 24 ราย แบ่งเป็น ชาย 14 ราย หญิง 10 ราย เป็น ไทย 23 ราย ลาว 1 ราย โดย สมุทรสาคร, นครปฐม, นครราชสีมา, ชัยภูมิ, มหาสารคาม, ศรีสะเกษ, อุบลราชธานี, มุกดาหาร, เชียงใหม่, เชียงราย, อุตรดิตถ์, พะเยา, พิษณุโลก, น่าน, สุพรรณบุรีและชลบุรีอย่างละ 1 ราย ราชบุรี 5 ราย นครสวรรค์ 2 ราย โดยปัจจัยเสี่ยงในการเสียชีวิตด้วย โรคมะเร็ง โรคไต โรคอ้วน หลอดเลือดสมอง โรคหัวใจ ป่วยติดเตียง
กทม.ติดเชื้อ-โคมาสูงอันดับ1ของปท.
สำหรับ 10 จังหวัดที่พบผู้ป่วยปอดอักเสบกำลังรักษาในโรงพยาบาลอันดับ 1 กรุงเทพมหานคร 90 คน อันดับ 2 อุดรธานี 47 คน อันดับ 3 นครราชสีมา 44 คน อันดับ 4 สมุทรปราการ 38 คน อันดับ 5อุบลราชธานี 29 คน อันดับ 6 จันทบุรี 29 คน อันดับ 7 ชัยภูมิ 29 คน อันดับ 8 นครสวรรค์ 26 คน อันดับ 9ศรีสะเกษ 26 คน อันดับ 10 สุพรรณบุรีและขอนแก่นอย่างละ 25 คน
ขณะที่ 10 อันดับจังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อโควิดในประเทศรายใหม่สูงสุด อันดับ 1 ยังคงเป็น กรุงเทพมหานคร (กทม.) ติดเชื้อใหม่ 1,202 ราย สะสม 354,301 ราย อันดับที่ 2 บุรีรัมย์ 128 ราย ยอดสะสม 48,024 ราย อันดับที่ 3 ขอนแก่น 127 ราย สะสม 53,661ราย อันดับที่ 4 ชลบุรี 94 ราย ยอดสะสม 109,791 ราย อันดับที่ 5 สุรินทร์ 88 ราย สะสม 31,692ราย อันดับ 6 นนทบุรี 78 ราย สะสม 70,547 ราย อันดับที่ 7 สมุทรปราการ 78ราย ยอดสะสม 98,579ราย อันดับที่ 8 สกลนคร 71 ราย ยอดสะสม 20,372 ราย อันดับที่ 9 มหาสารคาม 71 ราย ยอดสะสม 27,336 ราย อันดับที่ 10 ชัยภูมิ 69 ราย ยอดยอดสะสม 19,848 ราย
ฉีดวัคซีน137ล.โดส-เข็มสาม328ล.คน
ศบค.ยังรายงานความคืบหน้าการลงทะเบียนการเดินทางเข้าราชอาณาจักรผ่าน Thailand Pass วันที่ 29 เมษายน – 28 พฤษภาคมมีผู้ลงทะเบียน 740,580 คน อนุมัติแล้ว 719,986 คน ไม่ผ่านการอนุมัติ 15,134 คน รอพิจารณา โดยผู้ตรวจ 5,460 คน ขณะที่มีผู้รับวัคซีนสะสมตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564- 28 พฤษภาคมรวม 137,522,168 โดส ผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 สะสม 56,726,310 ราย เข็มที่ 2 สะสม 52,610,197 ราย และเข็มที่ 3 สะสม 28,185,661 ราย
โควิดดีขึ้นนับถอยหลังโรคประจำถิ่น
ด้านนพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์ระบาดของโควิด-19 ของไทยเริ่มคลี่คลายมากขึ้น หลายจังหวัดมีแนวโน้มพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลง จึงกำหนดมาตรการผ่อนคลายโดยประกาศให้เข้าสู่ระยะโรคประจำถิ่น (Post Pandemic)เร็วๆนี้ แต่ประชาชน และสถานประกอบการ โดยเฉพาะวัดและตลาดที่ยังคงต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิดต่อเนื่อง โดยเฉพาะมาตรการ COVID Free Setting ซึ่งประกอบด้วย มาตรการ 3 ด้านคือ มาตรการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม ที่ต้องจัดให้มีระบบระบายอากาศ เว้นระยะห่าง มีสุขอนามัยเหมาะสม สะอาด ปลอดภัย มาตรการของผู้ประกอบการต้องฉีดวัคซีนครบตามเกณฑ์ และตรวจ ATK และมาตรการของผู้ใช้บริการ ขอความร่วมมือให้ปฏิบัติตามมาตรการของสถานประกอบกิจการอย่าง
ย้ำวัด-ตลาดต้องเข้มโควิดฟรีเซ็ตติ้ง
นพ.สุวรรณชัย กล่าวต่อว่า กรมอนามัยลงพื้นที่วัดและตลาดในจ.นราธิวาส เพื่อขับเคลื่อนนโยบายเปิดประเทศด้วยมาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร (COVID Free Setting) ด้านการท่องเที่ยวและกิจการที่เกี่ยวข้อง เตรียมความพร้อมเข้าสู่ระยะ Post Pandemic โดยย้ำให้ผู้นำทางศาสนา ผู้ประกอบพิธีกรรม และเจ้าหน้าที่ประเมินตนเองผ่านแพลตฟอร์ม Thai Stop COVID 2 Plus ต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจ ด้านความปลอดภัยให้ประชาชน สำหรับตลาดเก็นติ้ง ยังต้องให้ปฏิบัติตามมาตรการ COVID Free Setting โดยกำหนดจุดเข้า-ออกให้เหมาะสม เว้นระยะห่าง 1–2 เมตร จัดระบบการสุขาภิบาลและอนามัยสิ่งแวดล้อม ทำความสะอาดทำลายเชื้อทุกวัน โดยเฉพาะพื้นผิวสัมผัสร่วมให้ทำความสะอาดทุกชั่วโมง ต้องล้างตลาดตามหลักสุขาภิบาลอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง รวมทั้งจัดระบบระบายอากาศที่ดี ที่สำคัญพ่อค้า แม่ค้า ผู้ปฏิบัติงานในตลาดต้องฉีดวัคซีนครบตามเกณฑ์ และคัดกรองความเสี่ยงก่อนเข้าตลาด ประเมินตัวเองผ่าน “ไทยเซฟไทย” หากพบเสี่ยงปานกลางหรือเสี่ยงสูง งดให้บริการและตรวจ ATK ทันที ส่วนผู้รับบริการปฏิบัติตามหลัก UP (Universal Prevention) เพื่อเตรียมความพร้อมเปลี่ยนผ่านสู่โรคประจำถิ่นต่อไป
ไม่บังคับใส่แมส-ให้ปชช.ประเมินเอง
ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงการถอดหน้ากากอนามัยว่า การสวมหน้ากากอนามัยเป็นคำแนะนำของ สธ.ถึงแม้ขณะนี้กำลังจะออกจากการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 กลายเป็นโรคประจำถิ่นแล้ว แต่ปัจจุบันยังมีโรคอื่นอีกมากมายที่สามารถติดต่อได้จากการใกล้ชิดกัน หายใจรดกัน ดังนั้น กรณีอยู่ในกลุ่มคนรู้จัก ตรวจเช็กปัจจัยเสี่ยงแล้วว่า ไม่มีปัจจัยเสี่ยง สามารถถอดได้เป็นครั้งคราว ไม่ได้บังคับว่าต้องสวมหรือต้องถอด พอเราเดินเข้าสู่โรคประจำถิ่น ผ่อนคลายมาตรการมามากแล้ว เราประเมินซึ่งเราก็มั่นใจว่าประชาชนประเมินความเสี่ยงได้ว่า สถานการณ์แบบนี้สวมหน้ากากอนามัยก็ดีกว่า
1มิย.เลิกกักตัว-ไทยแลนด์พาสคนไทย
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ไทยจะปรับมาตรการเดินทางเข้าประเทศอีกครั้งตามมติ ศบค. โดยยกเลิกกักตัวทุกรูปแบบ สำหรับคนไทยไม่ต้องลงทะเบียนผ่านระบบ Thailand Pass และไม่ต้องตรวจหาเชื้อโควิดก่อนเข้าประเทศ แต่ชาวต่างชาติยังต้องลงทะเบียนในระบบดังกล่าว โดยผู้รับวัคซีนตามข้อกำหนด ให้แนบหลักฐานวัคซีนพร้อมเอกสารประกันสุขภาพวงเงินขั้นต่ำ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนกรณีไม่ได้รับวัคซีนหรือรับวัคซีนไม่ครบตามข้อกำหนด ให้แสดงหลักฐานการตรวจโควิดทั้งแบบ Professional ATK หรือ RT-PCR ที่ออกภายใน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทาง ขณะที่จุดผ่านแดนทางบกทุกจุดจะเปิดวันที่ 1 มิถุนายนเช่นกัน
มั่นใจคลายล็อคฉุดศก.ไทยฟื้น50%
“รัฐบาลโดย ศบค.ปรับมาตรการเดินทางเข้าประเทศตามสถานการณ์ ก่อนหน้านี้ยกเลิก Test & Go ไปแล้ว ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก โดยสถิติผู้เดินทางเข้าประเทศเดือนพฤษภาคมเฉลี่ยถึงวันละ 20,000 คน นอกจากนี้ จากแนวโน้มการฟื้นตัวที่เริ่มเห็นชัด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงคาดการณ์ว่าช่วงโลว์ซีซั่น ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม -กันยายนจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยไม่น้อยกว่า 500,000 คนต่อเดือน ส่วนใหญ่มาจากตลาดระยะใกล้ ส่วนช่วงไฮซีซั่นซึ่งตรงกับไตรมาสที่ 4 ตั้งแต่ ตุลาคม -ธันวาคม จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมากกว่า 1 ล้านคนต่อเดือน เพิ่มตลาดระยะไกลทั้งยุโรปและสหรัฐฯ และหวังจะเห็นนักท่องเที่ยวจีน เริ่มกลับมาไทยปลายปีนี้ต่อไปถึงเทศกาลตรุษจีนปี 2566 ซึ่งจะส่งผลให้ตลอดปี 2565 มีโอกาสสูงที่นักท่องเที่ยวจะมาไทย 7-10 ล้านคน สร้างรายได้รวม 1.5 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นการฟื้นตัว 50% ” นายธนกร กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี