546.jpg
รวบแล้ว! มือยิงทหารเกณฑ์ดับ ปมเที่ยวผับเขม่นท้าชก อ้างแค้นแทนน้องชาย

รวบแล้ว! มือยิงทหารเกณฑ์ดับ ปมเที่ยวผับเขม่นท้าชก อ้างแค้นแทนน้องชาย

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 14.48 น.

ตำรวจชุดสืบสวน​ ภูธร​ จ.บุรีรัมย์ ร่วมกับชุดสืบสวน​ สภ.นางรอง  ตามรวบทันควัน “อุ้ม หนองปล่อง” มือยิงพลทหารดับ​ หลังมีเรื่องชกต่อยหน้าผับ  อ้างแค้นแทนน้องชายถูกท้าต่อย​ แต่ส่วนตัวไม่เคยมีเรื่องกัน เผยก่อเหตุเพราะอารมณ์ชั่ววูบ  ส่วนอาวุธปืนอ้างมีคนมาจำนำไว้ 2 พัน  พบวงจรปิดนาทีขับ จยย.ไล่ตามก่อนประกบยิง 

วันที่ 23 พฤศจิกายน 2565 ความคืบหน้ากรณีที่ พลทหารศรรัก อายุ 21 ปี  ซึ่งเป็นทหารเกณฑ์​ สังกัดทหารอากาศ  ได้มีเรื่องทะเลาะวิวาทชกต่อยกับกลุ่มวัยรุ่นหน้าผับแห่งหนึ่งใน อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์   พอขับรถจักรยานยนต์จะกลับบ้านพร้อมกับนายทีวุธ อายุ 36 ปี ซึ่งเป็นน้าชายที่ไปเที่ยวด้วยกัน  แต่พอมาถึงบริเวณสี่แยกไฟแดงไปรษณีย์ ได้ถูกกลุ่มวัยรุ่นที่มีเรื่องชกต่อยกันหน้าผับขับ จยย. 2 คันๆ ละ 2 คน รวม 4 คนไล่ติดตามมายิงปืนใส่ 1 นัด​ แต่ไม่โดน  พลทหารศรรัก  พยายามขับรถหนีแต่วัยรุ่นทั้ง 2 คัน​ ก็ขับไล่ตามประกบยิงซ้ำอีก 1 นัดที่บริเวณร้านขายอะไหล่ยนต์ใกล้กับสี่แยกไฟแดง​ วัดขุนก้อง  ในเขตเทศบาลเมืองนางรอง กระสุนเจาะเข้าชายโครงด้านขวาทะลุปอด  เป็นเหตุให้พลทหารศรรัก  นอนแน่นิ่งและเสียชีวิตในเวลาต่อมา  เหตุเกิดเวลาประมาณ 02.08 น. (23 พ.ย.65)  ที่ผ่านมา


ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน​ตำรวจ​ภูธรจังหวัดบุรีรัมย์  ร่วมกับชุดสืบสวน สภ.นางรอง  ท้องที่เกิดเหตุ สามารถติดตามจับกุมตัวมือยิงพลทหารศรรัก ได้แล้ว  คือ​ นาย​พีรพงษ์  หรือฉายา “อุ้ม หนองปล่อง” ได้ที่บ้านพักหลังหนึ่งในตำบลหนองปล่อง  อ.ชำนิ  จ.บุรีรัมย์ พร้อมอาวุธปืนไทยประดิษฐ์​ ขนาด .38 ของกลางที่ใช้ก่อเหตุ  ซึ่งนายพีรพงษ์  นำไปซุกซ่อนไว้ใต้ถังขยะข้างบ้าน  จึงได้ควบคุมตัวมาสอบปากคำที่ สภ.นางรอง  

เบื้องต้นนายพีรพงษ์  ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า​ ได้ก่อเหตุยิงพลทหารศรรักจริง โดยอ้างว่าแค้นแทนน้องชายที่ถูกผู้ตายท้าต่อยในผับ  กระทั่งมีเรื่องชกต่อยกันหน้าผับพอผู้ตายขับ จยย.จะกลับบ้านจึงได้ขับ จยย.ไล่ตามมาถึงสี่แยกไปรษณีย์ยิงใส่ไป 1 นัดแต่ไม่โดน จึงขับรถไล่ตามไปอีกเกือบถึงสี่แยกวัดขุนก้องก็ยิงซ้ำไปอีก 1 นัด​ จนกระสุนโดนพลทหารศรรัก  แต่ตอนนั้นไม่รู้ว่าจะเสียชีวิตหรือไม่ หลังก่อเหตุก็พากันขับรถหลบหนี  แต่ส่วนตัวไม่เคยมีเรื่องอะไรกับผู้ตายแค่แค้นแทนน้องชาย และก่อเหตุเพราะอารมณ์ชั่ววูบเท่านั้น  ส่วนปืนที่ใช้ก่อเหตุมีคนมาจำนำเอาไว้ในราคา 2,000 บาท 

ขณะที่หลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณสี่แยกไปรษณีย์  ก็สอดคล้องกับที่ผู้ต้องหาให้การ  คือ​ ช่วงเวลา 01.59 น. รถจักรยานยนต์ของผู้ตายขับมาจากทางถนนสายนางรอง-ชำนิ  พอถึงสี่แยกก็แล้วเลี้ยวซ้ายไปทางวัดขุนก้อง  ซึ่งวงจรปิดก็เห็น จยย.ไล่ตามมา 2 คัน  ก่อนจะตามทันก่อนถึงแยกวัดขุนก้องแล้วประกบยิง 

ด้าน พ.ต.อ.อนุการ  ธรรมวิจารณ์ ผกก.สภ.นางรอง  กล่าวว่า  หลังจากได้รับแจ้งมีเหตุยิงกัน  พนักงานสอบสวนก็ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเหตุเกิด  ส่วนชุดสืบสวนก็เร่งสอบผู้เห็นเหตุการณ์และตรวจสอบแกะรอยภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทาง  เพื่อเป็นเบาะแสในการติดตามตัวผู้ก่อเหตุ โดยใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง  ก็ทราบเบาะแสของคนร้ายและติดตามไปจับกุมตัวทันทีได้พร้อมของกลางอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุด้วย    

ส่วนชนวนเหตุจากการสอบปากคำเบื้องต้นคือมีเรื่องเขม่นกันขณะไปเที่ยว  ออกมาก็มาชกต่อยกันหน้าร้านที่เกิดเหตุ   ก่อนจะขับรถไล่ตามไปยิงจนเป็นเหตุให้พลทหารเสียชีวิต ซึ่งผู้ต้องหาก็ยอมรับว่าได้ก่อเหตุจริง 

ซึ่งนอกจากจะจับกุมมือยิงแล้ว  ตำรวจยังได้นำตัวกลุ่มวัยรุ่นที่ชกต่อยกันหน้าผับมาสอบปากคำ และดำเนินคดีฐานทะเลาะวิวาทด้วย  

สำหรับนายพีรพงษ์  มือยิง  ก็เข้าข่ายกระทำผิดฐาน “มีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย  , พกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร , และฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ทหารเกณฑ์ไปเที่ยวผับกับน้า เขม่นกับวัยรุ่นจนทะเลาะกัน ไม่จบ อริขี่ จยย.ตามประกบยิงดับ

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top