ในช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาข่าวดังในแวดวง ทรัพยากรธรรมชาติและแวดวงราชการ ก่อนสิ้นปีคงไม่พ้นกรณี บุกรวบอธิบดีกรมอุทยานฯรับสินบนจากเจ้าหน้าที่
สำหรับกรมอุทยานฯนั้น มีชื่อเต็มว่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐ ในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมซึ่งได้แยกจากกรมป่าไม้ในปี 2545 มีหน่วยงานภายในสังกัดที่สำคัญ อาทิ กองคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าตามอนุสัญญา สำนักป้องกัน ปราบปรามและควบคุมไฟป่า สำนักฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่อนุรักษ์ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช สำนักอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักอุทยานแห่งชาติ สำนักงานบริหารโครงการปลูกป่าฟื้นฟูป่าต้นน้ำ รวมถึงสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ 1-16 ซึ่งกินอาณาเขตทั่วประเทศ
จะเห็นได้ว่าหน่วยงานที่อยู่ในสังกัดของกรมอุทยานฯนั้นล้วนแต่เป็นหน่วยงานสำคัญเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการอนุรักษ์และพัฒนาการใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืนเพื่อคนในรุ่นต่อไป
ย้อนกลับมาในประเด็นตามข่าวรวบอธิบดีกรมอุทยานฯเรียกรับสินบนจากผู้ใต้บังคับบัญชาหรือส่วนงานต่างๆเพื่อแลกกับการไม่ถูกโยกย้ายไปรับราชการไกลจากภูมิลำเนา
ในประเด็นปัญหาข้อกฎหมายคงไม่ซับซ้อนหากเจ้าหน้าที่มีพยานหลักฐานไม่ว่าจะเป็นรายการแชท บันทึกเสียงรวมถึงพยานบุคคลที่เป็นผู้เสียหายที่ถูกเรียกรับเงินสินบนดังกล่าว พร้อมกับของกลางซึ่งเป็นธนบัตรที่ได้ลงบันทึกประจำวัน และพบในที่เกิดเหตุ โดยทั่วไปถ้าหากไม่มีข้ออ้างอื่นที่มีเหตุผลและน่าเชื่อถือแล้ว ศาลคงพอฟังแล้ววินิจฉัยว่าจำเลยจะทำความผิดตามฟ้องได้โดยไม่มีข้อสงสัย
แต่สิ่งที่ต้องมองลึกลงไปคือกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาซึ่งล้วนเป็นหน่วยงานสำคัญเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกเรียกรับสินบน ได้นำเงินจากที่ใด มามอบให้แทนการถูกโยกย้ายตำแหน่ง ประเด็นนี้คงเป็นข้อสังเกตที่น่าสนใจเนื่องจากยอดเงินที่ให้แต่ละรายตามข่าวปรากฏว่าล้วนเป็นเงินหลักแสนทั้งสิ้นหากเงินที่ให้สินบนดังกล่าวเป็นเงินที่ได้มาโดยสุจริตคงจะเกิดจากการทำงานโดยความลำบากเก็บหอมรอมริบหรือทำอาชีพเสริมประกอบขณะรับราชการซึ่งเป็นที่น่าเห็นใจอย่างมาก
ในมุมกลับกันหากเงินที่นำมามอบให้เป็นสินบนดังกล่าวเกิดจากการทุจริตงบประมาณของราชการ สิ่งนี้คือต้นเหตุปัญหาสำคัญในการอนุรักษ์และพัฒนาการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ โดยผู้เขียนเห็นว่าเป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติเสื่อมโทรมไม่แพ้การ บุกรุกแผ้วถางป่า ซึ่งเมื่อย้อนกลับไปดูรายชื่อหน่วยงานสำคัญที่อยู่ในสังกัดของกรมอุทยานฯแล้วจะเห็นได้ว่าล้วนเป็นหน่วยงานที่ เป็นพระเอกหรือมีส่วนสำคัญด้านทรัพยากรธรรมชาติอันดับต้นๆ ของประเทศทั้งสิ้น
ในคดีนี้ผู้เขียนขอชื่นชมหน่วยงานปราบปรามหลายหน่วยงาน ที่ได้ทำการสืบสวน สอบสวนและจับกุมได้จนลุล่วงแต่จะชื่นชมมากขึ้นหากได้มีการสาวและขยายผลไปโดยเฉพาะหน่วยงาน บุคคล ที่อยู่ในสังกัดรวมถึงผู้ที่ให้สินบนว่าได้นำเงินจากแหล่งใดเพื่อมามอบเป็นสินบนให้กับผู้ต้องหา
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี