นายกสภาทนายความฯ ยื่นมือช่วยเหลือ เหยื่อทนายความที่ถูกยิงบนโรงพักหลักสอง พร้อมจะประสานกระทรวงยุติธรรมเพื่อรับเงินชดเชยในฐานะผู้เสียหายในคดีอาญา โอดอาชีพทนายความมีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะจังหวัดชายแดนใต้ ขอให้เจ้าหน้าที่รัฐออกใบอนุญาตพกพาอาวุธปืนง่ายขึ้น
เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 28 ธันวาคม 2565 ดร.วิเชียร ชุบไธสง นายกสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ นายชัยวัฒน์ บุญเกื้อ นายทะเบียนสภาทนายความ และนายอนุสรณ์ ทองวิชาธร อายุ 33 ปี ทนายความของ นายคมสัน อินทร์ฤทธิ์ ผู้ตายที่ถูกยิงบน สน.หลักสอง แถลงข่าวการให้ความช่วยเหลือ นายอนุสรณ์ ทนายความที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ว่า สภาทนายความยินดีให้ความช่วยเหลือดูแลนายอนุสรณ์ ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาล เพราะตนคิดว่าเรื่องขวัญกำลังใจเป็นสิ่งสำคัญ สำหรับผู้ประกอบวิชาชีพทนายความ เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง จะต้องดูแลกันให้ดีที่สุด เรื่องที่เราจะต้องดำเนินการต่อไปนั้น ตอนนี้ทราบว่าอยู่ในขั้นตอนการสอบสวนของพนักงานสอบสวน สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เมื่อพนักงานสอบสวนมีความเห็นควรฟ้องผู้ต้องหาดังกล่าว และพนักงานอัยการยื่นฟ้องต่อศาล เราจำเป็นต้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม เพื่อจะให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับนายอนุสรณ์ ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุการณ์ดังกล่าว
ดร.วิเชียร นายกสภาทนายความฯ กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นเรื่องค่ารักษาพยาบาลนั้น เรามีเงินกองทุนสวัสดิการทนายความที่จะให้การช่วยเหลือตามสมควร ขณะเดียวกันจะประสานไปยังกระทรวงยุติธรรม เพื่อให้นายอนุสรณ์ ผู้เสียหายไปยื่นการดูแลช่วยเหลือตามพ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนแก่จำเลยในคดีอาญา รวมทั้งการหามาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวขึ้นอีกนั้น เข้าใจว่าถ้าหากจะใช้เครื่องสแกนอาวุธก่อนเข้าโรงพัก อาจจะใช้งบประมาณจำนวนมาก แต่สิ่งที่สามารถทำได้ในทันทีก็คือ ห้องสอบสวนของพนักงานสอบสวนบนสถานีตำรวจ มีห้องเฉพาะ ดังนั้นการสอบสวนหรือเรียกคู่กรณีไปเจรจาไกล่เกลี่ยกัน ควรจะมีมาตรการซึ่งสามารถช่วยได้เป็นด่านแรก คือ การตรวจค้นผู้ที่จะเข้าไปในห้องสอบสวน เพราะการสอบสวนหรือพูดคุยต่อหน้าพนักงานสอบสวนหรือการเจรจาไกล่เกลี่ย อาจทำให้คู่กรณีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเกิดบันดาลโทสะขึ้นมาได้ และอาจจะกระทำการในลักษณะดังกล่าวขึ้นได้
สภาทนายความฯ จึงมีความห่วงใยทั้งประชาชน เจ้าหน้าที่รัฐ และผู้ประกอบอาชีพทนายความ ซึ่งไปทำหน้าที่โดยสุจริต ตามที่ได้รับมอบหมาย อีกทั้งมาตรการ ดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดสำหรับการพกพาอาวุธปืน ไม่ว่าจะเป็นกรณีของเจ้าหน้าที่ที่พกปืน ขณะที่ไม่มีอำนาจหน้าที่แล้ว เช่น กรณีเหตุการณ์ยิงจนมีผู้เสียชีวิตาหลายราย ที่ จ.หนองบัวลำภู นอกจากนี้แล้วประชาชนก็มีสิทธิที่จะขอใบอนุญาตพกพาอาวุธปืน ในการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของตนเอง ซึ่งการขออนุญาตพกพาอาวุธปืนเป็นเรื่องเฉพาะตัว จริงๆ แล้วอาชีพทนายความ ในหลายคดีมีความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สิน โดยเฉพาะทนายความที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เวลาไปทำคดีไม่ว่าคดีแพ่งหรือคดีอาญา ล้วนแต่มีภาวะเสี่ยง เพราะอยู่ในพื้นที่ล่อแหลมต่อก่อเหตุรุนแรงขึ้นได้ง่ายๆ จึงวิงวอนภาครัฐว่าควรจะพิจารณาการออกใบอนุญาตพกพาอาวุธปืน ให้กับทนายความที่มีอรรถคดี และมีความเสี่ยงในการเดินทางไปประกอบวิชาชีพด้วย
ด้าน นายอนุสรณ์ ทนายความที่ถูกยิงบาดเจ็บ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่โรงพักในวันนั้น ตนเองเพิ่งจะพบกับนายคมสัน และนายพีรสิน หรือ พี กุลชุติสิน คนขับรถขนพริก ผู้ก่อเหตุ ในวันที่ 16 ธ.ค.ที่ผ่านมา เป็นครั้งแรก ซึ่งก่อนที่นายพีรสิน ภรรยา และทนายความจะเข้ามาพบพนักงานสอบสวนตนเองโดยได้สอบถามพนักงานสอบส่วนเกี่ยวกับปัญหาในคดีนี้ว่าติดขัดตรงไหนบ้าง จึงทราบว่าจากเหตุการณ์ขับรถเฉี่ยวกันบนท้องถนนนั้น ยังตกลงกันไม่ได้ว่าฝ่ายไหนเป็นฝ่ายผิด เมื่อได้เห็นพยานหลักฐานแล้วฝ่ายผู้ตายยอมรับว่าเป็นฝ่ายผิด จึงเปลี่ยนคำให้การจากปฏิเสธในเหตุการณ์รถเฉี่ยวชนกัน เป็นรับสารภาพ เมื่อแจ้งแก่พนักงานสอบสวนแล้วจึงทำคำให้การใหม่ และแจ้งข้อกล่าวหา จากร่วมกันทำร้ายร่างกาย เป็นข้อหาทำร้ายร่างกายให้บาดเจ็บสาหัส ทำให้เสียทรัพย์และดูหมิ่นซึ่งหน้า
หลังจากนั้นเวลาประมาณ 14.15 น.นายพีรสิน ผู้ก่อเหตุ ภรรยาและทนายความก็เดินทางมาถึงโรงพัก พบพนักงานสอบสวนที่บริเวณชั้น 2 บรรยากาศในขณะนั้นก็ไม่ได้มีการทะเลาะใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งฝ่ายตนยินยอมที่จะชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สินคือ ตัวรถยนต์ทั้งหมด ส่วนความเสียหายต่อร่างกาย พนักงานสอบสวนแจ้งว่าทางนายพีรศิลป์และทนายความระบุยอดค่าเสียหายจำนวน 9 ล้านบาท ซึ่งตนและลูกความที่เสียชีวิต ไม่ได้พูดอะไรออกไป และพนักงานสอบสวนจึงแจ้งว่า ยอดความเสียหายที่กล่าวมาห่างกันมากเกินไปแบบนี้ คดีคงต้องส่งฟ้อง
จากนั้นพนักงานสอบสวนก็ได้สอบถามทางนายพีรสิน ผู้ก่อเหตุ และทนายความว่าขอดูเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับความเสียหาย จากนั้นทนายความของนายพีรสิน บอกว่ามีเอกสารหลักฐาน แต่ขอออกไปคุยกับนายพีรสินก่อน พร้อมกับเดินไปยังด้านนอกห้องสอบสวน เหลือแต่ภรรยา ซึ่งบอกว่าตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ขึ้นยังไม่เคยมาดูแล หรือกล่าวคำขอโทษเลย มีอะไรจะพูดไหม ทางลูกความของตน จึงบอกว่าผมขอโทษ จังหวะนั้นนายพีรสิน คนยิงก็เดินเข้ามาบริเวณทางด้านหลัง ผู้ตาย เมื่อผู้ตายกำลังก้มจะอ่านเอกสารที่พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม นายพีรสินก็ชักปืนออกมายิงลูกความ 5 นัด ส่วนตนเองถูกกระสุนเข้าที่ไหล่ซ้าย จำนวน 2 แผล ได้รับบาดเจ็บสาหัส ทั้งนี้ ตนก็ไม่คาดคิดว่าจะมีการยิงต่อหน้าพนักงานสอบสวนบนโรงพัก ซึ่งคิดว่าเป็นสถานที่ปลอดภัยสำหรับประชาชนหรือแม้แต่ทนายความ หรือพนักงานสอบสวนเอง
เมื่อถามว่า พนักงานสอบสวนได้พูดคุยหรือเจรจากับคู่กรณีเพื่อลดยอดความเสียหายจำนวน 9 ล้านบาทหรือไม่นั้น นายอนุสรณ์ กล่าวว่า การเจรจาในวันนั้น เหมือนเป็นการรับขอเสนอกันมากกว่า ทางเราก็ไม่เคยได้รู้ยอดความเสียหายของฝ่ายตรงข้ามเลย สำหรับยอดความเสียหายจำนวน 9 ล้านบาท ทางพนักงานสอบสวนก็บอกว่าขอเอกสารความเสียหายก่อน ซึ่งเรายังไม่เห็นเอกสารความเสียหายการที่จะไปต่อรองในตอนนั้นตนเองก็คิดว่ายังไม่สมควร จึงยังไม่ได้มีการเจรจาต่อรองอะไร รวมทั้งเพิ่งมาเจอกันครั้งแรก ยังมีโอกาสหรือเวลาที่จะพบกันอีก อีกทั้งตนเองก็ได้ถามพนักงานสวนว่าถ้าเจรจาค่าเสียหายกันลงตัวแล้ว จะยังดำเนินคดีส่งฟ้องหรือไม่ ซึ่งทางพนักงานสอบสวนก็ยืนยันว่าจะต้องส่งฟ้องคดีอาญาตามกฎหมาย
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี