วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
กรุงเทพฯแตะ40องศา
อุตุฯชี้อากาศร้อนจัดทั่วไทย
อุตุนิยมวิทยา เตือน 8-10 พฤษภาคมนี้ ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น และทวีกำลังกลายเป็นพายุหมุน โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง รวมถึงอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้บางพื้นที่กรุงเทพฯลุ้นแตะ 40 องศา
เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่อง พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน ฉบับที่ 1 (130/2566) (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 8-10 พฤษภาคม 2566) ในช่วงวันที่ 8-10 พ.ค. 2566 ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง รวมถึงอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้บางพื้นที่
โดยระบุว่าในช่วงวันที่ 8-10 พ.ค. 2566 ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง รวมถึงอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อน โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ไม่ควรสวมใส่โลหะ และหลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์มือถือขณะเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ส่วนเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรและอันตรายต่อสัตว์เลี้ยงในช่วงวันและเวลาดังกล่าวไว้ด้วย
ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ส่งผลให้ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดนำความชื้นจากอ่าวไทยและทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้นในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด
อนึ่ง หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลางมีแนวโน้มทวีกำลังแรงขึ้น คาดว่าจะเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศเวียดนามตอนกลางในวันที่ 10-11 พ.ค. 66 และจะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนฟ้าคะนองต่อเนื่อง
ในช่วงวันที่ 8-12 พ.ค. 66 หย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมอ่าวเบงกอล มีแนวโน้มทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุหมุนเขตร้อน โดยคาดว่าจะเคลื่อนเข้าปกคลุมอ่าวเบงกอลตอนกลาง ทำให้ลมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้มีกำลังแรง และภาคใต้มีฝนเพิ่มมากขึ้นโดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังแรง โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าว
จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
สำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล อากาศร้อนถึงร้อนจัด กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 28-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-40 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม
ด้าน”สำนักข่าวไทย”รายงานว่า อากาศร้อนจัดนานนับเดือน ต้นลิ้นจี่สมุทรสงคราม ซึ่งปีนี้ติดผลดก ทนความร้อนไม่ไหว ใบเหี่ยวเฉา ยืนต้นตายเป็นจำนวนมาก
ปีนี้ลิ้นจี่พันธุ์ค่อม จ.สมุทรสงคราม ให้ผลผลิตดกเป็นประวัติการณ์กว่า 5,000 ตัน แทนที่จะทำให้ชาวสวนยิ้มได้ สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ แต่เหมือนบุญมีแต่กรรมบัง ต้องมาเจออากาศที่ร้อนจัดยาวนานนับเดือน ทำให้ลิ้นจี่ที่มีลูกดกทนความร้อนไม่ได้ ใบเหี่ยวเฉา ต้นลิ้นจี่ไม่สามารถสังเคราะห์แสงหาอาหารมาเลี้ยงลูกบนต้นได้ ทำให้ยืนต้นตายจำนวนมาก โดยเฉพาะสวนของนายบุญช่วย สุขวิจิตร์ อายุ 80 ปี ปลูกต้นลิ้นจี่ 35 ต้น เนื้อที่ 5 ไร่ ที่หมู่ 1 ต.เหมืองใหม่ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ทางเข้าวัดอินทาราม มีต้นลิ้นจี่อายุกว่า 30 ปี รวม 11 ต้น ลูกดกเต็มต้นแห้งเหี่ยวเป็นสีน้ำตาล เสียหายครึ่งสวน ประมาณ 1,500 กิโลกรัม เจ้าของสวนลิ้นจี่แห่งนี้หวั่นเกรงว่าลิ้นจี่จะไม่รอดยืนต้นตาย
นายบุญช่วย บอกว่า ตั้งแต่เกิดมาจนอายุ 80 ปี ยังไม่เคยเจอต้นลิ้นจี่ยืนต้นตายแบบนี้ ตอนแรกคิดว่าโดนวางยา แต่พอมาคิดดู สวนคนอื่น ลิ้นจี่ยืนต้นตายเหมือนกัน จึงคิดว่าปีนี้ลิ้นจี่ออกดอกมาก มาเจออากาศที่ร้อนจัดนานเป็นเดือน ทำให้ลิ้นจี่ที่มีลูกดกต้องหาอาหารมาเลี้ยงลูกเริ่มทนไม่ไหว ตอนแรกใบก็เริ่มเหี่ยวเฉา จะเก็บผลก็ยังไม่แก่สมบูรณ์ จึงต้องปล่อยแห้งคาต้น ลำต้นเริ้มแห้งยืนต้นตาย ซึ่งตนคงต้องลองตัดแต่งกิ่งที่แห้งออกให้หมด และอัดน้ำจำนวนมาก ยังหวังว่าลิ้นจี่เหล่านี้จะรอดฟื้นคืนชีพขึ้นมา
เมื่อ เวลา 04.30 น. พ.ต.ท.ทรงศักดา สิริโชคชัยวรกุล พงส.สภ.เชียงกลาง จ.น่าน ได้รับแจ้งเหตุ จากศูนย์วิทยุนครน่าน 191 ตำรวจภูธรจังหวัดน่าน ว่ามีเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนราษฎร ที่ บ้านสันทนา ม.4 ต.เปือ อ.เชียงกลาง จ.น่าน จึงรายงานให้ พ.ต.อ.สิทธิโชค ลือโลก ผกก.สภ.เชียงกลาง , พ.ต.ท.สรรเสริญ ฉันทะ รอง ผกก.ปฯ , พ.ต.ท.ประชา คงคารักษ์ สวป.ฯ งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเปือ รุดไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุ กำลังลุกไหม้บ้าน 2 ชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ หลังใหญ่ ซึ่งเป็นบ้านนายเสนอ ชะเต บ้านเลขที่ 81 บ้านสันทนา ม.4 ต.เปือ อ.เชียงกลาง จ.น่าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านสันทนา โดยมี รถบรรทุกน้ำของ อบต.เปือ อบต.พระธาตุ และ อบจ.น่าน ร่วมกันควบคุมเพลิง สภาพเป็นบ้าน 2 ชั้น ครึ่งปูนครึ่งไม้ และใช้เวลาควบคุมไฟได้ประมาณ 1 ชั่วโมง บ้านถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหลัง สาเหตุเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรไหม้พัดลมและลุกลาม ทำให้บ้านได้รับความเสียหายทั้งหลัง ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต สาเหตุการเกิดอัคคีภัย อยู่ระหว่างการสอบสวน ฯ
ต่อมาทาง ข้าราชการตำรวจจิตอาสา สภ.เชียงกลาง บูรณาการร่วมกับ ฝ่ายปกครอง ศูนย์กู้ภัย อบจ.น่าน สาขาเชียงกลาง องค์การบริหารส่วนตำบลเปือ องค์การบริหารส่วนตำบลพระธาตุ เทศบาลตำบลเชียงกลาง สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดน่าน สาขาเชียงกลาง กำนันและผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านตำบลเปือ เพื่อให้ความช่วยเหลือราษฎรไฟไหม้บ้าน(อัคคีภัย) นายเสนอ ชะเต ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน บ้านสันทนา อยู่บ้านเลขที่ 81 บ้านสันทนา หมู่ที่ 4 ตำบลเปือ อำเภอเชียงกลาง จังหวัดน่าน ในครั้งนี้ต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี