วันพฤหัสบดี ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2569
‘รัฐบาลอินโดนีเซีย’จับมือสหภาพพระธรรมทูตฯ จัดบรรพชาสามเณร 500 รูปรอบบุโรพุทโธ
พระเดชพระคุณพระ พรหมวชิรปัญญาจารย์ (ราชบัณฑิต) เจ้าอาวาสวัดราชโอรสสารามราชวรวิหาร หัวหน้าพระธรรมทูตสายที่ 8 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสภามหามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เดินทางไปเป็นพระอุปัชฌาย์ให้กับชาวอินโดนีเซียกว่า 500 คน ซึ่งเข้าอบรมในโครงการบรรพชาสามเณร ณ พระมหาเจดีย์บุโรพุทโธ ซึ่งรัฐบาลสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ร่วมกับสหภาพพระธรรมทูตไทยในอินโดนีเซีย-แอฟริกา ,สมาคมพุทธศาสนามหานิกายแห่งประเทศอินโดนีเซีย หรือ MBMI ,มูลนิธิธรรมกาย และองค์กรภาคีเครือข่ายได้ร่วมขับเคลื่อนโครงการภายใต้ความร่วมมือที่จะพลิกฟื้นให้พระมหาเจดีย์บุโรพุทโธให้กลับมามีชีวิตชีวา และเป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนทั่วโลกผ่านกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนามาตลอดระยะเวลาหลายปี
โครงการบรรพชาสามเณรกว่า 500 รูป ในครั้งนี้ เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้บวชชาวอินโดนีเซียได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้คำสอนของพระพุทธศาสนา อีกทั้งประชาชนผู้มาร่วมงานจะได้เรียนรู้วัฒนธรรมชาวพุทธ ที่สำคัญยังได้สร้างศาสนทายาทเพื่อให้เป็นกำลังในการสืบทอดพระพุทธศาสนา พัฒนศักยภาพของผู้บวช ด้วยหลักสูตรการอบรมที่มีสื่อการสอนที่ทันสมัยเข้าใจง่าย มีพระอาจารย์ให้คำปรึกษา และดูแลอย่างใกล้ชิด ผู้บวชได้ฝึกฝนตนเองทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ ตามหลักไตรสิกขา ศีล สมาธิ ปัญญา ด้วยการอบรมนิสัยตามหลักสูตรความดีสากล 5 ประการ คือ ความสะอาด ความมีระเบียบ ความสุภาพ ความตรงต่อเวลา และการฝึกสมาธิ นอกจากนี้ ยังฝึกฝนในเรื่องความเคารพ ความอดทน การบริหารปัจจัยสี่ การทำงานร่วมกับผู้อื่น การตัดสินใจแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้องตามหลักพุทธวิธี มีศีลธรรมเป็นหลักประกันให้การดำเนินชีวิตถูกต้องและดีงามต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี