533.jpg
วุฒิสภาถกหนัก 'แบนบุหรี่ไฟฟ้าเด็ดขาด' ย้อนแย้งความจริง ไม่ใช่ทางแก้ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าไทย

วุฒิสภาถกหนัก 'แบนบุหรี่ไฟฟ้าเด็ดขาด' ย้อนแย้งความจริง ไม่ใช่ทางแก้ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าไทย

วันพุธ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2568, 14.53 น.

วุฒิสภาถกหนัก “แบนบุหรี่ไฟฟ้าเด็ดขาด” ย้อนแย้งความจริง ไม่ใช่ทางแก้ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าไทย

วุฒิสภาอภิปรายรายงานกรรมาธิการ สธ. ศึกษาการแก้ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้า ที่เสนอให้ประเทศไทยคงการแบนบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเด็ดขาด หรือ Total Ban  สว.เสียงแตก โดยระบุการแบนย้อนแย้งความจริง ข้ออ้างบุหรี่ไฟฟ้าเสี่ยงกว่าบุหรี่มวนแต่บุหรี่มวนกลับถูกกฎหมายและอยู่ภายใต้ระบบภาษี ชี้การแบนไม่อาจเป็นทางออกของปัญหาที่ยั่งยืนได้ซ้ำดันตลาดออนไลน์โต


เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2568 ในการประชุมวุฒิสภา คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา นำเสนอรายงาน “สถานการณ์และปัญหาการบริโภคผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้า” โดยมีข้อเสนอเชิงนโยบายให้คงมาตรการห้ามนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเด็ดขาด Total Ban เพื่อปกป้อง คุ้มครอง สุขภาพของประชากรไทย ภายหลังการนำเสนอรายงาน มีสมาชิกวุฒิสภาลุกขึ้นอภิปรายเพื่อนำเสนอข้อมูล และตั้งประเด็นคำถามต่อรายงานฉบับนี้

นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภาจากกลุ่มสื่อสารมวลชน ผู้สร้างสรรค์วรรณกรรม อภิปรายเห็นด้วยและขอบคุณคณะกรรมาธิการเบื้องหลังรายงานฉบับนี้ที่ต้องการจะปกป้องสังคมไทย อย่างไรก็ตาม นายเทวฤทธิ์ ตั้งข้อสังเกตว่า การห้ามอย่างเด็ดขาดมีความย้อนแย้งกับความเป็นจริง ขณะที่เรากังวลว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีความเสี่ยงมากกว่าบุหรี่มวนถึง 3 เท่า แต่บุหรี่มวนเองก็ยังคงถูกกฎหมายและอยู่ภายใต้ระบบภาษีที่รัฐเก็บเพื่อนำไปใช้ในกิจกรรมด้านสาธารณสุข บุหรี่ไฟฟ้าถูกใช้เป็นเครื่องมือที่ลดความเสี่ยงจากการสูบบุหรี่มวน จึงควรนำไปพิจารณาด้วย

หากนำมาตรการ Total Ban มาใช้ รัฐจะไม่สามารถควบคุมคุณภาพหรือสารประกอบที่อยู่ภายในได้ ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงคือเยาวชนที่เป็นกลุ่มเปราะบางยังคงเข้าถึงได้แต่เรากลับขาดกลไกควบคุม เพราะฉะนั้นมาตรการที่น่าจะพิจารณาคือการควบคุมผ่านระบบภาษี การกำหนดมาตรฐานสารอันตราย และการจำกัดพื้นที่การใช้งานมากกว่าการห้ามโดยเด็ดขาด ซึ่งประเทศไทยสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ของต่างประเทศได้

นายเทวฤทธิ์ ยกตัวอย่างกรณีการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าในต่างประเทศว่า “ในต่างประเทศมีตัวอย่างที่น่าสนใจ อาทิ สหรัฐอเมริกามีการจัดเก็บภาษีบุหรี่ไฟฟ้าในหลายรูปแบบ บางรัฐเก็บตามราคาขายส่ง บางรัฐเก็บตามปริมาณสินค้าหรือจำนวนตลับ สหราชอาณาจักรกำหนดเพดานความเข้มข้นของนิโคติน ควบคุมการโฆษณา และห้ามจำหน่ายแก่ผู้เยาว์ นิวซีแลนด์เคยปรับกฎหมายจนทำให้จำนวนผู้ใช้เพิ่มขึ้น 2–5 เท่า แต่ก็ยังคงใช้มาตรการจำกัดกลิ่น การโฆษณา และพื้นที่การใช้ ส่วนสหภาพยุโรปก็กำหนดเพดานนิโคตินและควบคุมการส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์อย่างเข้มงวด โดยจำนวนผู้ใช้ที่เพิ่มขึ้นอาจเป็นเพราะผู้สูบบุหรี่มวนเปลี่ยนมาใช้บุหรี่ไฟฟ้าแทน ซึ่งผลกระทบต่อสุขภาพอาจไม่เลวร้ายเท่าที่กังวล”

นายเทวฤทธิ์ ทิ้งท้ายว่า “การแบนบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเบ็ดเสร็จอาจไม่ใช่คำตอบเดียว เราควรพิจารณามาตรการผสมผสาน ทั้งการกำหนดมาตรฐานสารอันตราย การใช้ภาษีเพื่อควบคุม การจำกัดพื้นที่การใช้ และการสร้างความตระหนักรู้ในสังคม เพื่อให้ทั้งผู้สูบและคนรอบข้างปลอดภัยจากผลกระทบให้ได้มากที่สุด และการอภิปรายครั้งนี้จะช่วยเปิดมุมมอง หาจุดที่เหมาะสมเพื่อกำหนดกติกาที่เหมาะสมเพื่อปกป้องสุขภาวะของสังคมอย่างยั่งยืน” 

ด้านนายชวภณ วัธนเวคิน สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดตราด กล่าวว่าตนเห็นด้วยกับรายงานของกมธ. เพราะปัญหาการเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าของเด็กและเยาวชนเป็นเรื่องที่น่าห่วงจริง ๆ และขอเป็นตัวแทนผู้สูบบุหรี่ที่อยากเลิกบุหรี่โดยใช้บุหรี่ไฟฟ้า เพราะบุหรี่ไฟฟ้าไม่มีการเผาไหม้ ไม่ก่อให้เกิดควันพิษ จึงควรถูกพิจารณาใช้เป็นเครื่องมือลดอันตรายสำหรับผู้สูบบุหรี่ที่ไม่สามารถเลิกบุหรี่ได้ให้มีทางเลือกที่เสี่ยงน้อยลงกับทั้งตนเอง และคนรอบข้าง นอกจากนี้ ข้อมูลจากสหราชอาณาจักร และนิวซีแลนด์ ระบุว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นเครื่องมือเลิกบุหรี่ที่มีประสิทธิภาพ มากกว่าการบำบัดด้วยนิโคตินทดแทนชนิดอื่น

นายชวภณ กล่าวว่า “การห้ามเลย ตัดขาด จะทำให้เกิดการแอบซ่อนในรูปแบบต่าง ๆ การนำขึ้นมาควบคุมด้วยกฎหมาย มีกฎเกณฑ์อย่างถูกต้อง จำกัดในสิ่งที่ควรจำกัด อาจก่อเกิดประโยชน์มากกว่าโทษ โดยสามารถกำหนดอายุขั้นต่ำของผู้ซื้อ ควบคุมปริมาณนิโคตินและคุณภาพสินค้า การห้ามโฆษณา และสามารถจัดเก็บภาษีได้ การปกป้องเด็กและเยาวชนคือเรื่องใหญ่ แต่การห้ามขาดไม่ช่วยอะไร เพราะทุกวันนี้เรายังเห็นข่าวการจับกุมร้านบุหรี่ไฟฟ้าที่มีเป้าหมายเป็นเด็กและเยาวชนเรื่อย ๆ”

นายชวภณ เสริมว่า “การอภิปรายครั้งนี้ไม่ได้สนับสนุนให้คนไปใช้บุหรี่ไฟฟ้า แต่เป็นการมองปัญหาด้วยความเป็นจริง เพราะบุหรี่ไฟฟ้ามีอยู่ทุกมุมของสังคมไทย ทางเลือกที่ดีกว่าคือการเปิดพื้นที่ให้บุหรี่ไฟฟ้าอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย กำกับดูแลคุณภาพ ป้องกันเยาวชน และใช้เป็นเครื่องมือลดจำนวนผู้สูบบุหรี่มวนที่อันตรายต่อสุขภาพมากกว่า ควรมีการศึกษาเชิงลึกเพื่อกำหนดนโยบายประเทศ มากกว่าการยึดติดกับการห้ามแบบเบ็ดเสร็จที่พิสูจน์แล้วว่าไม่ได้ผลในหลายๆ เรื่อง ควรเลือกแนวทางที่เกิดประโยชน์สูงสุดกับสุขภาพสาธารณะ และสอดคล้องกับแนวโน้มความเป็นไปของโลก”

ในช่วงท้ายของการอภิปราย นายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ สมาชิกวุฒิสภาซึ่งทำงานต่อต้านบุหรี่ไฟฟ้ามาโดยตลอด ได้ยกตัวอย่างช่องทางการขายบุหรี่ไฟฟ้าบนแทบทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ พร้อมบริการขนส่ง ส่งด่วนถึงหน้าบ้าน ทำให้เยาวชนเข้าถึงได้อย่างง่ายดาย ซึ่งแม้จะเห็นด้วยกับมาตรการ Total Ban แต่ก็อยากฝากประเด็นปัญหาของการบังคับใช้กฎหมายในปัจจุบันว่ายังมีช่องโหว่มาก ทำให้การค้าบุหรี่ไฟฟ้าออนไลน์เติบโตอย่างรวดเร็ว ไร้การควบคุม

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top