542.jpg
แห่ร้องโกงสอบท้องถิ่น  ข้อมูลทะลัก  ปชช.นับร้อยรุมแฉยับ

แห่ร้องโกงสอบท้องถิ่น ข้อมูลทะลัก ปชช.นับร้อยรุมแฉยับ

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

แห่ร้องโกงสอบท้องถิ่น

ข้อมูลทะลัก

ปชช.นับร้อยรุมแฉยับ

สปน.ชงนายกฯเช็คบิล

ทรงศักดิ์ฟ้อง‘ส้ม-กิจ’

เผยรู้ตัวแล้วว่าเป็นใคร

ปลัดมท.แจ้งจับเพจดัง

สะเทือน! ทำเนียบรัฐบาล ชาวบ้านแห่ร้องทุจริตสอบท้องถิ่น แจ้งเบาะแสสอบนับร้อย ที่ศูนย์บริการประชาชน หลังนายกฯสั่งเปิดรับจัดเป็นชั้นความลับ ด้าน “ปลัดมท.”แจ้งความเอาผิด “CSI LA” เผยแพร่ข้อมูลเท็จโยงปมทุจริตสอบท้องถิ่น ทำเสียชื่อเสียง ขณะที่“ทรงศักดิ์ ทองศรี” ดำเนินคดี “ส้ม-กิจ”อัดคลิปพาดพิง สมาคมข้าราชการท้องถิ่นฯ เชื่อบุคคลมีอำนาจบงการเบื้องหลัง ปมโกงสอบท้องถิ่น วอนกันขรก.ผู้น้อยไว้เป็นพยาน “บิ๊กเต่า”ลุยต่อเชือด “ปลัดภูเก็ต”เอี่ยวทุจริตที่ดินสค.เรียกรับเงินรีสอร์ทอีกคดี

เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับความคืบหน้าการดำเนินการตามกฎหมายภายหลังจากนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้แถลงถึงกรณีการเผยแพร่ข้อมูลเป็นเท็จผ่านเพจเฟซบุ๊กแฟนเพจ CSI LA ต่อสื่อมวลชนที่กระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 69 ที่ผ่านมานั้น ล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ11.00น. ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายให้นิติกรสำนักกฎหมาย สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง


โดยนิติกรผู้รับมอบอำนาจเผยว่าตนได้รับมอบอำนาจจากปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดกรณีที่ได้มีคลิปวีดีโอปรากฏในสื่อออนไลน์ Facebook Fanpage “CSI LA” โดยแอดมินของ Facebook Fanpage ดังกล่าวกับพวก ได้กระทำการโพสต์ข้อความว่า “แฉคลิปเสียงใหม่ ! เมียปลัดกระทรวง ?? ขบวนการโกงสอบท้องถิ่น 4.5 พันล้าน คลิปเสียงล่าสุดมันฟ้องว่าคนที่อยู่เบื้องหลังงานนี้ “ใหญ่จริง” ถึงกล้าทำตัวเป็นหมูไม่กลัวน้ำร้อน!แต่ตอนนี้มีความพยายามในการ “ตัดตอน” การทุจริตสอบเข้าเป็นข้าราชการท้องถิ่น เพื่อโยนความผิดทั้งหมดไปให้เจ้าหน้าที่ระดับล่างรับจบ! ใครคือตัวการใหญ่ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง? อยากรู้ว่าเป็นใคร ต้องไปฟังกันในคลิปเอง!” และได้โพสต์คลิปวีดีโอเสียงสนทนาเวลาประมาณ 5.02 นาที

ดูหมิ่นทำให้เสียชื่อเสียง

“อันเป็นการใส่ความผู้อื่นในลักษณะเป็นการยืนยันข้อเท็จจริงต่อบุคคลที่ 3 โดยมีเจตนาที่จะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง ด้วยการเผยแพร่ข้อความไปยังสาธารณชนหรือประชาชนทั่วไป และข้อความนั้นตามความรู้สึกของวิญญูชนโดยทั่วไปถึงขั้นทำให้ผู้อื่นนั้นน่าจะเสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชังโดยมิใช่การแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตเพื่อความชอบธรรม เป็นเหตุให้ผู้อื่นและปลัดกระทรวงมหาดไทยได้รับความเสียหาย” นิติกรผู้รับมอบอำนาจ กล่าว

ทั้งนี้ ในเบื้องต้น พนักงานสอบสวนสอบปากคำผู้เสียหาย และรับคำร้องทุกข์ไว้เป็นหลักฐานแล้ว หลังจากนี้จะรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด เสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป

ร้องผ่านสายด่วนอีกนับร้อย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย มีคำสั่งอำนวยความสะดวกในการเสนอเรื่องร้องเรียนและแจ้งเบาะแส กรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ได้ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) และให้ปลัดสปน.รายงานผลให้นายกฯทราบอย่างต่อเนื่องนั้น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.ได้มีประชาชนทยอยส่งเรื่องร้องเรียนการทุจริตเข้ามาพอสมควร และได้มีการแจ้งเบาะแส โดยส่วนใหญ่เป็นการส่งเรื่องผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์บริการประชาชน ทั้งสายด่วน 1111 ตู้ปณ 1111 ทำเนียบรัฐบาล เว็บไซต์ www.1111.go.th. และLine Chatbot โดยยังไม่มีเดินทางเข้ามาร้องเรียนด้วยตัวเอง ทั้งนี้ ณ เวลา 12.00 น.มีการส่งเข้ามาแล้วร้อยกว่าเรื่อง

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลทั้งหมดที่ส่งเข้ามาร้องเรียนถูกจัดอยู่ในชั้นความลับ และจะมีการรวบรวมสรุปนำเรียนนายกรัฐมนตรีต่อไป และจะมีการแถลงข่าว

“ทรงศักดิ์”แจ้งจับ“กิจ-ส้ม”

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีให้ฝ่ายกฎหมายเตรียมยื่นฟ้องเอาผิดบุคคลในคลิปเสียงที่สนทนาเกี่ยวกับการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นจนได้รับความเสียหายว่า หลังจากตรวจสอบคลิปเสียงช่วงแรกไม่มีการพูดถึงชื่อตนเหมือนมีการดูดเสียงออกไป แต่คลิปที่ออกมาหลังจากนั้นมีชื่อตนเข้าไปเกี่ยว สมัยที่เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งตนเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่สมัยพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ดำรงตำแหน่งรมว.มหาดไทย ในขณะนั้น จนมาถึงช่วงนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยแรก ควบรมว.มหาดไทย ก็ให้ตนดำรงตำแหน่งรมช.มหาดไทยด้วย และได้มอบหมายให้ตนไปประชุมกองกลาง (ก.) ที่เกี่ยวกับเรื่องท้องถิ่นตนก็ไม่ปฏิเสธ แต่ข่าวที่ออกมาครั้งนี้ทำให้ตนเสียหายเพราะมีเรื่องการทุจริตสอบท้องถิ่น ซึ่งตนยืนยันว่า เป็นคนหนึ่งที่ป้องกันไม่ให้มีการทุจริต เวลาไปเป็นประธานการประชุมกองกลางก็กำชับในเรื่องนี้ ถึงขั้นหากตรวจพบว่ามีการทุจริตมหาวิทยาลัยที่ดำเนินการจัดสอบต้องรับผิดชอบ หากมีผู้กระทำความผิดอาจจะต้องไปเป็นคดีพิเศษ

ยืนยันว่าเราหามาตรการป้องกันการทุจริต และไปกำหนดใน TOR เช่น กระดาษคำตอบ ต้องสอบในที่สอบ เราทำทุกอย่างแต่ก็มีคนให้ข่าวว่าตนเข้าไปมีส่วน ซึ่งภาพรวมของคลิปต่างๆที่ออกมาคล้ายว่า มีชื่อตนเข้าไปเกี่ยวข้องกับการสอบ

“ขอยืนยันว่าผมไม่ได้เกี่ยวข้อง แต่เป็นการป้องกันไม่ให้มีการทุจริต ข่าวออกมาแล้วหากปมไม่ทำอะไรเลย ทาง ภาษากฎหมาย เขาบอกว่า นิ่งคือการยอมรับ จึงขอใช้สิทธิ์ที่จะฟ้อง โดยในวันพรุ่งนี้ (30 มิถุนายน 2569) ผมจะให้ทีมกฎหมายไปแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่พูดคุยในคลิป และพาดพิงมาถึงผม ที่สถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้องในเวลา 10.00 น. ใครพาดพิงถึงปม และทำให้เสียหายก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย”

รู้ตัวแล้ว“ส้ม-กิจ”เป็นใคร

เมื่อถามว่าในขณะที่มีการจัดสอบนายทรงศักดิ์ กำกับดูแลกรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่นอยู่หรือไม่ นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า นายอนุทิน มอบหมายให้ตนเป็นประธานดูแลกองกลาง แล้วไปเป็นประธานการประชุมตลอด ทั้ง ก.อบจ./ก.เทศบาลและก.อบต.

เมื่อถามย้ำว่า ตอนนั้นมีการระแคะระคายอะไรหรือไม่ นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า ก็มีแต่ข่าว แต่ยังไม่มีข้อเท็จจริง เราปิดช่องว่างหมด มี TOR เพื่อป้องกันการทุจริต เช่น การสแกนข้อสอบจริงก่อนนำไปเก็บไว้ในห้องมั่นคง

เมื่อถามว่าขณะนี้ทราบหรือไม่ว่าบุคคลในคลิปเป็นใครบ้าง นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า มีข้อมูลทั้งหมดแล้ว แต่ไม่ขอเปิดเผยตรงนี้ พูดได้เพียงชื่อเล่นที่ออกมาในสื่อ ซึ่งเป็นการสนทนากันระหว่าง ผู้หญิงทึ่ชื่อเล่นว่า “ส้ม” และผู้ชาย ชื่อ “กิจ” และตอนนี้เรามีข้อมูลแล้วว่าชื่อจริงชื่ออะไร ซึ่งเมื่อแจ้งความแล้วก็ให้พนักงานสอบสวนเรียกบุคคลเหล่านี้เข้ามาให้ปากคำ ในฐานะที่ทำให้ตนเสียหาย และขอยืนยันว่าไม่รู้จักบุคคลเหล่านี้ ซึ่งก็ไม่เข้าใจว่าเอาชื่อตนไปอ้างได้อย่างไร ตนได้ฟังคลิปหนึ่งบอกว่าไม่รู้จักตน แต่รู้จักคณะทำงาน ตนก็เรียกคณะทำงานมาพูดคุย ก็ไม่มีใครเกี่ยวข้อง ขณะนี้ตนยังไม่รู้ว่าคลิปเสียงที่ออกมาตั้งใจมีจุดประสงค์อะไร เพราะ มีหลายประเด็นพาดพิงหลายบุคคล แต่ที่สรุปได้ คือพูดก่อนที่จะมีการเซ็นสัญญาการจัดสอบท้องถิ่น

เมื่อถามว่ามีการตรวจสอบหรือไม่ว่าเป็นคลิปจริงหรือเป็นคลิป AI นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า ต้องเป็นหน้าที่ของตำรวจ หากเชิญบุคคลที่อยู่ในคลิปมาให้ข้อมูลและบอกว่าไม่ได้พูด คลิปเสียงที่เกิดขึ้นก็อาจเป็น AI ได้ แต่เมื่อมีชื่อตนเข้าไปเกี่ยวข้อง หากไม่ทำอะไร คนอาจจะมองว่าตนยอมรับ อันนี้ตนไม่ยอมรับ ยืนยันความบริสุทธิ์ไม่เกี่ยวข้องและไม่รู้จักกับบุคคลที่มีมีชื่อดังกล่าว

ส.ขรก.ท้องถิ่นออกโรง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์ เรื่อง การจัดสอบแข่งขันบุคคลทั่วไปเข้ารับราชการในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยมีเนื้อหาระบุว่า ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เข้าจับบุคคลผู้ต้องสงสัยว่าจะมีการกระทำอันเป็นการทุจริตในการจัดสอบแข่งขันบุคคลทั่วไปเข้ารับราชการในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประจำปี 2568 นั้น สมาคมฯ ในฐานะเป็นองค์กรตัวแทนของข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น มีความกังวลใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และมีความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชนทุกท่านที่ได้รับทราบเรื่องดังกล่าว และมีการกล่าวถึงในสื่อต่างๆ อย่างกว้างขวาง ขอเรียนว่าสมาคมฯ ให้ความสำคัญกับระบบคุณธรรม ความโปร่งใส และความถูกต้องในกระบวนการบริหารงานบุคคลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จึงขอถือโอกาสนี้เรียนชี้แจงเพื่อความเข้าใจมายังพี่น้องประชาชน ดังนี้

การจัดสอบแข่งขันเข้ารับราชการในครั้งนี้ ดำเนินการโดย คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือ กสถ.ซึ่งแต่งตั้งโดยคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.จ./ก.ท./ก.อบต.)โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานคณะกรรมการ และมีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นฝ่ายเลขานุการรับผิดชอบงานด้านธุรการและการจัดจ้างสถาบันการศึกษาเพื่อเป็นหน่วยดำเนินการจัดสอบในครั้งนี้

“โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีหน้าที่เพียงรายงานตำแหน่งว่างและอัตราที่ประสงค์จะให้ กสถ. ดำเนินการสรรหาให้เท่านั้น จึงมิได้มีส่วนรับรู้และเกี่ยวข้องกับการทุจริตที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด ดังนั้น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจึงไม่อาจรับรู้ได้ว่าบุคคลที่ กสถ. สรรหาและจัดส่งมาบรรจุ และแต่งตั้งเป็นข้าราชการในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น มาด้วยความรู้ความสามารถของตนเองหรือมาโดยทุจริตหรือไม่”

กันขรก.ผู้น้อยไว้เป็นพยาน

กรณีที่ปรากฏข้อมูลจากสื่อมวลชนว่า มีข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นบางส่วนไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการทุจริตในครั้งนี้นั้น สมาคมฯ ขอเรียกร้องไปยังหน่วยงานที่กำลังทำหน้าที่ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวได้มีมาตรการคุ้มครองชีวิตของข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นเหล่านั้นให้มีความปลอดภัยและกันตัวไว้เป็นพยานสำคัญโดยเร่งด่วน เพราะสมาคมฯมีความเชื่อว่า ข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นกลุ่มดังกล่าว ไม่ได้เป็นตัวการหลักในการกระทำทุจริตในครั้งนี้ แต่มีความเชื่อว่ามีกลุ่มบุคคล หรือบุคคลที่มีอำนาจและบารมีที่เหนือขึ้นไปเป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลัง และขอให้หน่วยงานที่ตรวจสอบได้ดำเนินการจับกุมกลุ่มบุคคลหรือบุคคลเหล่านั้นมาลงโทษตามกฎหมายบ้านเมืองโดยเร็วต่อไป เพื่อตัดวงจรกระบวนการทุจริตมิให้มีโอกาสได้กระทำผิดอีกในอนาคต พร้อมทั้งคุ้มครองสิทธิประโยชน์ และเยียวยาผู้ที่สอบได้โดยสุจริตด้วย

สมาคมฯขอเรียกร้องไปยังคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ให้หยุดกระทำการที่จะไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐานซึ่งอยู่ในระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงของ ป.ป.ช. เพื่อเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจต่อการจัดสอบแข่งขันในครั้งนี้ และควรให้บุคคลที่ถูกสังคมตั้งข้อกังขาได้หยุดปฏิบัติหน้าที่ในคณะกรรมการทุกคณะที่เกี่ยวข้องไว้จนกว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วเสร็จ

“บางบัวทอง”บริสุทธิ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เทศบาลนครบางบัวทอง จ.นนทบุรี ได้แถลงการณ์ระบุว่า “แถลงการณ์เทศบาลนครบางบัวทอง” ตามที่ได้ปรากฏข้อมูลข่าวสารในสังคมออนไลน์ในเพจข่าวดังเพจหนึ่งซึ่งมีการเอ่ยชื่อพาดพิงหน่วยงานเทศบาลนครบางบัวทองและได้ส่งผลให้สังคมเข้าใจผิดต่อหน่วยงาน โดยในเพจข่าวได้ให้ข้อมูลว่าเทศบาลนครบางบัวทอง เป็นเครือข่ายกับผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการพนักงานเทศบาลท่านหนึ่ง แล้วสามารถช่วยให้พนักงานเทศบาลสอบเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่นได้มากถึง 30 คน ซึ่งที่ผ่านมาพนักงานนครบางบัวทอง ถูกเรียกบรรจุไปไม่ถึง 6 อัตรา เทศบาลนครบางบัวทอง จึงขอแจ้งให้ทราบว่า เทศบาลนครบางบัวทองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดใดกับผู้ทรงคุณวุฒิ การกระทำของเพจข่าวดังกล่าว เป็นการกระทำที่ทำให้สังคมเข้าใจผิดและขอให้ทำการตรวจสอบข้อมูลและแก้ไขการเผยแพร่ทั้งนี้ ควรระมัดระวังในการแชร์ข้อมูลและข่าวสารที่ไม่เป็นความจริงเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายเพิ่มเติม”

จ่อฟัน‘ปลัดภูเก็ต’อีกคดี

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. กล่าวถึงความคืบหน้าคดีจับกุม นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต เรียกรับเงินแลกบรรจุเข้ารับราชการท้องถิ่นว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหาให้การว่ามีการเรียกรับและจ่ายเงินที่เกี่ยวกับการสอบราชการในท้องถิ่นจริง

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ บก.ปปป. ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้เสียหายรายหนึ่ง ที่ถูก นายรุ่งเรือง เรียกรับเงินจำนวน 1 ล้านบาท เพื่อช่วยดำเนินการแก้ไขเอกสาร ส.ค.1 เกี่ยวกับสิทธิครอบครองที่ดินแปลงหนึ่งใน จ.ภูเก็ต ซึ่งคดียังอยู่ระหว่างลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่จากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบว่า เงินจำนวน 1 ล้านบาท ที่ผู้เสียหายคดีแก้ไขเอกสารที่ดินโอนมานั้น มีเงินจำนวน 9 แสนบาท โอนไปใช้คืนให้กับผู้เสียหายในคดีแรกและเงินส่วนต่าง 1 แสน ก็อยู่ในบัญชีของนายรุ่งเรือง

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวอีกว่า ทั้ง 2 คดี ยังมีผู้เสียหายอีก 3-4 ราย ที่ติดต่อเข้ามายัง บก.ปปป. เพื่อเตรียมร้องทุกข์กล่าวโทษนายรุ่งเรือง ในคดีเรียกรับผลประโยชน์เพิ่มเติม และตอนนี้ตำรวจอยู่ระหว่างการขยายผลถึงกระบวนการ เนื่องจากพบข้อมูลว่า มีขบวนการที่รวบรวมบุคคลที่จะสอบเข้ารับราชการและส่งมาให้นายรุ่งเรือง

ส่วนกรณี นายพิชิต ข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งหนึ่งใน จ.เพชรบูรณ์ ที่มีชื่อเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น ประเด็นนี้ทาง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.ดำเนินการ แต่หากมีผู้เกี่ยวข้องรายอื่นร่วมด้วย ทางตำรวจจะดำเนินการ

ขณะที่วันอังคารนี้ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. เตรียมแถลงความคืบหน้าคดีทุจริตสอบท้องถิ่นอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

ทางด้านนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ให้สัมภาษณ์ถึงการสวมสิทธิเข้าสอบแทนในการสอบบรรจุข้าราชการของ ปภ.ว่า ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการของตำรวจ ทั้งนี้ต้องขยายผลไปถึงตัวผู้ว่าจ้างต่อไป การกระทำในลักษณะนี้เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top