ปักหมุดชั่วคราว ‘ไทย-เขมร’ฝั่งจันทบุรี ก่อนสร้างรั้วชายแดน

ปักหมุดชั่วคราว ‘ไทย-เขมร’ฝั่งจันทบุรี ก่อนสร้างรั้วชายแดน

วันพฤหัสบดี ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ปักหมุดชั่วคราว

‘ไทย-เขมร’ฝั่งจันทบุรี

ก่อนสร้างรั้วชายแดน

กองทัพเรือ แจงคณะทำงานชุดสำรวจร่วมไทย-กัมพูชา“ปักหมุดชั่วคราว”หลักเขตที่ 52-59 ระยะทาง 8.3 กม.“อ.โป่งน้ำร้อน จันทบุรี” เสร็จแล้ว ก่อนรวบรวมส่งประธานJBCทั้ง 2 ประเทศ เพื่อเข้าสู่กระบวนการเตรียมการสร้าง‘รั้วชายแดน’ต่อไป กองทัพภาค 1ปักหมุดชั่วคราว ช่วงที่ 1 หลักเขตที่ 42 ถึง 43 บ้านหนองหญ้าเเก้ว จ.สระแก้ว รวมระยะทางสำรวจ 7 กิโลเมตร บ้านหนองจาน กู้ทุ่นระเบิดได้เพิ่ม 6 ทุ่น ด้าน ผบ.ทบ.สั่งเตรียมพร้อมชายแดนหากพัฒนาสู่การใช้กำลังทหาร ด้านสุรินทร์เจอ’จรวดBM-21’ลูกที่20 แล้ว กลางนา 2 ลูก ยังไม่ระเบิด EOD จ่อเก็บกู้

เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ (ทร.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินการสำรวจและปักหมุดอ้างอิงชั่วคราวตามชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณหลักเขตที่ 52 ถึง 59 ระยะทาง 8.3 กิโลเมตร (กม.) อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ว่า ขณะนี้ได้เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อย โดยใช้เวลาในการปฏิบัติงานรวมทั้งสิ้น 16 วัน คณะทำงานชุดสำรวจร่วมไทย–กัมพูชาได้ปักหมุดอ้างอิงชั่วคราวครบจำนวน 166 หมุด ถือเป็นความคืบหน้าสำคัญในการจัดทำข้อมูลอ้างอิงร่วมกันระหว่างสองประเทศ


ทั้งนี้ การสำรวจดังกล่าวเป็นกระบวนการทางเทคนิคตามมาตรฐานสากลที่เป็นที่ยอมรับของทั้งสองฝ่าย เพื่อให้ทั้งสองประเทศมีข้อมูลภูมิประเทศที่ตรงกัน ยืนยันว่า ไม่ได้เป็นการปรับเปลี่ยนเส้นเขตแดนในขั้นตอนนี้

สำหรับขั้นตอนถัดไปคือการบินโดรนสำรวจภาพถ่ายทางอากาศเพื่อจัดทำข้อมูลแผนที่ที่มีความละเอียดและแม่นยำสูง ข้อมูลทั้งหมดจะถูกรวบรวมเสนอให้ประธาน JBC ของทั้งสองประเทศพิจารณารับรองอย่างเป็นทางการก่อน เมื่อข้อมูลได้รับการรับรองแล้ว ฝ่ายไทยจะหารือฝ่ายกัมพูชาเพื่อเข้าสู่กระบวนการเตรียมการสร้างรั้วชายแดน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมการผ่านแดน ป้องกันการลักลอบการกระทำผิดกฎหมายทั้งปวง พร้อมเสริมความชัดเจนในการบริหารจัดการพื้นที่ร่วมกัน ทั้งนี้ รั้วดังกล่าวเป็นเครื่องมือบริหารจัดการแนวชายแดน ไม่ใช่เส้นเขตแดนใหม่

กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรี และตราด (กปช.จต.)โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี ได้ร่วมปฏิบัติภารกิจครั้งนี้อย่างระมัดระวัง ภายใต้กลไกความร่วมมือของคณะกรรมการชายแดนภูมิภาค (RBC) เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยสูงสุดให้กับชุดสำรวจ โดยกองทัพเรือขอยืนยันว่าจะปกป้องอธิปไตยของชาติ รักษาผลประโยชน์ของประเทศ และดูแลความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ชายแดนอย่างเต็มกำลัง

ขณะที่ กองทัพภาคที่ 1 กองกำลังบูรพา ร่วมกับหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 1 และกองพันทหารช่างที่ 2 รายงานผลการปฏิบัติงานเคลียร์พื้นที่อันตรายต้องสงสัยในเขตบ้านหนองจาน (พื้นที่ C) อ.โคกสูง จ.สระแก้ว เมื่อวานนี้ (25พ.ย.)ปฏิบัติงานได้ 2,103 ตร.ม. พื้นที่สะสมที่เคลียร์แล้ว: 12,053 ตร.ม. คิดเป็น 4.18% ของพื้นที่อันตรายทั้งหมด พบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลแบบ PMN 6 ทุ่น ตลอดการทำงานตรวจพบและจัดการทุ่นระเบิด/วัตถุระเบิดแล้วรวม 15 ทุ่น

ขณะที่ชุดสำรวจปักหมุดชั่วคราวร่วม ไทย - กัมพูชา ได้เร่งปฏิบัติการสำรวจพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมการปักหมุดเขตแดนชั่วคราว ช่วงที่ 1 บริเวณระหว่าง หลักเขตที่ 42 ถึง 43 บ้านหนองหญ้าเเก้ว ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้วรวมระยะทางสำรวจ 7 กิโลเมตร เมื่อวานนี้ รังวัด GPS หมุดควบคุม 128 จุด บินโดรนถ่ายภาพได้ 6.88 กิโลเมตร ปฏิบัติการร่วมนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามของทั้งไทยและกัมพูชาในการหาข้อยุติปัญหาแนวเขตแดนผ่านกระบวนการสำรวจทางเทคนิคที่โปร่งใสและเป็นไปตามความตกลงร่วมกัน

ด้านพล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก กำชับให้กองกำลังป้องกันชายแดน กองทัพภาคที่ 1 และ 2 เตรียมความพร้อมของกำลังในทุกพื้นที่ให้สามารถปฏิบัติได้ในทันที หากสถานการณ์มีการพัฒนาไปสู่การใช้กำลังทหาร เน้นย้ำถึงความสำคัญของการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งในมิติของข้อมูลข่าวสาร รวมถึงด้านการต่างประเทศ เพื่อให้เกิดความเข้าใจในบริบททั้งหมดอย่างรอบด้าน ชี้แจงข้อเท็จจริงได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว ในกรณีที่ตรวจพบการบิดเบือนข้อมูลหรือข่าวสารทั้งที่เกิดขึ้นภายในประเทศและนานาชาติ

จ.สุรินทร์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 25 พ.ย.68 ที่ผ่านมา นายกำจัด ช่วงประโคน ผู้ใหญ่โคกเพชร ต.กาบเชิง อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ได้นำผู้สื่อข่าวเข้าดูบริเวณที่พบหลุมต้องสงสัยคล้ายรอยตกของกระสุนลูกจรวด BM-21 กลางทุ่งนาของน.ส.จีรภา ร่วมทวี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน บ้านกาบเชิง หมู่ที่ 1 ต.กาบเชิง อ.กาบเชิง ก่อนหน้านี้นายอำเภอกาบเชิงพร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ร่วมกับตำรวจ สภ.กาบเชิง ลงพื้นที่ตรวจสอบเบื้องต้นไปแล้ว

โดยจุดที่พบอยู่กลางทุ่งนาห่างจากหมู่บ้านโคกเพชรประมาณ 300 เมตร โดยทำการกั้นแนวเขตไว้เพื่อความปลอดภัย ไม่ให้ชาวบ้านได้เข้าใกล้บริเวณจนกว่าเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบและเก็บกู้ทำลายคาดว่ากระสุนจรวดยังไม่เกิดการระเบิด

เบื้องต้น ทราบว่าเจ้าของนาได้เดินสำรวจพื้นที่เมื่อช่วงเย็นวันที่ 23พ.ย. ก่อนจะให้รถเกี่ยวข้าวเข้ามาเกี่ยว และสังเกตพบหลุมลึกมีลักษณะใกล้เคียงกับรอยตกของกระสุนจรวดเหตุปะทะบริเวณชายแดนจึงรีบแจ้งผู้ใหญ่บ้านและเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบทันที โดยเจ้าหน้าที่ได้กันพื้นที่เพื่อความปลอดภัย และประสานหน่วย EOD เข้าดำเนินการตรวจพิสูจน์และเก็บกู้วัตถุระเบิดต่อไปและขอให้ประชาชนใกล้เคียงหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้จุดเกิดเหตุและหากพบวัตถุต้องสงสัยให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของชุมชน

นายกำจัด ช่วงประโคน ผู้ใหญ่บ้านโคกเพชร บอกว่าที่บริเวณหมู่บ้าน นับเป็นจุดกระสุนตก ในช่วงที่มีการปะทะกันเมื่อวันที่ 24 กรกฏาคม ที่ผ่านมา ซึ่งมีการเก็บข้อมูลมีลูกระเบิดจากกัมพูชายิงเข้ามาตกถึง 20 ลูก และตรวจพบแล้ว 19 ลูก มี 1 ลูกยังไม่ระเบิด ส่วนจุดที่พบล่าสุดเบื้องต้นน่าจะเป็นลูกที่ 20 และยังไม่ระเบิด น่าจะอยู่ลึกประมาณ 4 เมตร ซึ่งเรื่องของลูกระเบิดตกค้าง เป็นที่กังวลของชาวบ้านเป็นอย่างมาก เนื่องจากตรวจสอบยาก และเป็นช่วงที่ชาวบ้านกำลังเก็บเกี่ยวข้าวอีกด้วยในขณะนี้ โดยตนได้เร่งประชาสัมพันธ์แจ้งชาวบ้าน ให้พยายามตรวจสอบในบริเวณที่นา หรือแปลงเกษตรของตนเอง หากพบร่องรอยที่ผิดสังเกตก็ให้รีบแจ้งมาที่ตน เพื่อจะได้ประสานไปยังอำเภอและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบโดยด่วนและรีบกั้นพื้นที่ไว้ทันทีเพื่อความปลอดภัย

ขณะนี้หลุมที่พบรอการเก็บกู้จากหน่วยEODซึ่งการทำลายนั้นต้องรอออกไปก่อนเนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ใกล้กับชายแดนและสถานการณ์มีความตรึงเครียดอยู่จึงทำได้เพียงกั้นพื้นที่บริเวณที่พบเพื่อเป็นการแจ้งเตือนชาวบ้านทราบ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top