วันพฤหัสบดี ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2569
สบยช.-สสส.-สปสช.เข้าพบองคมนตรี นำเสนอแผนการขับเคลื่อนการจัดบริการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดในชุมชนและทัณฑสถาน ภายใต้ระบบบัตรทองปี 69 ได้รับข้อเสนอแนะให้ใช้กลไก “บวร” แก้ปัญหายาเสพติด และเสริมความเข้มแข็งชุมชน
เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2569 นพ.สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) พร้อมด้วย ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) นางสาวดวงนภา พิเชษฐ์กุล รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ดร.นงลักษณ์ ยอดมงคล ผู้ช่วยเลขาธิการ สปสช. และคณะ เข้าพบ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะในการขับเคลื่อนการจัดบริการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดในชุมชนและทัณฑสถาน ภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2568 ดูแลเรื่องการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดของประเทศ ถือว่าเป็นความโชคดีที่ตอนนี้ สปสช.
ภายหลังการเข้าพบ นพ.สรายุทธ์ เปิดเผยว่า ท่านองคมนตรีได้ให้ข้อเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติด ให้ช่วยกันสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน ผ่านกลไก “บวร” (บ้าน วัด โรงเรียน) โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นอนาคตของชาติ จะทำอย่างไรให้ห่างไกลจากยาเสพติด และในฐานะที่ สบยช.ดูแลเรื่องการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดของประเทศ ถือว่าเป็นความโชคดีที่ตอนนี้ สปสช.ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ เพราะงบประมาณที่ได้รับจัดสรรยังไม่ครอบคลุมกับความต้องการที่ยังมีอีกมาก โดยล่าสุด สปสช.ได้ผลักดันให้ใช้งบกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่น (กปท.) เข้ามาช่วยจัดการดูแลฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ใช้ยาเสพติด ลดอันตรายจากการใช้ยาและสารเสพติด และสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนด้วย
“ชุมชนบางแห่งเข้มแข็งและมีศักยภาพ สามารถช่วยดูแลบำบัดฟื้นฟูผู้ใช้ยาเสพติดได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมาก ช่วยแบ่งเบาภาระให้โรงพยาบาล ส่วนกรณีที่อาการหนัก หลังเข้ารับการบำบัดจากโรงพยาบาล และได้กลับคืนสู่ชุมชน ถ้าไม่ได้รับการดูแลที่ดี ก็มีโอกาสกลับไปเสพซ้ำ เราจึงต้องมุ่งเน้นเสริมพลังชุมชน ทั้งองค์ความรู้และการสนับสนุนในมิติต่างๆ ให้เกิดความเข้มแข็ง” นพ.สรายุทธ์ กล่าว
ด้าน นางสาวดวงนภา กล่าวว่า ท่านองคมนตรีเน้นย้ำ “ยาเสพติด” เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ส่งผลต่อสุขภาพ ความมั่นคง และคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้และผู้ติดยาเสพติดในชุมชนและในระบบราชทัณฑ์ ซึ่งยังเข้าไม่ถึงบริการบำบัดฟื้นฟูอย่างต่อเนื่องและเหมาะสม โดยคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) มีมติเห็นชอบให้ “บริการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดในชุมชน” เป็นสิทธิประโยชน์ภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และเปิดโอกาสให้องค์กรภาคประชาชน องค์กรเอกชน และหน่วยงานที่ผ่านมาตรฐานจาก สบยช.เข้ามามีบทบาทร่วมในการจัดบริการ โดยใช้กลไก กปท.เป็นเครื่องมือหลักในการขับเคลื่อน โดยให้การสนับสนุนครอบคลุมทั้งบริการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ใช้ยาเสพติด (สถานฟื้นฟูฯ ในชุมชน/ทัณฑสถาน/สถานพินิจ) บริการลดอันตรายจากการใช้ยาและสารเสพติด (Harm Reduction) และบริการฟื้นฟูโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน (CBTx) ซึ่งเป็นการจัดสรรงบประมาณให้เพิ่มเติมจากงบกองทุน กปท.ตามบริบทพื้นที่
ขณะที่ ดร.นพ.ไพโรจน์ กล่าวว่า สสส.กำหนดให้การลดปัญหาและผลกระทบจากยาเสพติด เป็น 1 ใน 4 ประเด็นนโยบายเร่งด่วน โดยเน้นการสร้างผลลัพธ์ทางสุขภาพที่ยั่งยืนผ่าน 3 กลไกสำคัญ คือ 1.การสร้างภูมิคุ้มกันกับกลุ่มเยาวชนและคนรุ่นใหม่ เพื่อไม่ให้เข้าสู่วงจรยาเสพติด 2.เสริมพลังชุมชนและภาคีเครือข่ายให้มีบทบาทในการดูแล คัดกรองและลดจำนวนผู้ป่วยยาเสพติดในพื้นที่ และ 3.สานพลังไตรพลังขับเคลื่อนงานผ่าน 3 พลัง คือ พลังนโยบาย พลังความรู้ และพลังสังคม ภายใต้แนวคิด “ผู้เสพคือผู้ป่วย” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ เน้น "ชุมชนเป็นฐาน" ในการป้องกัน บำบัด ฟื้นฟู และคืนคนดีสู่สังคม พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานของเครือข่ายภาคประชาชน ภาควิชาการ ภาครัฐ มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อแก้ปัญหายาเสพติดแบบยั่งยืน
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี