เช็กลิสต์ทักษะสำคัญ มีไว้ไม่ตกงาน ของขวัญจากใจคนธรรมศาสตร์ ถึงบัณฑิตจบใหม่ทั่วประเทศ

เช็กลิสต์ทักษะสำคัญ มีไว้ไม่ตกงาน ของขวัญจากใจคนธรรมศาสตร์ ถึงบัณฑิตจบใหม่ทั่วประเทศ

วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.32 น.

‘เช็กลิสต์ทักษะสำคัญ’ มีไว้ไม่ตกงาน ของขวัญจากใจคนธรรมศาสตร์ ถึง ‘บัณฑิตจบใหม่’ ทั่วประเทศ

        ปัจจุบันสถานการณ์สังคมและโลกกำลังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน โดยเฉพาะจากการที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างมากในชีวิตมนุษย์ ซึ่งส่งผลให้โลกของการทำงานเปลี่ยนแปลงแบบพลิกฝ่ามือ โดยงานวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาซูเซตส์ (MIT) ที่เผยแพร่เมื่อ พ.ย. 2568 ชี้ว่า AI สามารถทำงานแทนมนุษย์ได้แล้วถึง 11.7% ของตลาดแรงงานทั้งหมดในสหรัฐอเมริกา


นอกจากนี้ ปี 2568 ยังได้กลายเป็นอีกปีที่สร้างปรากฏการณ์เลิกจ้างคนมหาศาลทั่วโลก อย่างบริษัทในสหรัฐฯ มีการเลย์ออฟพนักงานแล้วกว่า 1.17 ล้านตำแหน่ง โดยสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2563 ซึ่งแม้แต่บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Amazon ยังมีการปลดพนักงานถึง 1.4 หมื่น – 3 หมื่นคน เพื่อลดโครงสร้างองค์กร และสนับสนุนการใช้ AI หรือ Nissan เอง ก็มีแผนจะลดจำนวนพนักงานราว 2 หมื่นตำแหน่งทั่วโลก คลื่นเลิกจ้างเหล่านี้ยังมาพร้อมกับการลดตำแหน่งงานระดับเริ่มต้นอีกด้วย

        เนื่องในบรรยากาศวันรับปริญญาของบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ในปี 2569 นี้ คนธรรมศาสตร์หลายช่วงวัย (Generation) ตั้งแต่ Gen Alpha ไปจนถึง Gen Baby boomer จึงขอมอบถ้อยความกำลังใจ รวมถึงเช็กลิสต์ทักษะจำเป็นที่ต้องเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเข้าสู่โลกการทำงาน เพื่อเป็นของขวัญให้กับบัณฑิตทั่วประเทศที่กำลังจะผลัดใบไปสู่ชีวิตการทำงาน

 

--- อย่าหยุดเรียนรู้ อย่าท้อเมื่อล้มเหลว ---

เริ่มกันที่ Gen Baby boomer อย่าง . (พิเศษ) นรนิติ เศรษฐบุตร อดีตนายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่กลั่นกรองประสบการณ์การเรียนรู้ด้วยถ้อยความกระชับว่า การเข้าสู่ชีวิตการทำงาน ไม่ใช่การต้องหยุดเรียนรู้ หากแต่เป็นการเรียนรู้ในขณะที่ประกอบอาชีพไปด้วย ฉะนั้น สิ่งสำคัญคืออย่า

หยุดที่จะเรียนรู้ และจงหมั่นทบทวน ขวนขวายความรู้อยู่เสมอ นอกจากนี้ อีกสิ่งที่ควรต้องเตรียมก็คือ ทักษะในการแก้ไขปัญหา อันถือเป็นทักษะที่สำคัญที่สุดไม่ว่าจะสำหรับชีวิตส่วนตัว หรือชีวิตการทำงาน ในการทำงานมีทั้งความล้มเหลวและความสำเร็จ เมื่อล้มเหลวก็อย่าได้ท้อ ให้ใช้ความล้มเหลวเป็นครูหาทางแก้ไขเพื่อไปสู่ความสำเร็จ

“บัณฑิตปัจจุบันถือเป็นอนาคตของชาติ กล่าวคืออนาคตของประเทศอยู่ในมือของเขาเหล่านี้ เพราะฉะนั้นก็ขอให้มีการนำความรู้ที่ได้มาและความตั้งใจไปใช้ในการทำงาน และไม่ใช่แค่เพื่อครอบครัวหรือตัวเอง แต่เพื่อผู้อื่น หรือสังคมและประเทศด้วย เพราะสิ่งเหล่านี้สามารถไปด้วยกันได้” อาจารย์นรนิติ กล่าวเสริม

 

 

--- เทคโนโลยีและจริยธรรมในการใช้งาน ---

ต่อมาที่ Gen X ทาง . ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บอกว่า จากการที่ AI เข้ามามีอิทธิพลอย่างมากต่อชีวิตของทุกคนในปัจจุบัน และจะเข้าไปเปลี่ยนรูปแบบงานในทุกอาชีพ ทักษะที่ทุกคนควรจะมีคือ การปรับตัวให้เท่าทันกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว รวมถึงรู้จักนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่องานหรือหน้าที่ความรับผิดชอบ และที่สำคัญคือการใช้ให้ถูกต้องเหมาะสม       มีจริยธรรม รวมถึงเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม โดยสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้สามารถอยู่รอดในตลาดแรงงานได้ในอนาคต

ไม่เพียงเท่านั้น ถึงแม้ทักษะด้านการใช้เทคโนโลยีอย่าง AI จะเป็นสิ่งสำคัญ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทักษะพื้นฐาน อย่างการคิดแบบมีเหตุมีผล การวิเคราะห์และแยกแยะ การมีวินัย การเคารพตัวเองและผู้อื่น  การทำงานร่วมกับคนอื่น ก็มีความสำคัญอย่างยิ่งและจะขาดไปไม่ได้ เพื่อเป็นทั้งหลักยึดในการทำงาน และหลักยึดในการดำเนินชีวิตต่อไปหลังจากนี้

 

--- 3 สิ่งที่ควรมี กับ 3 สิ่งที่ควรทิ้งไป ---

ในส่วน Gen Y ผศ. ดร.สุภมาส สุชาตานนท์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บอกว่า 3 สิ่งที่ต้องเตรียมตัวเพื่อเข้าสู่โลกการทำงาน คือ 1. การมีใจสู้พร้อมรับทุกความผิดหวังที่เจอ 2. อย่าหยุดเรียนรู้ และพัฒนาตัวเอง แต่ให้เป็นนักเรียนของโลกใบนี้ไป

ตลอดชีวิต (Live Long Learning) และ 3. ขอให้ทุกคนเปิดใจยอมรับความแตกต่าง มีความเข้าอกเข้าใจ และให้เกียรติผู้อื่นอยู่เสมอ เพราะโลกในการทำงานจะมีคนหลากหลายทั้งในแง่อายุ และความคิด

เมื่อมีสิ่งที่ต้องเตรียมแล้ว ผศ. ดร.สุภมาส มองว่า มีอีก 3 สิ่งที่ควรทิ้งไปด้วย ได้แก่ 1. ความคิดที่ตายตัว และเป็นสูตรสำเร็จ เพราะในชีวิตจริงไม่มีเฉลยท้ายบทเหมือนในห้องเรียน แต่เต็มไปด้วยทางเลือก และคำตอบนับไม่ถ้วน ซึ่งจะต้องตัดสินใจตามบริบทที่เกิดขึ้นขณะนั้น 2. ทิ้งการละเลยสุขภาพทั้งกายและใจ เพราะสุขภาพเป็นต้นทุนสำคัญในการทำงานที่นำกลับมาได้ยากหากไม่มีการดูแลตอนอยู่ในช่วงวัยที่ยังทำได้ และ 3. ทิ้งการปล่อยโอกาส โดยถ้าเจอโอกาสดีๆ เข้ามาในชีวิตอย่าปล่อยให้หลุดมือ และอย่ากลัวที่จะเปิดรับสิ่งใหม่ๆ เข้ามา หรือคิดว่ายังไม่เก่งพอ แต่ให้ทำให้ตัวเองดีพอจะรับโอกาส หรือสามารถสร้างโอกาสให้ตัวเองและผู้อื่นได้

 

--- อย่ากดดัน ทำในสิ่งที่ตัวเองควบคุมได้ ---

ขณะที่ Gen ซึ่งอยู่ในช่วงวัยเดียวกันบัณฑิตทั่วประเทศในปีนี้อย่าง Gen Z นั้น ดลยวัต สร้อยสนธิ์ นักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บอกว่า ปฏิเสธไม่ได้ว่าโลกปัจจุบันคือยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง ความไม่แน่นอน ความตึงเครียดและความขัดแย้ง (Disruptive Era) จากสถานการณ์ของภูมิรัฐศาสตร์ และระบบเศรษฐกิจทั่วโลก จากสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ บัณฑิตในยุคปัจจุบันจึงถือเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญที่จะควบคุม หรือกำหนดสถานการณ์ของโลกหลังจากนี้ต่อไป

ดังนั้น จึงอยากให้ขอเสนอให้บัณฑิตมีการเตรียมตัวใน 5 เรื่องก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน ด้วยแนวคิด GRAD+ โดย G คือ Good Principle หรือการมีหลักการที่ดีและมั่นคง รวมถึงรู้จักรักและเคารพตัวเอง ส่วน R คือ Resilience หรือการล้มแล้วลุกได้ แม้เจอความผิดหวังและเสียใจ ขณะที่ A คือ Accept หรือการยอมรับความแตกต่างหลากหลายอื่นๆ นอกจากกรอบความคิดเดิมของตัวเอง และ D คือ Delight หรือ ความสุขและความปีติ โดยมองโลกในแง่บวกอย่างสมเหตุสมผลและอยู่ในความเป็นจริง และสุดท้าย + คือ การยึด 4 เรื่องต่อไปไม่ให้เปลี่ยนแปลง เพื่อจะร่วมสร้างสังคมและโลกที่ดีไปด้วยกัน

 

 

Gen Z อีกคนหนึ่งอย่าง สริตา ชนกนำชัย บัณฑิตคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เกียรตินิยมอันดับ 1 ผู้ได้รับรางวัลเรียนดีทุนภูมิพล ซึ่งเข้าสู่โลกการทำงานแล้ว ได้สื่อสารถึงเพื่อนบัณฑิตว่า อยากให้บัณฑิตทุกคนเตรียมสภาพใจให้พร้อมรับสิ่งที่จะต้องเจอในโลกการทำงาน เนื่องจากไม่ว่าตอนเรียนจะมีการเตรียมตัว และเรียนรู้มามากขนาดไหน แต่เมื่อเข้าสู่การทำงานจริงจะพบแต่ความท้าทาย สิ่งที่อาจทำให้

ผิดหวัง ความเหนื่อยล้า และความเสียใจ รวมถึงสภาพแวดล้อมจะแตกต่างจากการเรียนในมหาวิทยาลัยอย่างสิ้นเชิง

“แม้ด้วยสถานการณ์ภายนอกต่างๆ ที่เกิดขึ้นและมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเศรษฐกิจหรือสังคม แต่อยากบอกบัณฑิตทุกคนว่าอย่ากดดันตัวเองมากเกินไป และทำสิ่งที่ตัวเองควบคุมได้ให้ดีที่สุด อย่าไปกังวลกับสิ่งที่ควบคุมไม่ได้มากนัก” สริตา กล่าวให้กำลังใจบัณฑิตทุกคน


--- จงเชื่อมั่นในตนเอง ---

ปิดท้ายด้วยน้องเล็กสุดอย่าง Gen Alpha ชินวีร์ วิเศษสรรค์ หรือ น้องชิน นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 5 และประธานคณะกรรมการนักเรียน โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ได้สะท้อนความคาดหวังถึงบัณฑิตจบใหม่ว่า คาดหวังว่าบัณฑิตที่กำลังก้าวเข้าสู่โลกการทำงานในปัจจุบัน ซึ่งเต็มไปด้วยความสดใหม่ของความรู้ แนวคิด และอุดมคติ จะนำสิ่งเหล่านี้ไปใช้การทำงาน สร้างอิทธิพลเชิงบวก และขับเคลื่อนสังคมไปข้างหน้า ซึ่งจะเป็นอนาคตให้กับคนรุ่นต่อไปในอนาคต

“ขอเป็นกำลังใจให้บัณฑิตจบใหม่ทั่วประเทศ และอยากให้เชื่อมั่นในตัวเอง รวมถึงเปิดพื้นที่ให้กับการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ เพราะโลกน่าจะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมากในอนาคตจากเทคโนโลยี และปัจจัยต่างๆ และในฐานะคนรุ่นถัดไปการได้เห็นพี่ๆ บัณฑิตเติบโต เรียนรู้ และปรับตัวกับโลกจะเป็นอีกแรงบันดาล จะบทเรียนสำหรับการเรียนรู้ได้อย่างดีในอนาคต” ชินวีร์ กล่าวในตอนท้าย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top