วันอังคาร ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2569
อย่าเพิ่งไว้ใจ
กองทัพเมิน‘เตีย บัญ’สงบศึก
‘เขมร’แอบขุดคูเลตใกล้ไทย
ผบ.ทสส. แจงปม“เตีย บัญ” ส่งสัญญาณสงบศึก ต้องดูรายละเอียดให้ดี ที่สำคัญขอดูพฤติกรรมให้ละเอียด ยังไม่ไว้ใจเตือนส่งทหารเขมรส่องหน้าแนวทหารไทย อย่าทำ ให้โมโห-ตกใจ ถ้ามาไม่ดีทหารไทยตกใจง่าย ด้านแหล่งข่าว ทร.เปิดภาพเขมรขุดคูเลตยาวกว่า 1 กม.เผชิญหน้าทหารไทย 500 เมตร ชี้ยังไม่รุกล้ำอธิปไตย ยันไทยอยู่ในยุทธภูมิได้เปรียบ แต่ทำหนังสือประท้วงพบบินโดรนล้ำไทย ด้านนายกฯลงพื้นที่สระแก้ว ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจปชช.-จนท.ท้องถิ่น-ชรบ.ตาพระยาที่อดทนตั้งใจปฎิบัติหน้าที่ช่วงสู้รบ ขอโทษที่ทำไม่ถูกใจ ทำให้เสียความรู้สึก เสียอารมณ์ เปรียบการรบ ปชช.ทำให้ชนะ
เมื่อวันที่ 26 มกราคม ที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติ พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.)กล่าวถึงการฝึกคอบร้าโกลด์ปีนี้ ไม่มีกัมพูชาเข้าร่วมว่า เป็นจังหวะพอดี เพราะครบรอบไปแล้ว และเราต้องเปลี่ยนให้ประเทศอื่นเข้ามา
ชี้เวลายังไม่เหมาะต้องหยุดพักสัมพันธ์
ผู้สื่อข่าวถามว่าตามหลักการหลังสู้รบ เราต้องระงับความสัมพันธ์ด้านทหารกับเขมรใช่หรือไม่ พลเอกอุกฤษฎ์กล่าวว่า เวลายังไม่เหมาะสม ถ้าถึงเวลาเหมาะสมแล้วค่อยว่ากันใหม่ ก็เข้าใจได้ ห้วงนี้ต้องเป็นเช่นนี้ มีหยุดพักกันได้ แต่ไม่ใช่ว่าพักแล้วจะพักยาว ขึ้นอยู่กับท่าทีและพฤติกรรม ถ้ามีเจตนาจริงจังร่วมมือและแก้ปัญหา ต้องตบมือทั้งสองฝ่าย
เมื่อถามว่าพฤติกรรมกัมพูชาปัจจุบันโอเคแล้วหรือไม่ พลเอกอุกฤษฎ์กล่าวว่า ก็ดีขึ้น แต่ต้องดูให้ละเอียด อย่าเพิ่งไว้ใจอะไรเลย
เตือนเขมรมาไม่ดีทหารไทยตกใจง่าย
ส่วนกรณีมีคลิปเผยแพร่ทหารกัมพูชาเข้ามายั่วยุหน้าแนวทหารของฝ่ายไทย จนถูกมองว่าเป็นสัญญาณรอบที่สาม พลเอก อุกฤษฎ์กล่าวว่า อย่าไปมองอย่างนั้น ต้องเข้าใจว่าสถานการณ์หลังหยุดยิงก็มีการวางกำลัง วางระบบเครื่องกีดขวาง ต่างฝ่ายต่างดำเนินการ เมื่อเริ่มนิ่งกัมพูชาจะเข้ามาดู ศึกษาตรวจสอบ ถือเป็นพฤติกรรมปกติ พัฒนาการ ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นของทหารหน้าแนว เพียงแต่ว่าขณะที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ไม่มีไปทําพฤติกรรมใดๆยั่วยุ ซึ่งมี 2 กรณีคือ อย่าให้โมโหและอย่าให้ตกใจ
“ ซึ่งต้องดูท่าที ถ้ามาไม่ดีทหารไทยตกใจง่าย ถ้าท่าทีดีก็ตกใจยาก ไม่ต้องกลัวการตกใจต้องมองหลายอย่าง”พลเอกอุกฤษฎ์กล่าว
ยันไทยคุมสถานการณ์ได้แต่พร้อมทุกกรณี
ถามว่า การปล่อยเฟคนิวส์และบิดเบือนข้อมูลบางครั้งลามปาม ในส่วนผบ.เหล่าทัพได้พูดคุยและกําชับทหารหน้าแนวอย่างไร พลเอกอุกฤษฎ์กล่าวว่า เราพูดคุยกันทุกส่วน แต่ไม่ขอลงรายละเอียด ซึ่งมิติด้านความสัมพันธ์ด้านการทูต ข่าวสาร การทหารและเศรษฐกิจ เราเดินไปทุกเรื่องพร้อมกัน จากนี้เราเตรียมการไว้แล้ว เรื่องการพูดคุยหารือระดับกองทัพไทย รวมถึงเหล่าทัพว่าจะทําข้อเสนออย่างไรต่อไปในอนาคต ช่วงนี้ควบคุมสถานการณ์รักษาระดับ บนพื้นฐานเราพร้อมทุกกรณี จะไปซ้ายหรือขวา ดําเนินการได้หมด
‘เตียบัญ’ส่งซิกสงบศึกต้องดูพฤติกรรมก่อน
เมื่อถามถึงกรณีพลเอก เตีย บัญประสานมาฝั่งไทย ยุติสงบศึก พลเอกอุกฤษฎ์กล่าวว่า ต้องดูรายละเอียดให้ดี เพราะนอกจากการส่งสัญญาณ การพูดคุยเจรจาเป็นข้อความมาแล้ว ที่สำคัญคือ พฤติกรรม พฤติการณ์ ทุกอย่างต้องประเมินในองค์รวม เราควรเชื่ออย่างไร เพราะทุกอย่างเป็นสมมติฐาน เราไม่สามารถเข้าไปดูได้ว่าแท้จริงแล้วเป็นอย่างไร เราต้องพิจารณาจากทุกสิ่งทุกอย่าง และตั้งสมมติฐานของเรา หากตั้งสมมุติฐานถูกก็เตรียมการถูก หากตั้งสมมติฐานผิดก็ต้องแก้ไข ดังนั้น ต้องเตรียมไว้ทุกกรณี ซึ่งไม่แน่นอนเราอาจตั้งสมมติฐานคลาดเคลื่อนไปก็ได้ แต่ก็ต้องเตรียมแผนรองรับ อย่าไปบอกว่าต้องเป็นอย่างนี้อย่างนั้น มันเป็นไปได้หมด
ถามอีกว่ากรณีทหารกัมพูชาเข้ามาประชิดชายแดน พลเอกอุกฤษฎ์กล่าวว่า ตนไม่ได้มองเป็นการปรับกําลัง เป็นการเปลี่ยนพฤติกรรมหลังจากเขาเห็นสภาพการวางกําลังของไทย ก็จะเริ่มพัฒนาการปฏิบัติระดับหน้าแนว เป็นการปรับสภาพการวางกําลังให้สอดรับกับการวางกําลังของทหารไทย
เขมรขุดคูเลตไม่ล้ำไทย-ประท้วงบินโดรน
แหล่งข่าวกองทัพเรือระบุถึงกรณีทหารกัมพูชาขุดคูเลต ตรงข้ามพื้นที่บ้านสามหลัง จ.ตราด ใน 3 พื้นที่ บ้านท่าเส้น บ้านหนองรี บ้านชำรากว่า เขาดําเนินการในพื้นที่ของเขา สถานการณ์ขณะนี้เป็นการวางกําลังเผชิญหน้ากับทหารไทย โดยทหารกัมพูชาขุดคูเลตเพิ่มเติมตลอดแนวยาวประมาณกว่า 1 กิโลเมตรขนานไปกับการวางกำลังของฝ่ายไทย เกิดขึ้นหลังหยุดยิงแล้ว ซึ่งฝ่ายกัมพูชาเข้ามาปรับปรุงฐานที่มั่นห่างจากคูเลตของไทยประมาณ 500 เมตร แต่ไม่ได้รุกล้ำเข้ามาเขตไทย ยืนยันว่าไทยยังอยู่ในยุทธภูมิที่ได้เปรียบ เขาดำเนินการในพื้นที่ของเขา อย่างไรก็ตาม มีการตรวจพบกัมพูชาบินโดรนลาดตระเวนและสังเกตการณ์ล้ำฝ่ายไทย โดยไทยทําหนังสือประท้วงไปแล้ว ขณะนี้ยังไม่ชี้ชัดว่าจะเปิดรอบใหม่ อยู่ในการเฝ้าระวังของไทย เพราะเป็นพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับภูมิประเทศ
ทร.แจงขุดคูเลตยังไม่กระทบอธิปไตย
ด้านพลเรือตรีปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือชี้แจงข่าวความเคลื่อนไหวของเขมรในพื้นที่ใกล้แนวชายแดนไทย–กัมพูชา โดยเฉพาะกรณีขุดคูเลตในพื้นที่ชำราก จังหวัดตราดว่า กองทัพเรือติดตามตรวจสอบและประเมินสถานการณ์ใกล้ชิดมาตลอด จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงทราบว่า การดำเนินการดังกล่าวของทหารกัมพูชาเป็นการปฏิบัติในพื้นที่ของกัมพูชาเอง ไม่ส่งผลกระทบต่ออธิปไตยของไทย ทั้งนี้ ยังไม่ถือเป็นการยั่วยุหรือละเมิดข้อตกลงหยุดยิงแต่อย่างใด สถานการณ์โดยรวมยังเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย
กองทัพเรือยังปฏิบัติภารกิจดูแลความมั่นคงทางทะเล และพื้นที่ชายแดนภายใต้ความรับผิดชอบต่อเนื่อง จัดกำลังเฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์ตามแนวชายแดนใกล้ชิด พร้อมรับทุกสถานการณ์ เพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยให้ประชาชน ทั้งนี้ ทร.ยึดมั่นแนวทางดำเนินการด้วยความรอบคอบ อดทนและสันติวิธี ยืนยันว่า กองทัพเรือพร้อมปฏิบัติหน้าที่พิทักษ์รักษาอธิปไตย และความปลอดภัยของประชาชนอย่างเต็มความสามารถ
เขมรขุดคูเลตแต่ห่างชายแดนไทยเยอะ
ที่ทำเนียบฯ นายกฯให้สัมภาษณ์ตอนหนึ่งกรณีใกล้ถึงวันเลือกตั้ง ฝ่ายความมั่นคงมีรายงานสถานการณ์อย่างไรบ้างหรือไม่ว่า ได้รับรายงานจากเสนาธิการทหารบก และวันนี้ลงพื้นที่ชายแดนเพื่อตรวจราชการ ซึ่งไม่เกี่ยวกับการเมือง เพราะยังไม่มีโอกาสไปแถบกองทัพภาคที่ 1 ที่จ.สระแก้ว จะไปดูว่ามีอะไรที่ควรดำเนินการให้เกิดความมั่นใจว่าการควบคุมสถานการณ์ อยู่ภายใต้การดำเนินการเรียบร้อยแล้วหรือไม่ แต่ได้รับรายงานจากเสนาฯทหารบกเรื่องที่เขามาขุดคูคลองตรงนั้น ยังห่างจากชายแดนไปเยอะและไม่ได้เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันทั้งสองฝ่ายคุยกันแล้ว ขอให้ทำแล้ว อย่าให้เกิดความรู้สึกเป็นภัย การเตรียมทางการทหาร ซึ่งเสนาธิการทหารบกได้รายงานมาแล้วว่า ไม่ใช่เป็นไปตามข่าวหรือการคาดการณ์ที่นำเสนอกัน สถานการณ์ยังปกติ ต่างคนต่างทำงาน
สยบลือปะทะรอบ3-ทัพไทยคุมพื้นที่ได้
ถามย้ำว่า แสดงว่าที่มีข่าวทหารกัมพูชามาประชิดชายแดนไทย ความเคลื่อนไหวตรงนั้นไม่มีใช่หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า จากรายงานของฝ่ายกองทัพยังไม่มี ส่วนจะบอกประชาชนให้เกิดความมั่นใจได้อย่างไรนั้น เพราะตอนนี้กำลังแตกตื่นเกรงจะมีการปะทะรอบ 3 หรือไม่ จริงๆ รัฐบาลให้ความมั่นใจว่าเราควบคุมสถานการณ์ ควบคุมพื้นที่เรียบร้อยแล้ว และได้ตรึงกำลัง ตรงนี้ต้องชื่นชมทหาร ซึ่งตอนนี้เขายังเฝ้าระวังแนวชายแดนให้พวกเราอยู่และมีความพร้อม ขณะเดียวกัน เราพูดคุยกับนานาชาติด้วยว่า เราดำเนินการตามแนวทางนี้และมั่นใจจะไม่มีเหตุการณ์ที่เป็นอันตรายต่อประชาชนของเรา ก็ขอให้มั่นใจได้ขณะนี้ประชาชนปลอดภัย
นายกฯลงพื้นที่ตรวจชายแดนสระแก้ว
เวลา 12.16 น.วันเดียวกัน ที่กองพลทหารม้าทที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทยลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจที่ จ.สระแก้ว โดยนายกฯพบให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา จากนั้นช่วงบ่ายรับฟังรายงานสรุปผลการดำเนินการในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว ก่อนลงพื้นที่ตรวจพื้นที่ปฏิบัติการทางทหาร และเยี่ยมให้กำลังใจชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ก่อนเดินทางกลับกทม.
ขอบคุณชรบ.-จนท.-ปชช.อดทน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อนายกฯเดินทางถึงเทศบาลตำบลตาพระยา จังหวัดสระแก้วได้พบปะให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับผลกระทบ หลังเหตุปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา และนายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วรายงานภาพรวมสถานการณ์ในพื้นที่ นายกฯสอบถามประชาชนที่บ้านเสียหายอย่างหนักทั้ง 3 หลัง ซึ่งถือภาพถ่ายบ้านตัวเอง ถูกลูกหลงจากเหตุสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา นายกฯกล่าวว่า กองทุนผู้ประสบภัยสำนักนายกฯจ่ายเงินเยียวยาแล้ว แต่อันนี้เป็นเงินเยียวยาในส่วนกรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ที่ต้องสนับสนุนค่าซ่อมแซมบ้านและให้เร่งจ่ายเงินเยียวยา ซึ่งนายกฯหันไปสอบถามผู้ว่าฯสระแก้วว่างบประมาณผ่านมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครบ 100% แล้วหรือไม่ ผู้ว่าฯสระแก้วยืนยันว่าผ่านครบหมดแล้ว นอกจากนี้ นายกฯยังกล่าวอีกว่า เงินส่วนนี้เป็นอำนาจของนายอำเภอจ่ายค่าเยียวยาซ่อมแซมบ้าน ทุกคนจะได้รับเงินค่าซ่อมแซมบ้านตามความเสียหายมูลค่าจริง โชคดีที่ไม่มีใครอยู่ในบ้านตอนเกิดเหตุ
จากนั้นนายกฯกล่าวกับประชาชนว่า วันนี้ตนตั้งใจมาพบทุกคน เนื่องจากสถานการณ์ไม่สงบทั้งหลายน่าจะอยู่ในสภาวะที่ควบคุมได้แล้ว มีความปลอดภัย ตนเชื่อว่าความอดทนอดกลั้นของพวกเรา ไม่ใช่สิ่งที่ง่าย ทุกคนต้องอพยพไปศูนย์อพยพ แน่นอนว่ารัฐต้องจัดการดูแลให้ประชาชนที่อพยพไปได้รับความสะดวกสบายมากที่สุด แต่มีอุปสรรคอยู่บ้าง รัฐบาลเข้าใจในฐานะเป็นนายกฯและเป็นหัวหน้ารัฐบาล ต้องขอบคุณความร่วมมือในความอดทนของประชาชนทุกคน ส่วนที่เป็นเจ้าหน้าที่ ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน(ชรบ) อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) กำนันผู้ใหญ่บ้านสมาชิกสภาองค์กรส่วนท้องถิ่นก็ต้องขอบคุณมากๆ ที่ทุกคนอำนวยความสะดวกดูแลประชาชนใกล้ชิด ขณะที่ต้องไปหลบภัย
รบ.ขอโทษ-เปรียบการรบปชช.ทำให้ชนะ
“รัฐบาลต้องขอโทษทุกคนด้วยที่เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น รัฐบาลเสียใจ และไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าประชาชน ด้วยความร่วมมือความอดทนและความเสียสละของประชาชนทั้งหลาย ทำให้รัฐบาลกองทัพและตำรวจฝ่ายปกครองสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ถ้าจะใช้คำว่าถ้าเปรียบเทียบว่านี่คือ การรบประชาชนทำให้ผมรบชนะ ทำให้อธิปไตยของประเทศไม่ถูกคุกคาม ทำให้ดินแดนของแผ่นดินของเราไม่ต้องเสียไปให้ฝ่ายตรงข้าม ตรงนี้ในฐานะนายกฯไม่ทราบจะขอบคุณอย่างไร เพราะพวกเรานอกจากทำหน้าที่ดูแลประชาชนให้ปลอดภัยแล้ว พวกผมทุกคนในที่นี้ทราบดีมาก การศึก การต่อสู้ความเป็นประเทศไทย ศักดิ์ศรีที่ได้ทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของไทยก็แพ้ไม่ได้เช่นกัน คำว่าแพ้ไม่เคยปรากฏอยู่ในความรู้สึกส่วนใดของพวกเรา ยิ่งได้รับความร่วมมือจากประชาชนเช่นนี้ทำให้การดำเนินการต่างๆ ไม่ต้องห่วงหัวหน้าพะวงหลัง เราทำหน้าที่ปกป้องเต็มความสามารถ เพราะรู้ว่าประชาชนปลอดภัยแล้ว เวลาเรามีข้อขัดแย้งกับใคร ถ้าเราในฐานะรัฐ ไม่ได้รับความร่วมมือจากประชาชน เราก็จะชนะและควบคุมสถานการณ์ได้ยาก”นายกฯกล่าว
จัดงบ5พัน/เดือนลงหมู่บ้านให้ชรบ.
และยืนยันว่า ฝ่ายความมั่นคงยังคอยดูแลปกป้องอธิปไตย และสร้างความมั่นใจว่าประชาชนต้องปลอดภัย จากนี้ไปขอให้พวกเรามั่นใจว่าท่านจะได้รับความปลอดภัย แต่เราต้องไม่ประมาท เราไม่ได้ประมาท เรารักสงบ แต่ถ้ามีการรบเมื่อไหร่ เราได้พิสูจน์ให้ท่านเห็นแล้วว่า พวกเราก็ไม่เคยถอย ไม่เคยคิดให้เขาคุกคามเราฝ่ายเดียว ขอให้ประชาชนทุกคนมั่นใจใช้ชีวิตจากนี้ไปด้วยความปกติ วางแผนอะไรไว้ก็ทำไป มีปัญหาติดขัดให้แจ้งนายอำเภอ แจ้งผู้ว่าราชการจังหวัด เราจะเข้าดูแลเยียวยาประชาชนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
นายกฯกล่าวด้วยว่า สำหรับ ชรบ. เราจัดสรรงบประมาณลงหมู่บ้านละ 5000 บาทต่อเดือน งวดแรกจะเริ่มจ่ายเดือนมกราคม เงินเหล่านี้ไม่ได้ตกอยู่ที่คน แต่เป็นกองทุนสะสมไว้เวลาตั้งด่านจุดตรวจจุดสกัด เป็นค่าอาหารให้เพิ่มขึ้นมา ค่าอุปโภคบริโภคเราเพิ่มงบประมาณให้ทุกคน ขอให้บริหารจัดการให้ดี ไม่ใช่เงินจำนวนมาก แต่จะมาอำนวยความสะดวกให้ภารกิจของท่านคล่องตัวมากขึ้น ในส่วนหมู่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านเราจัดสรรงบประมาณที่หมู่บ้านละ 5,000 บาทต่อเดือน จากนี้ไปงวดแรกเริ่มจ่ายเดือนมกราคม เงินนี้เป็นกองทุนของหมู่บ้านนำไปใช้จ่ายส่วนรวม บริหารจัดการให้ดี แม้ไม่ใช่เงินจำนวนมาก แต่นำมาอำนวยความสะดวกในภารกิจของประชาชนให้คล่องตัวมากขึ้น
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี