ผู้ต้องขัง ติดฝีดาษลิง เสียชีวิตแล้ว สธ.เปิดไทม์ไลน์-ผลสอบสวน คาดติดนอกคุก

ผู้ต้องขัง ติดฝีดาษลิง เสียชีวิตแล้ว สธ.เปิดไทม์ไลน์-ผลสอบสวน คาดติดนอกคุก

วันเสาร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 19.55 น.

 กรมควบคุมโรคผนึกกำลังกรมราชทัณฑ์ คุมเข้มมาตรการป้องกันโรคฝีดาษวานรในเรือนจำ เร่งเฝ้าระวังผู้สัมผัสใกล้ชิด สนับสนุนวัคซีนกลุ่มเสี่ยง ย้ำสถานการณ์อยู่ในการควบคุม พร้อมป้องกันการแพร่ระบาดในวงกว้าง

วัน14 กุมภาพันธ์ 2569 นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้รับรายงานกรณีผู้ป่วยโรคฝีดาษวานร (Mpox) เสียชีวิต จำนวน 1 ราย เป็นผู้ต้องขังชาย อายุ 44 ปี ซึ่งมีโรคประจำตัวหลายโรค อาทิ ติดเชื้อเอชไอวีร่วมกับโรคไวรัสตับอักเสบบี ซี และซิฟิลิส และขาดการรักษาต่อเนื่อง ทำให้มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องขั้นรุนแรง ส่งผลให้โรคมีความรุนแรงมากกว่าปกติ


จากการสอบสวนโรค พบว่า ผู้ป่วยเข้าเรือนจำเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 โดยมีแผลบริเวณขา ต่อมามีอาการไข้ และพบผื่นตุ่มตามร่างกาย ก่อนถูกส่งต่อเข้ารับการรักษาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์อย่างเร่งด่วน แม้แพทย์จะให้การดูแลอย่างเต็มที่ แต่อาการทรุดลงและเสียชีวิตในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 โดยผลตรวจทางห้องปฏิบัติการยืนยันพบเชื้อ Mpox สายพันธุ์ Clade II ทั้งนี้ เบื้องต้นคาดว่าผู้ป่วยอาจติดเชื้อมาก่อนเข้าเรือนจำ และด้วยภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องจากการขาดยาต้านไวรัสเอชไอวี ทำให้การดำเนินโรคมีความรุนแรงมากขึ้น

นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ภายหลังได้รับผลยืนยัน กรมควบคุมโรคได้ร่วมกับกรมราชทัณฑ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินมาตรการป้องกันและควบคุมโรคทันที โดยแยกและเฝ้าระวังผู้สัมผัสใกล้ชิดในแดนเดียวกัน 32 ราย และเฝ้าระวังเพิ่มเติมในพื้นที่เกี่ยวข้องอีก 14 ราย พร้อมงดการเคลื่อนย้ายผู้ต้องขังในพื้นที่เสี่ยง ตรวจวัดอุณหภูมิวันละ 2 ครั้ง ต่อเนื่อง 21 วัน ทำความสะอาดสิ่งแวดล้อมครั้งใหญ่ และจัดการขยะติดเชื้อตามมาตรฐานอย่างเข้มงวด นอกจากนี้ ยังได้ติดตามผู้สัมผัสในสถานพยาบาลอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการรักษา พร้อมสนับสนุนวัคซีนป้องกันโรคฝีดาษวานรสำหรับกลุ่มเสี่ยงสูง ตามแนวทางการให้วัคซีนหลังสัมผัสโรค (Post-Exposure Prophylaxis) จำนวน 19 ราย และประเมินความเสี่ยงผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมกว่า 80 ราย เพื่อกำหนดมาตรการเฝ้าระวังอย่างเหมาะสม

ขณะเดียวกัน นายแพทย์นิติ เหตานุรักษ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า โรคฝีดาษวานรติดต่อผ่านการสัมผัสใกล้ชิดกับผื่น ตุ่ม หรือสารคัดหลั่งของผู้ป่วย รวมถึงการใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกันและการมีเพศสัมพันธ์ใกล้ชิด อาการสำคัญ ได้แก่ ไข้ ต่อมน้ำเหลืองโต ปวดเมื่อย และมีผื่นหรือตุ่ม หากประชาชนมีอาการสงสัยควรรีบพบแพทย์โดยเร็ว

“ปัจจุบันยังไม่พบผู้ต้องขังหรือเจ้าหน้าที่รายอื่นมีอาการเข้าได้กับโรคเพิ่มเติม และสถานการณ์อยู่ภายใต้การควบคุมและการติดตามอย่างใกล้ชิด ขอให้ประชาชนมั่นใจในระบบเฝ้าระวังและการดูแลของกรมราชทัณฑ์และกรมควบคุมโรค” นายแพทย์นิติ กล่าว

กรมควบคุมโรคยืนยัน จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และดำเนินมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดในวงกว้าง หากมีข้อสงสัยโทรสอบถาม สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top