วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ศาลฎีกาพิพากษายืนจำคุก 3ปี4เดือนไม่รอลงอาญาหนุ่มพนง.บริษัทผิด ม. 112 โพสต์เฟซบุ๊ค หมิ่นสถาบัน
วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ศาลจังหวัดสมุทรปราการ ศาลได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีที่พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการเป็นโจทก์ฟ้อง วุฒิภัทร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ31 ปีชาวจ.พระนครศรีอยุธยาพนักงานบริษัทแห่งหนึ่งเป็นจำเลยในความผิดฐานดูหมิ่นสถาบันตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ฯ พระราชบัญญัติเกี่ยวกับการกระทำผิดคอมพิวเตอร์พ.ศ.2550
กรณีเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2563 จำเลยแสดงความเห็นลงในกลุ่มเฟซบุ๊ก ‘รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส’ ดูหมิ่นสถาบันเกี่ยวกับการสวรรคตของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 8 จำเลยให้การปฏิเสธ
คดีนี้จังหวัดสมุทรปราการซึ่งเป็นศาลชั้นต้น พิพากษายกฟ้องนายวุฒิภัทรในความผิดตามมาตรา 112 แต่ให้ลงโทษความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ฯ อัยการโจทก์และจำเลยยื่นอุทธรณ์
ต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เห็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 วรรคหนึ่ง (3)ด้วย การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียว ผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชนินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 จำคุก 5 ปี คำให้การชั้นสอบสวนและทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ศาลอุทธรณ์ภาค1 ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุกจำเลยไว้ 3 ปี 4 เดือน จำเลยยื่นฎีกา
ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือแล้วว่าคดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 วรรคหนึ่ง (3) ตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาหรือไม่ โดยจำเลยฎีกาใจความว่า ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 บัญญัติขึ้นโดยมีเจตนารมณ์คุ้มครองพระมหากษัตริย์องค์ที่ยังมีพระชนม์ชีพและครองราชย์อยู่ การตีความว่า พระมหากษัตริย์ ในบทบัญญัติดังกล่าวน่าจะมีความหมายเพียงแค่พระมหากษัตริย์องค์ที่ยังมีพระชนม์และครองราชย์อยู่เท่านั้น ไม่อาจตีความขยายความ ให้รวมถึงองค์พระมหากษัตริย์ในอดีตได้ เมื่อในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคตไปแล้วตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2559 ซึ่งเป็นเวลาก่อนที่จำเลยจะลงข้อความตามคำฟ้องในเฟซบุ๊ก การกระทำของจำเลยจึงขาดองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 วรรคหนึ่ง (3) คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 1 จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น
ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า บทบัญญัติมาตรา 112 แห่งประมวลกฎหมายอาญาได้มีการบัญญัติโดยนำเอาบทบัญญัติเดิมที่เคยบัญญัติไว้ในกฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 123 มาตรา 98 มาบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา ภาคความผิด ลักษณะ 1 ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร โดยบัญญัติไว้ในหมวด 1 ความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ซึ่งการบัญญัติหมวดความผิดให้ยึดโยงกับความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรเช่นนี้ มีนัยสำคัญว่า กฎหมายมุ่งประสงค์จะควบคุมและป้องปรามการละเมิดต่อพระเกียรติยศ ชื่อเสียงของพระมหากษัตริย์ เพื่อรักษาไว้ซึ่งความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร
ดังจะเห็นได้จากรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ก็ยังมีบทบัญญัติให้ความคุ้มครองพระมหากษัตริย์ว่า ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดหรือกล่าวหาฟ้องร้องในทางใด ๆ มิได้ ด้วยเหตุนี้ การตีความเพื่อบังคับใช้บทบัญญัติมาตราดังกล่าวจึงจำต้องคำนึงถึงวัตถุประสงค์ของกฎหมาย ที่นอกจากจะมุ่งคุ้มครองพระเกียรติยศ ชื่อเสียงของพระมหากษัตริย์แล้ว ยังมุ่งหมายเพื่อรักษาความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรและป้องปรามการกระทำที่บ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นรากฐานแห่งความมั่นคงของประเทศชาติประกอบด้วย ดังนั้น ไม่ว่าการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือการแสดงความอาฆาตมาดร้ายจะได้กระทำต่อพระมหากษัตริย์ที่ยังทรงพระชนม์อยู่หรือไม่ก็ตาม หากการกระทำนั้นมีลักษณะดังกล่าว ก็ย่อมเป็นความผิดได้ทั้งสิ้น ดังนี้ เมื่อพิจารณาถึงความมุ่งหมายดังกล่าวแล้ว ศาลฎีกาเห็นว่า การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ตีความคำว่า “พระมหากษัตริย์” ให้ครอบคลุมถึงอดีตพระมหากษัตริย์ โดยรวมถึงพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 9 อดีตพระมหากษัตริย์ ด้วยเหตุผลที่ว่า ประชาชนชาวไทยผูกพันกับสถาบันพระมหากษัตริย์มาตลอด แม้จะเสด็จสวรรคตไปแล้ว ประชาชนก็ยังเคารพสักการะและมีพิธีรำลึกถึง โดยทางราชการจัดวางพวงมาลาถวายราชสักการะเป็นประจำทุกปีตลอดมา
ทั้งยังกำหนดให้วันคล้ายวันสวรรคตของพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 9 เป็นวันหยุดราชการ เพื่อให้ประชาชนรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและพระราชกรณียกิจที่ทรงกระทำในระหว่างทรงมีพระชนม์ชีพ อันเป็นคุณประโยชน์นานัปการต่อประเทศชาติและประชาชน การดูหมิ่นหรือหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ที่เสด็จสวรรคตไปแล้วยังกระทบกระเทือนต่อความรู้สึกของประชาชน อันจะนำไปสู่ความไม่พอใจและอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรได้นั้น จึงเป็นการตีความให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของบทบัญญัติประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ดังนัยข้างต้นแล้ว มิได้เป็นการตีความเกินขอบเขตหรือขัดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมายดังที่จำเลยฎีกา ส่วนปัญหาและผลกระทบต่าง ๆ ที่จำเลยยกขึ้นอ้างมาในฎีกาล้วนเป็นเรื่องที่จำเลยนึกคิดตามความเข้าใจของตนเอง
อย่างไรก็ดี ในการพิจารณาคดีของศาลว่า การกระทำใดเป็นความผิดหรือไม่ ย่อมขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงแต่ละคดี โดยต้องพิจารณาองค์ประกอบความผิดในส่วนเจตนาของผู้กระทำเป็นสำคัญ การตีความดังที่วินิจฉัยข้างต้นมิได้มีผลทำให้ประชาชนไม่อาจแสดงความคิดเห็นในทางวิชาการ หรือแสดงข้อความโดยสุจริต หรือไม่อาจติชมด้วยความเป็นธรรมได้แต่ประการใด ในทางกลับกัน หากตีความจำกัดให้หมายความเฉพาะพระมหากษัตริย์ที่ทรงครองราชย์อยู่ ย่อมก่อให้เกิดช่องว่างของกฎหมาย และเป็นช่องทางให้เกิดการทำลายความเชื่อถือศรัทธาที่ประชาชนมีต่อคุณค่าในสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นเสาหลักของบ้านเมืองได้ และสุดท้ายย่อมส่งผลกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ
สำหรับคดีนี้ เห็นได้ชัดว่า ข้อความที่จำเลยโพสต์ลงในเว็บไซต์เฟซบุ๊กเป็นการหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 9 ซึ่งเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงมีคุณูปการอันยิ่งใหญ่แก่ประเทศชาติ ทั้งยังเป็นมิ่งขวัญและหลักยึดเหนี่ยวของพสกนิกรชาวไทย เป็นถ้อยคำที่นำมาซึ่งความเสื่อมเสียต่อราชวงศ์จักรี ลดพระเกียรติยศพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 9 และกระทบต่อความรู้สึกของประชาชนที่ล้วนยังคงรำลึกน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณไม่เสื่อมคลาย ทำให้เกิดความแตกแยกในหมู่ประชาชน และอาจกระทบถึงความมั่นคงของรัฐได้ มิได้เป็นการแสดงข้อความโดยสุจริต หรือติชมด้วยความเป็นธรรม หรือเป็นการแสดงความคิดเห็นในทางวิชาการ อันจะแสดงให้เห็นว่าจำเลยมิได้มีเจตนาหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 9 แต่อย่างใดไม่
การกระทำของจำเลยจึงครบองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 วรรคหนึ่ง (3) ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดทั้งสองฐานดังกล่าวมานั้น ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืนต่อมาเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้นำตัวนายวุฒิภัทร จำเลยไปคุมขังที่เรือนจำกลางสมุทรปราการตามคำพิพากษาศาลฎีกาต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี