บื๊กโก๋ เลขา ป.ป.ท. ร่วมกับบิ๊กเต่า เปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้นวัดป่ารักษาใจ ปมพบบุกรุกป่าและกว้านซื้อที่ดิน สปก.กว่า 2,000 ไร่ แบ่งทำกุฎิชวนโยมผ่านโซเชียลซื้อถวายวัด หรือที่อยู่ปฏิบัติธรรม หลังละ 500,000 บาท
เมื่อวันที่ 18 ก.พ.2569 เวลา 12 .00 น. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.) ภายใต้การอำนวยการของนายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. และพันตำรวจโทสิริพงษ์ ศรีตุลา รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. จากกองอำนวยการต่อต้านการทุจริต และ ปปท. เขต 1 ร่วมกับพลตำรวจตรีจรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก พลตำรวจตรีเอนก เตาสุภาพ ผบก.ปทส. บูรณาการการทำงานร่วมกับกรมป่าไม้ นายพัฒน์พงษ์ สมิตติพัฒน์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ นายกฤศกร สนิทศักดิ์ดี ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนา สำนักงานป.ป.ช.ประจำจังหวัดสระบุรี และสำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดสระบุรี ร่วมลงพื้นที่เข้าตรวจสอบสถานะพื้นที่ครอบครองของวัดป่ารักษาใจ หมู่บ้านอริยะ วัดป่าชนะใจพุทธ สถานรักษาใจนานาชาติ และผาชนะใจ ณ ตำบลหนองย่างเสือ อำเภอมวกเหล็ก คาบเกี่ยวอำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี
สืบเนื่องจาก สำนักงาน ป.ป.ท. ได้รับการแจ้งเบาะแสจากประชาชนในพื้นที่ว่า มีวัดป่า หรือสำนักสงฆ์ นำโดยครูบาชัยวัฒน์ (ประวัติ บวชเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2566 ต้นสังกัดวัดศรีสุธาวาส (วัดเลยหลง) อำเภอเมืองจังหวัดเลย) แสดงตนเป็นผู้นำคณะสงฆ์และแม่ชี เข้ามาบุกรุกยึดถือครอบครองพื้นที่ป่าบริเวณดังกล่าว ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการแจ้งความร้องทุกข์แล้ว แต่คดีไม่มีความคืบหน้า และปัจจุบันยังมีการบุกรุก ปรับพื้นที่และสร้างสิ่งปลูกสร้างอยู่ตลอดเวลา
จากการตรวจสอบพบพฤติการณ์ พบว่า วัดป่ารักษาใจ ได้มีการเชิญชวนทำบุญ เรี่ยไรเงินในการปรับพื้นที่ก่อสร้างถนน และขุดล้อมต้นไม้จากที่สาธารณประ โยชน์ เช่น บริเวณริมถนนสาธารณะไปตกแต่งพื้นที่ภายในวัด นำเครื่องจักรหนักเข้ามาในพื้นที่ ขุดปรับแต่งพื้นที่ให้ราบเหมาะแก่การก่อสร้าง ดันต้นไม้ทำถนนขึ้นไปในแนวป่าและทำการปรับพื้นที่ โดยการชักชวนผ่านช่องทางเฟสบุ๊ค tiktok, youtube เชิญชวนให้มาซื้อกุฎิถวายวัด หรือซื้อเพื่ออยู่ปฏิบัติธรรม หลังละ 500,000 บาท ทำถนนทางเข้าพุทธสถานวัดป่ารักษาใจนานาชาติ 10 กิโลเมตร มูลค่า 3.3 ล้านบาท และในการดำเนินการกิจการต่างๆ ภายในวัด ซึ่งส่วนมากเกี่ยว ข้องกับการทำการสร้างสิ่งก่อสร้างและปรับพื้นที่ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร หรือ สปก. ที่สำนักงานปฏิรูปที่ดินยังไม่ได้อนุญาตให้แก่ผู้ใด
สำหรับปฏิบัติการเข้าตรวจสอบสถานะพื้นที่ในครั้งนี้ พบว่า จุดที่ 1 วัดป่ารักษาใจ อยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม พื้นที่ 13 ไร่ ปรากฎชื่อผู้ได้รับอนุญาตเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน ตามเอกสาร สปก 4 – 01 แต่ผู้ได้รับอนุญาตตามเอกสาร ไม่ได้เข้าทำประโยชน์ในที่ดิน ต่อมาวัดป่ารักษาใจเข้ามาในพื้นที่ ในช่วงปี 2566 พบการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างเพิ่มเติมจากผู้เคยได้รับอนุญาตเดิม
จุดที่ 2 ถึง 4 (หมู่บ้านอริยะ วัดป่าชนะใจ พุทธสถานรักษาใจนานาชาติ และผาชนะใจ) อยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินฯยังไม่ได้อนุญาตให้ผู้ใดเข้าทำประโยชน์ ผู้บุกรุกยึดถือครอบครอง มีพฤติกรรมก่อสร้าง แผ้วถางป่า นำเครื่องจักรหนักปรับพื้นที่ในบริเวณเนินเขาสูง โดยไม่ได้รับอนุญาต
ทั้งนี้ สถานะพื้นที่ตามกฎหมาย เป็นผู้บุกรุกที่ดิน สปก. ตาม พ.ร.ก. สปก. พ.ศ. 2518 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มีความผิดตาม ม.54 แห่ง พ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ศ. 2484 สถานะของวัดป่ายังไม่ได้รับอนุญาตให้เป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย คณะทำงานเรียกว่าเป็นที่พักสงฆ์ที่ไม่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องจากเจ้าคณะปกครอง ดำเนินการก่อสร้าง โดยไม่เป็นไปตาม พ.ร.บ. อนุมัติอนุญาตก่อสร้างฯ
รายงานข่าวแจ้ง ว่า การปฏิบัติการเข้าตรวจค้นวันนี้ เจ้าหน้าที่ได้ยื่นเรื่องต่อศาล
เพื่อออกหมายค้นและทำการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายที่วัดป่ารักษาใจ จ.สระบุรี โดยสถานะปัจจุบันเป็นที่พักสงฆ์ เริ่มก่อสร้างเมื่อปี 2566 ทั้งนี้ เป็นการยึดถือครอบครองพื้นที่ป่า และที่ดินสปก. โดยการซื้อต่อจากชาวบ้าน ขณะนี้มีพื้นที่ที่ถือครองรวบรวมได้ประมาณกว่า 2,000 ไร่
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี