วันอาทิตย์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
เวทีเสวนา “ห้องเรียนปลอดฝุ่นกับสุขภาพเด็กเล็ก ความร่วมมือของชุมชนและหน่วยงานรัฐ” ร่วมชูผลสำเร็จ “ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนชุมชนแหลมทองพัฒนา” ยกระดับ “ห้องเรียนปลอดฝุ่น” ขับเคลื่อนผ่าน กปท. กรุงเทพมหานคร และความร่วมมือชุมชนฯ ติดตั้งแอร์ครบทุกห้องและแผงโซล่าเซลล์ลดค่าไฟ ผลลัพธ์ชัด ช่วยเด็กห่าง PM2.5 ลดป่วย มีสุขภาพที่ดีขึ้น ประธานชุมชนแหลมทอง - กทม. ชวนขยายผลศูนย์เด็กเล็กทั่วทุกพื้นที่
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จัดเสวนาเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “ห้องเรียนปลอดฝุ่นกับสุขภาพเด็กเล็ก ความร่วมมือของชุมชนและหน่วยงานรัฐ” ณ ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนชุมชนแหลมทองพัฒนา เขตสวนหลวง กทม. เมื่อวันที่ 30 ม.ค. 2569 ที่ผ่านมา โดยศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนชุมชนแหลมทองพัฒนา เป็นหนึ่งในตัวอย่างการสร้างห้องเรียนปลอดฝุ่น โดยใช้งบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ (กปท.) ในการปรับปรุงห้องเรียน ภายใต้การสนับสนุนจากชุมชนและสำนักงานเขตสวนหลวง
นายสมศักดิ์ กลมเกลี้ยง ประธานชุมชนแหลมทองพัฒนา และประธานศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนชุมชนแหลมทองพัฒนา กล่าวว่า การทำห้องเรียนเรียนปลอดฝุ่นถือว่าไม่ยากถ้าได้รับความร่วมมือจากสมาชิกในชุมชนและคุณครู โดยมองถึงความปลอดภัยของเด็กเป็นหลัก อย่างที่ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนชุมชนแหลมทองพัฒนา แต่เดิมห้องเรียนมีเครื่องปรับอากาศ แต่ไม่ได้ครบทุกห้อง หากจะทำให้ครบทุกห้องก็มีปัญหาเรื่องค่าไฟ ทางคณะกรรมการชุมชนและผู้บริหารศูนย์จึงหารือกันว่า จะมีวิธีลดค่าไฟได้อย่างไร และร่วมกันจัดฟุตซอลเพื่อระดมทุนจัดซื้อเครื่องปรับอากาศให้ครบทุกห้อง พร้อมกั้นผนังห้องทุกห้องจากเดิมที่เป็นห้องโล่ง ๆ เพื่อมุ่งเน้นความปลอดภัยของเด็ก ๆ
นอกจากนี้ชุมชนยังสนับสนุนแผงโซลาร์เซลล์ เพราะการทำห้องเรียนปลอดฝุ่น ปัจจัยหลักคือกระแสไฟที่จะมาเปิดแอร์ ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้ โดยใช้งบประมาณ 180,000 บาท ทำให้ค่าไฟฟ้าจากเดิมอยู่ที่เดือนละ 7,000-8,000 บาท ลดลงเหลือประมาณ 4,000-5,000 บาท ขณะที่ผลลัพธ์ด้านสุขภาพ จากเดิมที่เด็กป่วยแบบมีน้ำมูกและเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ แต่จากโครงการฯ นี้ทำให้อาการป่วยลดลง เด็กๆ สุขภาพดีขึ้น ทั้งสนุกสนานกับการเรียนเพราะอากาศไม่ร้อน ผู้ปกครองก็ไม่ต้องเสียเวลาพาบุตรหลานไปหาหมอ มีเวลาทำงานมากขึ้น
“ในพื้นที่ที่ยังไม่พร้อม ขณะนี้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และ กทม. มีส่วนที่จะเข้ามาช่วยสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ (กปท.) จึงขอเชิญชวนให้ศูนย์เด็กเล็กทุกแห่ง ร่วมเขียนโครงการเพื่อจัดทำห้องเรียนปลอดฝุ่น ซึ่งการขอรับงบประมาณก็ไม่ยากเพราะมีตัวอย่างโครงการให้อยู่แล้วว่าจะต้องเขียนอย่างไร ทั้งปรึกษาสำนักงานเขตได้” นายสมศักดิ์ กล่าว
นางสุกัญญา มีอ้น หัวหน้าศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนชุมชนแหลมทองพัฒนา กล่าวว่า สำนักงานเขตสวนหลวงได้ให้คำแนะนำในการจัดทำโครงการ พร้อมลงพื้นที่วัดขนาดห้องเรียนและคำนวณจำนวนเครื่องปรับอากาศและเครื่องฟอกอากาศที่เหมาะสม สำหรับการบริหารจัดการห้องเรียนปลอดฝุ่น เดิมศูนย์ฯ มีกิจกรรมกลางแจ้งสำหรับเด็ก แต่เมื่อเกิดปัญหาฝุ่น PM2.5 จึงปรับให้ทำกิจกรรมในห้องเรียนแทน ควบคู่กับการคัดกรองสุขภาพเด็กก่อนเข้าเรียนทุกวัน เช่น วัดไข้และสวมหน้ากากอนามัย หากวันใดค่าฝุ่นสูง ครูจะพาเด็กทำกิจกรรมทั้งหมดในห้องปลอดฝุ่น โดยเปิดเครื่องปรับอากาศและเครื่องฟอกอากาศตั้งแต่เช้าถึงเวลา 16.00 น. จากเดิมที่เปิดเป็นช่วงเวลา
“แม้ค่าไฟฟ้าจะสูง แต่เมื่อได้รับการสนับสนุนจาก กปท. โดยโครงการห้องเรียนปลอดฝุ่น และชุมชนช่วยติดตั้งโซลาร์เซลล์ ทำให้สามารถเปิดเครื่องปรับอากาศได้ตลอดวัน ส่งผลให้ผู้ปกครองสบายใจมากขึ้น เพราะเด็กไม่เจ็บป่วยบ่อยเหมือนในอดีต” หัวหน้าศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนฯ กล่าว
น.ส.ววรรณา เพียวอยู่ ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตสวนหลวง กล่าวว่า การพิจารณาอนุมัติโครงการกองทุนหลักประกันสุขภาพกรุงเทพมหานคร จะดูจากวัตถุประสงค์เป็นหลักว่ามุ่งป้องกันโรค ส่งเสริมสุขภาพ หรือฟื้นฟูสมรรถภาพ โดยผู้เสนอโครงการอาจเป็นหน่วยงานสาธารณสุข มูลนิธิ สถานพยาบาล หรือหน่วยบริการในพื้นที่ นอกจากนี้ยังพิจารณาความคุ้มค่า ความเหมาะสมของกิจกรรมกับงบประมาณ ความเป็นไปได้ในการดำเนินงาน กลุ่มเป้าหมายต้องชัดเจน และสถานที่ต้องเหมาะสมรองรับการจัดกิจกรรมได้จริง
ทั้งนี้ โครงการที่สามารถต่อยอดและสร้างผลลัพธ์ด้านสุขภาพในระยะยาวจะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ เช่น โครงการห้องเรียนปลอดฝุ่น ซึ่งไม่เพียงสนับสนุนอุปกรณ์ แต่ยังให้ความรู้ผู้ปกครองและครูผู้ดูแลเด็ก พร้อมขยายการดำเนินงานสู่ศูนย์เด็กเล็กในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากฝุ่น PM2.5 มีอยู่ตลอดแม้ไม่รุนแรง การมีห้องเรียนปลอดฝุ่นจึงเป็นการป้องกันระยะยาว ช่วยลดความเสี่ยงด้านสุขภาพของเด็กได้อย่างยั่งยืน
น.ส.ธีระญา สืบสาย หัวหน้าฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคม เขตสวนหลวง กล่าวว่า กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนมีความสำคัญที่สุด เพราะชุมชนรู้ปัญหาและความต้องการของตนเอง เช่น ชุมชนแหลมทอง เมื่อมีนโยบายผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครให้จัดทำโครงการห้องปลอดฝุ่น ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนแหลมทอง คณะกรรมการชุมชน และครูพี่เลี้ยง ได้ร่วมประชุมและแสดงความประสงค์เข้าร่วมโครงการทันที แม้ยังไม่ทราบรายละเอียดหลักเกณฑ์งบประมาณ จากนั้นฝ่ายพัฒนาชุมชนของสำนักงานเขตร่วมกับครูอาสาผู้ดูแลเด็กช่วยกันจัดทำโครงการอย่างต่อเนื่องจนแล้วเสร็จ
“โครงการด้านสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นห้องปลอดฝุ่นหรือโครงการอื่น ควรเริ่มจากความต้องการและปัญหาของชุมชนเป็นสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่ไม่ได้มีเพียงเด็ก แต่รวมถึงผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส ซึ่ง สปสช. ร่วมกับกรุงเทพมหานคร ยังสามารถสนับสนุนการดูแลได้อย่างครอบคลุมในหลายกลุ่ม” หัวหน้าฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคมฯ กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี