วันอาทิตย์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569
“รพ.หัวหิน” เผยผลลัพธ์การใช้งานนวัตกรรม “เท้าเทียมไดนามิกส์” ฝีมือคนไทย ช่วยให้คุณภาพชีวิตผู้ป่วยดีขึ้นมาก เดิน-วิ่ง ช่วยใช้ชีวิตไดใกล้เคียงเท้าปกติ พร้อมเข้าถึงได้มากขึ้น ภายหลังบรรจุเป็นสิทธิประโยชน์บัตรทอง ช่วยให้คนพิการสามารถเบิกได้ ด้านผู้ป่วยพ้องเสียงมั่นใจในคุณภาพ เอื้อให้มีชีวิตได้ใกล้เคียงกับปกติมากขึ้น
พญ.จาคะ อนุจารี แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู รพ.หัวหิน เปิดเผยว่า ผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องใช้ขาเทียมอันเนื่องมาจากถูกตัดขา อาจมีที่มาได้จากหลายสาเหตุ เช่น เป็นโรคเบาหวาน เส้นเลือดอุดตัน มีภาวะติดเชื้อ หรือประสบอุบัติเหตุ ฯลฯ ซึ่งกระบวนการภายหลังจากที่ผู้ป่วยถูกตัดขาแล้ว จะต้องมีการทำกายภาพบำบัดเพื่อคงพิสัยของข้อ ไม่ให้ข้อติด และเสริมกำลังของกล้ามเนื้อ เพื่อเตรียมความพร้อมในการใช้ขาเทียม โดยแพทย์จะตรวจประเมินว่าผู้ป่วยเหมาะกับขาเทียมลักษณะใด เช่น เป็นแกนเหล็ก ด้านนอกเป็นไม้ หรือต้องใช้ข้อเท้าแบบใด เป็นต้น ซึ่งเมื่อผู้ป่วยมีความพร้อมแล้ว ก็จะถูกส่งต่อให้ไปพบกับนักกายอุปกรณ์ เพื่อทำการวัดและหล่อตัวขาเทียมที่เหมาะสมกับผู้ป่วยต่อไป
ในการใช้ขาเทียมของผู้ป่วยนั้น นับว่ามีความหนักและเหนื่อยกว่าการเดินสองขาแบบปกติมาก หรือในบางทีอาจหนักกว่าการไม่ใส่ขาเทียมแล้วใช้ไม้เท้าแทนอีกด้วย เพราะจะมีความหนักและต้องใช้แรงในการทรงตัวเยอะขึ้น ซึ่งในส่วนของเท้าเทียมแบบดั้งเดิมที่ใช้กันส่วนใหญ่จะเป็นเท้าเทียมชนิดข้อเท้าแข็ง (SACH foot) โดยเท้าเทียมชนิดนี้จะมีการขยับตัวได้น้อย คล้ายกับเดินบนท่อนไม้ทื่อๆ ไม่คล่องแคล่วเท่ากับเท้าเทียมที่มีการขยับตัวได้มาก อย่างเช่นเท้าเทียมไดนามิกส์
อย่างไรก็ดี แม้เท้าเทียมไดนามิกส์จะเคยมีมาก่อนอยู่แล้ว แต่ผู้ป่วยก็อาจยังไม่สามารถเข้าถึงได้มากนัก เนื่องจากยังไม่สามารถเบิกจ่ายในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) ได้ อย่างไรก็ดี เมื่อปี 2566 ได้มีโครงการวิจัยของทางคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ซึ่งพัฒนาเท้าเทียมไดนามิกส์ที่เป็นนวัตกรรมของคนไทย เข้ามานำร่องที่โรงพยาบาลหัวหิน โดยให้ผู้ป่วยทดลองใช้ฟรี จากการติดตามผลเมื่อนำไปใช้ระยะหนึ่งแล้ว พบว่าผู้ป่วยใช้งานได้ดีและมีความสุขกับเท้าเทียมแบบนี้มาก ทางโรงพยาบาลจึงมีการสั่งมาใช้งานอย่างต่อเนื่อง
“เท้าเทียมไดนามิกส์จะเหมาะอย่างยิ่งกับคนไข้ที่อายุไม่มาก และมีการเดินเยอะ แต่ก่อนหน้านี้ด้วยที่เบิกไม่ได้ ทำให้คนไข้ไม่มีทุนทรัพย์เพียงพอก็ไม่สามารถเข้าถึงได้ แต่ปัจจุบันต้องขอบคุณทางสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ที่ได้บรรจุเป็นรายการสิทธิประโยชน์ ทำให้ผู้ป่วยสามารถเบิกเท้าเทียมไดนามิกส์ที่เป็นผลงานนวัตกรรมไทยได้ ทำให้คนไข้มีคุณภาพชีวิตที่ดีได้มากกว่าเดิม และข้อดีของการที่ประเทศไทยเราผลิตเอง นอกจากจะออกแบบได้เหมาะสมกับคนไทยมากกว่าแล้ว ยังมีต้นทุนค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการนำเข้าจากต่างประเทศ ทำให้คนไทยเข้าถึงได้ง่ายขึ้น” แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู รพ.หัวหิน ระบุ
น.ส.ศิริกาญจน์ ตันติวิสุทธิธำรง นักกายอุปกรณ์ รพ.หัวหิน กล่าวว่า เดิมเท้าเทียมแบบ SACH Foot จะเป็นเท้าเทียมมาตรฐานที่ทางโรงพยาบาลให้บริการกับผู้ป่วยทุกราย ไม่ว่าผู้ป่วยจะมีความสามารถหรือมีกิจกรรมการใช้ชีวิตแบบใด จนเมื่อโรงพยาบาลได้รับเท้าเทียมไดนามิกส์มาใช้ จึงมีการประเมินเกณฑ์ผู้ป่วยที่มีความเหมาะสม โดยต้องเป็นผู้ป่วยที่ค่อนข้างแอคทีฟ มีความแข็งแรง ทำกิจกรรมมาก เพราะเท้าเทียมชนิดนี้จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถเดินบนทางลาด ทางขรุขระ ขึ้นลงบันไดได้ดี กลับไปใช้ชีวิตและเดินได้อย่างปกติมากกว่าการใช้เท้าเทียมแบบเดิม
ขั้นตอนการให้บริการสำหรับผู้ป่วยใหม่ ที่ยังไม่เคยใส่ขาเทียมมาก่อน ต้องให้แพทย์เป็นผู้ประเมินว่ามีความเหมาะสมที่จะใส่ขาเทียมแล้วหรือไม่ จากนั้นจะส่งผู้ป่วยมาที่แผนกกายอุปกรณ์ เพื่อประเมินในเชิงเทคนิคอีกครั้ง เช่น ความยาวของตอขา ซึ่งหากไม่มีปัญหาขาผู้ป่วยก็จะได้รับการหล่อแบบ ทำโมเดลเบ้าขา แล้วนำไปประกอบกับชิ้นส่วนต่างๆ เช่น ตัวแข้ง หน้าแข็ง เท้า ฯลฯ เมื่อประกอบเสร็จก็จะนำมาให้ผู้ป่วยทดลองสวมใส่ เพื่อดูความสูง แนวขา ฯลฯ ว่าเหมาะสมแล้วหรือไม่ หากไม่พบปัญหาอะไรผู้ป่วยก็จะนำกลับไปใช้งาน และจะมีการติดตามหลังการใช้งาน 1 เดือน หากไม่พบปัญหาอะไรจึงจะมีการหุ้มทำเป็นรูปขาให้สวยงามเพื่อนำกลับไปใช้งานจริง
จากการได้พูดคุยกับผู้ป่วยที่มีการนำเท้าเทียมไดนามิกส์ไปใช้ พบว่าทุกคนมีความรู้สึกที่ดีขึ้น โดยเขาจะรู้สึกว่าออกแรงในการเดินน้อยลง เหมือนมีแรงพุ่งไปข้างหน้า และเท้ายังสามารถปรับไปตามพื้นผิวที่ขรุขระได้ จึงมีความสะดวกในการใช้งานกับพื้นที่จริงที่อาจมีก้อนหินหรือไม่ใช่พื้นเรียบ ส่วนอายุการใช้งานก็จะขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานของผู้สวมใส่ โดยพบว่าส่วนที่มักจะเสียก่อนคือยางด้านนอก ถ้าหากมีการถอดรองเท้าเดินเยอะ เปียกน้ำ หรือมีการลงน้ำหนักมาก ก็อาจต้องเปลี่ยนภายใน 2-3 เดือน แต่บางรายแม้ใช้งานไปแล้ว 2 ปี ก็ยังไม่มีปัญหา ดังนั้นอายุจึงขึ้นกับลักษณะการใช้งาน
ขณะที่ นางบุบผา พุ่มศรีเมือง ผู้ใช้งานเท้าเทียมไดนามิกส์ อายุ 50 ปี ประกอบอาชีพขับรถรับจ้างทั่วไป กล่าวว่า ตนถูกตัดขาเมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว ซึ่งภายหลังรักษาตัวประมาณ 6 เดือน ได้ทำการใส่ขาเทียม โดยได้ใช้เท้าเทียมแบบปกติทั่วไปมาประมาณ 1 ปี ก่อนที่จะได้เปลี่ยนมาใช้เท้าเทียมไดนามิกส์ ที่ทำให้การใช้ชีวิตนั้นดีขึ้นมาก เนื่องจากเท้าเทียมแบบเดิมจะมีความแข็ง ไม่สามารถเดินในพื้นที่ขรุขระหรือที่เป็นทางลาดชันได้เลย แต่พอเปลี่ยนเป็นเท้าเทียมไดนามิกส์ ทำให้เราเดินได้ใกล้เคียงกับปกติ รวมทั้งยังขับรถได้ด้วย
“อาชีพที่ทำอยู่เราต้องใช้เท้าเยอะ ทั้งขับรถไปเข้าโรงงาน เดินทางลาดชัน ขึ้นบันได ถ้าเป็นเท้าเดิมจะใช้ชีวิตยาก เวลาเดินขึ้นทางลาดชันก็จะหกล้มได้ ซึ่งปกติก็เป็นคนเดินเร็ว พอได้เท้าอันนี้มาทำให้เดินได้เหมือนปกติ การรับรู้กันระหว่างเข่ากับเท้าเรามีได้มากกว่า ทำให้ชีวิตเราดีกว่าเดิมเยอะมากๆ เกือบ 80% เลย มั่นใจมากกับนวัตกรรมของคนไทย ขอบคุณ สปสช. ที่ทำให้มีขาเทียมแบบนี้มาให้ใช้ และขอให้มีการพัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ เพื่อให้คนรุ่นต่อไปได้มีโอกาสใช้” นางบุบผา กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี