533.jpg
รายงานพิเศษ : ‘ถอดรหัส’ PM2.5 พัฒนา ‘Super Station’ ยกระดับการวิเคราะห์ปัญหาฝุ่นละออง

รายงานพิเศษ : ‘ถอดรหัส’ PM2.5 พัฒนา ‘Super Station’ ยกระดับการวิเคราะห์ปัญหาฝุ่นละออง

วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผนึกความร่วมมือ 5 ภาคีวิจัย พัฒนา “Super Station” สถานีตรวจวัดและวิเคราะห์คุณภาพอากาศขั้นสูง เพื่อยกระดับการวิเคราะห์ปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ในเขตเมืองแบบเชิงลึกและเรียลไทม์ ครอบคลุมทั้งปริมาณฝุ่น องค์ประกอบทางเคมี แหล่งกำเนิด และโครงสร้างบรรยากาศ

รศ.ดร.สุรัตน์ บัวเลิศ คณะสิ่งแวดล้อม ม.เกษตรฯ ในฐานะหัวหน้าโครงการ Super Station พร้อมด้วยคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นำโดย ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม รักษาการแทนอธิการบดี รศ.ดร.ตุลวิทย์ สถาปนจารุ คณบดีคณะสิ่งแวดล้อม และ ผศ.ดร.ปารเมศ กำแหงฤทธิรงค์ คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ให้การต้อนรับ ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมคณะผู้บริหารจากสำนักสิ่งแวดล้อม ในโอกาสลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าของโครงการ ณ สถานี Super Station บริเวณชั้นดาดฟ้า คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์


ที่ผ่านมา แม้กรุงเทพมหานครจะมีสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศจำนวนมาก แต่ข้อมูลที่ได้ยังจำกัดอยู่เพียงค่าความเข้มข้นของฝุ่นในแต่ละช่วงเวลา ขณะที่ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแหล่งกำเนิดและกลไกการเกิดของฝุ่นยังไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนและทันท่วงที Super Station จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเติมเต็มช่องว่างดังกล่าว โดยมุ่งเน้นการวิเคราะห์ข้อมูลแบบบูรณาการ ทั้งปริมาณฝุ่น องค์ประกอบทางเคมี แหล่งกำเนิด และโครงสร้างบรรยากาศในแนวดิ่งแบบเรียลไทม์ เพื่อให้สามารถเข้าใจปัญหาได้อย่างรอบด้านและนำไปสู่การแก้ไขที่ตรงจุด

โครงการนี้เป็นความร่วมมือของ 5 ภาคี ได้แก่ กรุงเทพมหานคร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมแห่งประเทศจีน (Chinese Research Academy of Environmental Sciences: CRAES) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และบริษัท Lihe Technology (Hunan) จำกัด

ระบบภายใน Super Station ประกอบด้วยเครื่องมือวิเคราะห์ขั้นสูงที่ทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการ ทั้งระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศพื้นผิว ระบบวิเคราะห์องค์ประกอบฝุ่นแบบเรียลไทม์ และระบบตรวจวัดโครงสร้างบรรยากาศในแนวดิ่งด้วยเทคโนโลยี LiDAR ซึ่งสามารถติดตามสภาวะการกักตัวของมลพิษในชั้นบรรยากาศได้อย่างแม่นยำ พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลเข้าสู่แพลตฟอร์มวิเคราะห์ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ นับเป็นระบบแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า “นี่คือก้าวสำคัญของการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 เพราะช่วยให้สามารถระบุแหล่งกำเนิดของฝุ่นได้อย่างชัดเจน จากข้อมูลที่เคยมองไม่เห็น สู่ความเข้าใจที่จับต้องได้ ซึ่งจะนำไปสู่การกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น”

ด้าน รศ. ดร.สุรัตน์ บัวเลิศ หัวหน้าโครงการ Super Station กล่าวว่า กรุงเทพมหานครให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างเป็นระบบ การพัฒนาเครื่องมือและเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการวิเคราะห์เชิงลึก จะช่วยสนับสนุนการกำหนดมาตรการที่เหมาะสมและการบริหารจัดการคุณภาพอากาศในระยะยาว

“โครงการนี้มุ่งเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายมิติ ทั้งองค์ประกอบทางเคมี ข้อมูลอุตุนิยมวิทยา และโครงสร้างบรรยากาศ เพื่อให้เข้าใจกลไกการเกิดฝุ่นอย่างครบถ้วน โดยในระยะต่อไป จะสามารถใช้ข้อมูลดังกล่าวในการประเมินประสิทธิผลของมาตรการควบคุมฝุ่นตามแหล่งกำเนิด ผ่านการเปรียบเทียบข้อมูลก่อนและหลังการดำเนินมาตรการได้อย่างเป็นรูปธรรม” รศ.ดร.สุรัตน์ กล่าว

การพัฒนา Super Station สะท้อนแนวทางการบริหารจัดการคุณภาพอากาศที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล โดยมุ่งสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายอย่างมีประสิทธิภาพ และยกระดับการจัดการมลพิษทางอากาศของกรุงเทพมหานครในระยะยาว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top