20 ผู้นำหมู่บ้านชายขอบ ยื่นหนังสือถึง 'สุชาติ'ขอถนนผ่าน ขสป.แม่ยวมฝั่งขวา

20 ผู้นำหมู่บ้านชายขอบ ยื่นหนังสือถึง 'สุชาติ'ขอถนนผ่าน ขสป.แม่ยวมฝั่งขวา

วันจันทร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 20.20 น.

20 ผู้นำหมู่บ้านชายขอบยื่นหนังสือถึง “สุชาติ”ขอถนนผ่านขสป.แม่ยวมฝั่งขวา-เผยเป็นเส้นทางเก่าใช้หนีน้ำหลาก ทีมที่ปรึกษา-กรมอุทยานลงพื้นที่สำรวจข้อเท็จจริง-ทหารเห็นด้วยกับถนนความมั่นคง

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2568 พล.ต.ต.นันนทชาติ ศุภมงคล ที่ปรึกษารัฐมนตรีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.)และ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช พร้อมคณะได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีการปรับปรุงถนนในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า(ขสป.)แม่ยวมฝั่งขวา อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน นอกจากนี้ยังมีนายมานพ คีรีภูวดล อดีตสส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ร่วมเดินทางด้วย


ทั้งนี้ ทั้งหมดได้เดินทางมายัง สภ.แม่ลาหลวง อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อเข้าประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 กอ.รมน.แม่ฮ่องสอน ฝ่ายปกครอง และทีมสอบสวนสรุปผลเบื้องต้น ณ สภ.แม่ลาหลวง นอกจากนี้ผู้ใหญ่บ้านกว่า 10 หมู่บ้าน นายกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) สมาชิกอบต. กำนันและแกนนำหมู่บ้านกว่า 20 คนซึ่งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลได้เดินทางมายื่นหนังสือและเล่าข้อเท็จจริงให้คณะได้รับทราบ

นายวรพจน์ รักธรรมเนียม เลขานุการเครือชข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมจ.แม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ผู้นำชุมชนได้ยืนยันเรื่องการถนนที่ปรับปรุงใหม่ในเขตชสป.เป็นเส้นทางเดิมและมีประโยชน์มากโดยเฉพาะเป็นเส้นทางหลีกเลี่ยงน้ำหลากในฤดูฝน จึงต้องใช้เส้นทางใหม่ ขณะที่เส้นทางเก่ามีระบบประปาภูเขาและแหล่งอนุรักษ์พันปลา การใช้ถนนอาจส่งผลกระทบได้จึงควรปิดให้เป็นที่พักของสัตว์ป่า

นายวรพจน์ กล่าวว่า อธิบกรมอุทยานฯได้เน้นย้ำว่า หากมีเส้นทางเดิม การปรับปรุงถนนใน ขสป.สามารถทำได้ แต่กรณีนี้ไม่ได้ขออนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่ดูแลทำผิดกฎหมายเอง ขณะเดียวกันก็พร้อมให้ความเป็นธรรมกับชาวบ้าน อย่างไรก็ตามคงต้องปิดหัวและท้ายเส้นทางนี้ก่อนเพื่ทำตามกระบวนการกฎหมายก่อน และในอนาคตจะปรึกษากับหน่วยงานฝ่ายความมั่นคงว่ามีวิธีการทำที่ถูกต้องหรือไม่อย่างไรเพื่อหาทางออกร่วมกัน

นายวรพจน์กล่าวว่าในที่ประชุมผู้การทหารพรานก็ได้เข้าร่วมด้วยโดยเน้นย้ำเรื่องความมั่นคงชายแดน ซึ่งบริเวณนี้มีเส้นทางสู่บ้านเสาหิน 2 ช่องทางคือเส้นทางที่ใช้อยู่และเส้นทางที่ปรับปรุงใหม่ โดยระหว่างทางมีหน่วยงานด้านความมั่นคงตั้งด่านคอยดูแลด้านความปลอดภัย ขณะที่ปัญหาเรื่องยาเสพติดมีแค่ 2 คดีส่วนกรณีว้าแดงนั้น อยู่ห่างไกลจากบริเวณนี้มาก เขาบอกด้วยว่าเส้นทางนี้หากทำถนนความมั่นคงก็จะเป็นประโยชน์

“ผมได้มีโอกาสอธิบายให้ท่านทราบ เพราะรู้บริบทแถวนี้ เพราะผมเป็นครูสอนศาสนาด้วย ในช่วงหน้าฝนชาวบ้านลำบากมากโดยเฉพาะผู้บาดเจ็บหรือป่วยฉุกเฉินต้องใช้เปลแบกหากกันออกไป เส้นทางใหม่ช่วยได้เยอะ”นายวรพจน์ กล่าว

ทั้งนี้ ภายหลังจากยื่นจดหมายถึงรมว.ทส.และอธิบดีกรมอุทยานฯแล้ว กลุ่มผู้นำหมู่บ้านได้ร่วมกันออกแถลงการณ์กรณีเส้นทางสัญจรในขสป.แม่ยวมฝั่งขวา โดยระบุว่า 1. เราปกป้องป่ามาโดยตลอดชุมชนกะเหรี่ยงในพื้นที่ลุ่มน้ำสาละวินตั้งถิ่นฐานและดูแลผืนป่าแห่งนี้มาก่อนการประกาศเขตอนุรักษ์ของรัฐ ผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ในจังหวัดแม่ฮ่องสอนจนถึงปัจจุบัน มิได้เกิดขึ้นเพราะการกันคนออกจากป่าเท่านั้น หากเกิดจากวิถีชีวิต วัฒนธรรม และระบบความเชื่อของชนเผ่าพื้นเมืองที่เคารพธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง การกล่าวหาว่าการปรับปรุงเส้นทางดังกล่าวคือการทำลายป่า หรือเชื่อมโยงไปถึงขบวนการผิดกฎหมาย โดยปราศจากข้อเท็จจริงรอบด้าน เป็นการลดทอนศักดิ์ศรีของชุมชนผู้พิทักษ์ผืนป่ามาอย่างยาวนาน

2. เส้นทางแห่งชีวิต ไม่ใช่ถนนเพื่อทำลายป่า เส้นทางที่เป็นประเด็น เป็นเส้นทางสัญจรเดิมของชาวบ้าน ใช้เชื่อมระหว่างหมู่บ้านและพื้นที่ชายแดนติดกับเมียนมา การปรับปรุงบางช่วงมีเป้าหมายเพื่อเลี่ยงจุดอันตรายในฤดูฝน ลดระยะเวลาและความเสี่ยงต่อชีวิต โดยเฉพาะกรณีฉุกเฉินทางการแพทย์ในอดีต มีผู้ป่วยที่ไม่สามารถเดินทางออกจากหมู่บ้านได้ทันเวลา และต้องเสียชีวิตระหว่างทาง เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องเล่า หากเป็นความจริงที่ฝังอยู่ในความทรงจำของชุมชน ถนนเส้นนี้จึงไม่ใช่ “โครงการทำลายป่า” แต่เป็น “เส้นทางแห่งชีวิต” ของเด็ก นักเรียน ครู เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และประชาชนทั่วไป

3. ต้องแยกแยะการเมืองออกจากสิทธิชุมชน เราเห็นว่ากระแสข่าวและการขยายประเด็นในครั้งนี้ มีลักษณะซับซ้อนและอาจเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งภายในหน่วยงาน มากกว่าการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติอย่างแท้จริงหากมีการกระทำที่ไม่ถูกต้องตามขั้นตอนกฎหมาย ควรดำเนินการตรวจสอบอย่างเป็นธรรมและโปร่งใส แต่ต้องไม่ใช้ชาวบ้านเป็นเครื่องมือทางการเมือง หรือเป็น “แพะรับบาป” เพื่อผลประโยชน์ของผู้มีอำนาจ

4. สิทธิชุมชนและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ รัฐธรรมนูญรับรองสิทธิของชุมชนดั้งเดิมในการดำรงวิถีชีวิตและเข้าถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน การปิดเส้นทางโดยไม่จัดทางเลือกที่เหมาะสม คือการซ้ำเติมความเหลื่อมล้ำ และละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของประชาชนชายขอบ เราขอยืนยันว่า การอนุรักษ์ป่าไม้ต้องเดินคู่กับการคุ้มครองชีวิตผู้คน ไม่ใช่เลือกปกป้องต้นไม้โดยทอดทิ้งมนุษย์

5. ข้อเรียกร้องของเครือข่ายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเปิดเส้นทางเลี่ยงที่ได้ปรับปรุงแล้ว เพื่อให้ประชาชนใช้สัญจรได้โดยเร็ว ก่อนฤดูฝนจะมาถึง จัดตั้งคณะทำงานร่วมที่มีตัวแทนชุมชน หน่วยงานอนุรักษ์ และฝ่ายความมั่นคง เพื่อพิจารณาแนวทางที่สมดุลระหว่างการอนุรักษ์กับคุณภาพชีวิตยุติการคุกคาม ดำเนินคดี

หรือยึดทรัพย์สินของชาวบ้านที่มิได้มีเจตนากระทำผิดเคารพกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนตามหลักสิทธิชนเผ่าพื้นเมืองและสิทธิมนุษยชนสากล การปกป้องผืนป่าจะยั่งยืนได้ ก็ต่อเมื่อรัฐเคารพและร่วมมือกับชุมชน ไม่ใช่ผลักไสหรือกล่าวหาโดยไร้ความเป็นธรรม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ในป่าลึกหลายหมู่บ้านเมื่อทราบข่าวว่าจะมีคณะของ ทส.มาสำรวจข้อเท็จจริง ได้พากันมายืนรอพบคณะที่จุดสกัดขุนแม่สองโดยต่างชูป้ายเพื่อขอใช้ถนนที่มีการปรับปรุงเนื่องจากหวั่นเกรงว่าเมื่อถึงฤดูฝนจะไม่สามารถเดินทางได้เหมือนในอดีต

นายมานพ คีรีภูวดล อดีตสส.พรรคประชาชน กล่าวว่า มีความจริงซ้อนกันอยู่คือการทำถนนครั้งนี้มีทั้งเส้นทางเดิมที่ชาวบ้านใช้สัญจรอยู่จริงในบางจุด แต่บางจุดก็เป็นพื้นที่ใหม่ ซึ่งข้อมูลที่ชัดเจนคืออดีตหัวหน้า ขรป.ดำเนินการโดยไม่ผ่านขั้นตอนกระบวนการปกติที่ต้องให้ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์ฯอนุมัติ และครั้งนี้ไม่ได้ใช้งบราชการถือว่าผิดกฏหมายแน่นอน อย่างไรก็ตามประชาชนต้องการใช้เส้นทางนี้จริงๆ และอาจนำไปสู่ถนนด้านความมั่นคงก็ได้

นายมานพ กล่าวว่า ข้อสรุปของคคีเป็นเรื่องภายในของกรมอุทยานฯ แต่ในส่วนของชาวบ้านถ้าไม่มีเจตนาเข้าใจว่าอุทยานฯก็ไม่เอาเรื่อง ในส่วนของการดำเนินการต่อไป หากประชาชนในพื้นที่และราชการเห็นว่าถนนเส้นนี้มีความจำเป็นและดำเนินการให้ถูกต้องก็อาจเสนอไปยังรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง หรือเสนอให้ฝ่ายความมั่นคงเป็นเจ้าภาพทำถนนเส้นนี้เลย การดำเนินการก็จะชอบด้วยกฎหมาย เพราะเท่าที่ฟังทางอุทยานฯก็ไม่ได้ปิดกั้น ซึ่งผู้นำหมู่บ้านต่างก็พอใจในคำอธิบายต่างๆ

“ชาวบ้านกำลังจะทำแนวกันไฟสองแผ่นดินร่วมกับสภาลมหายใจ เพียงแต่บางครั้งสื่อเอาบางตำพูดของบางคนที่บอกว่าฝั่งตรงข้ามมีกลุ่มว้าแดงและเรื่องยาเสพติด ซึ่งเป็นการให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงส่วนเรื่องไม้ที่มีคนอ้างว่ามีการตัดไม้ขนาดใหญ่นั้น ไม่เป็นความจริง เพราะเท่าที่ดูส่วนใหญ่เป็นไม้เล็กและไม้ก่อที่ใช้ทำโครงสร้างการก่อสร้างไม่ได้”นายมานพ กล่าว

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top