วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569
เปลี่ยนไฟจราจรให้ฉลาด กทม.เร่งติดตั้ง Adaptive ครอบคลุมทางแยกหลัก ใช้เทคโนโลยีช่วยแก้รถติดทั้งโครงข่าย มุ่งสู่“เมืองเดินทางดี”สำหรับทุกคน
(2 มีนาคม 2569) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นำสื่อมวลชน ลงพื้นที่ติดตามการปรับปรุงระบบสัญญาณไฟจราจรบริเวณแยกพระโขนง พร้อมย้ำแนวทางสำคัญของกรุงเทพมหานครในการ “นำเทคโนโลยีมาแก้ปัญหาเมือง” โดยเฉพาะปัญหาการจราจรที่สะสมมายาวนาน ผ่านการเปลี่ยนระบบควบคุมสัญญาณไฟจากแบบ Fixed Time สู่ Adaptive Control อย่างเป็นระบบทั่วกรุง
ในการนี้ นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมผู้บริหารสำนักการจราจรและขนส่ง ผู้อำนวยการเขตคลองเตย ผู้แทนกองบังคับการตำรวจจราจร และ สน.คลองตัน ร่วมให้ข้อมูล และนำเยี่ยมชมการทำงานของระบบ

ปัจจุบัน กรุงเทพมหานคร มีทางแยกในความดูแล 746 แห่ง โดยกว่า 80% ยังเป็นระบบ Fixed Time หรือการตั้งเวลาไฟเขียว–ไฟแดงแบบคงที่ ซึ่งไม่สอดคล้องกับปริมาณรถที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา กทม.จึงเร่งอัปเกรดสู่ระบบ Adaptive ที่ใช้กล้อง CCTV และเทคโนโลยีประมวลผลภาพ (Image Processing) ตรวจจับปริมาณรถแบบ Real-time ก่อนส่งข้อมูลเข้าสู่ตู้ควบคุมที่พัฒนาอัลกอริทึมใหม่ให้สามารถ “คิดและปรับไฟเอง” ตามสถานการณ์จริง

เพื่อให้เห็นความแตกต่างชัดเจน กรุงเทพมหานครสรุปข้อเปรียบเทียบระหว่าง “ระบบเดิม” กับ “ระบบใหม่” ดังนี้
1. หลักการทำงาน
• ระบบ Fixed Time: ตั้งเวลาไฟเขียว–ไฟแดงตายตัวตามรอบที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ไม่เปลี่ยนตามสภาพรถ
• ระบบ Adaptive: ปรับระยะเวลาไฟเขียว–ไฟแดงอัตโนมัติตามปริมาณรถจริงในแต่ละทิศทางแบบทันที
2. ความสอดคล้องกับสภาพจราจร
• ระบบ Fixed Time: ไม่ตอบสนองต่อชั่วโมงเร่งด่วน เหตุฉุกเฉิน หรือปริมาณรถที่เพิ่ม–ลดกะทันหัน
• ระบบ Adaptive: วิเคราะห์ความหนาแน่นและความยาวแถวคอย (Queue Length) ล่วงหน้าก่อนถึงแยกประมาณ 150 เมตร เพื่อจัดสรรเวลาไฟให้เหมาะสมที่สุด
3. ปัญหาที่พบบ่อย
• ระบบ Fixed Time: เกิด Lost Green Time (ไฟเขียวแต่ไม่มีรถ) และ Grid Lock (รถติดค้างกลางแยก) ทำให้การจราจรทั้งระบบชะงัก
• ระบบ Adaptive: มีระบบ Grid Lock Protection หากตรวจพบว่าด้านหน้าระบายรถไม่ได้ จะตัดไฟเขียวทันที เพื่อป้องกันรถขวางกลางทางแยก
4. ประสิทธิภาพที่วัดผลได้
• ระบบ Fixed Time: ความล่าช้าสะสมสูง โดยเฉพาะในจุดตัดสำคัญ
• ระบบ Adaptive: จากผลนำร่อง 74 ทางแยก ในช่วงปี 2567–2568 สามารถลดความล่าช้าได้เฉลี่ย 10–41% โดยบางจุด เช่น แยกสามเหลี่ยมดินแดง ลดได้สูงสุดถึง 41% ขณะที่แยกพระโขนง (ฝั่งถนนพระรามที่ 4) ลดเวลารอจาก 12 นาที เหลือเพียง 5–6 นาที
5. ผลกระทบต่อประชาชน
• ระบบ Fixed Time: ประชาชนเสียเวลาโดยไม่จำเป็น สิ้นเปลืองพลังงาน และเพิ่มมลพิษจากการจอดรถติด
• ระบบ Adaptive: ช่วยประหยัดเวลาเดินทาง ลดการใช้น้ำมัน ลดการปล่อยไอเสีย และเพิ่มความคล่องตัวของทั้งโครงข่ายถนน
.jpg)
สำหรับแผนปี 2569 กรุงเทพมหานครเตรียมติดตั้งระบบ Adaptive เพิ่มอีก 50 ทางแยก และมีแผนต่อเนื่องอีก 20 ทางแยกในอนาคต โดยจะเน้นจุดตัดสำคัญที่เชื่อมต่อกันเป็นโครงข่าย เพื่อให้การบริหารจัดการสัญญาณไฟมีความสอดประสานทั้งระบบ ไม่ใช่แก้เฉพาะจุด
การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการปรับเวลาของสัญญาณไฟจราจร แต่คือการติดตั้ง “สมองกล” ให้กับทางแยกทั่วกรุงเทพฯ เพื่อให้สัญญาณไฟสามารถคิด วิเคราะห์ และตัดสินใจได้เองตามสภาพจราจรจริง และยังคงพัฒนาระบบเพื่อให้มีประสิทธิภาพ มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นี่คือการนำเทคโนโลยีมาขับเคลื่อนเมืองอย่างเป็นรูปธรรม ลดปัญหารถติดอย่างยั่งยืน คืนเวลาที่มีค่าให้ประชาชน และยกระดับคุณภาพชีวิตคนกรุงเทพฯ ให้เดินทางได้สะดวก คล่องตัว และปลอดภัยยิ่งขึ้น ตามเป้าหมายของนโยบาย “เดินทางดี” อย่างแท้จริง
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี