วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569
กรมหม่อนไหม เตือนเกษตรกรผู้เลี้ยงไหม เฝ้าระวัง "โรคเพบริน" ภัยร้ายทำลายวงจรชีวิตหนอนไหม แนะแนวทางป้องกันอย่างเด็ดขาด
วันนี้ (26 มี.ค.) นายศรัญญู พูลลาภ อธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมหม่อนไหม ออกประกาศเตือนภัยเกษตรกรผู้เลี้ยงไหมทั่วประเทศ ให้เฝ้าระวังการระบาดของ "โรคเพบริน" โรคอันตรายร้ายแรงที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อวงจรชีวิตของหนอนไหมและก่อให้เกิดความเสียหายต่อผลผลิตอย่างมีนัยสำคัญ และจอให้เกษตรกรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามแนวทางการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ โรคเพบรินของหนอนไหมจัดเป็นโรคที่มีความรุนแรงสูง สามารถเข้าทำลายหนอนไหมได้ในทุกระยะของการเจริญเติบโต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะไหมวัยอ่อนซึ่งมีความอ่อนไหวต่อเชื้อโรคสูงเป็นพิเศษ เมื่อเกิดการติดเชื้อ หนอนไหมมักไม่สามารถเจริญเติบโตจนครบวงจรชีวิตได้ และมักสูญเสียชีวิตตั้งแต่ระยะต้น สำหรับไหมวัยแก่ แม้จะยังคงเจริญเติบโตได้ตามปกติ แต่อาการของโรคจะปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนในรุ่นถัดไป ด้วยเหตุนี้ จากปัญหาการระบาดที่เกิดขึ้นขอให้เกษตรกรหมั่นตรวจสอบลักษณะอาการของหนอนไหมภายในโรงเลี้ยงอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สามารถป้องกันและควบคุมการระบาดของโรคได้อย่างทันท่วงที และลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อผลผลิตให้น้อยที่สุด
สำหรับสาเหตุและช่องทางการแพร่ระบาดนั้น โรคเพบรินมีสาเหตุมาจากเชื้อโปรโตซัว โดยสามารถแพร่กระจายสู่หนอนไหมได้ 2 ช่องทางหลัก ช่องทางแรก คือ การติดต่อทางปาก เกิดจากการที่หนอนไหมกินใบหม่อน อุปกรณ์การเลี้ยง หรือมูลไหมที่ปนเปื้อนสปอร์ของเชื้อโรค และช่องทางที่สอง คือ การติดต่อทางไข่ ซึ่งเป็นการถ่ายทอดเชื้อโดยตรงจากแม่ผีเสื้อที่ติดเชื้อไปยังลูกหลาน ส่งผลให้หนอนไหมที่ฟักออกมาได้รับเชื้อและแสดงอาการผิดปกติตั้งแต่วัยอ่อน ทั้งนี้ ไข่ไหมที่มีระดับการติดเชื้อสูงมักไม่สามารถฟักเป็นตัวได้ หรือหากฟักออกมาได้ หนอนไหมก็จะไม่สามารถเจริญเติบโตจนครบวงจรชีวิต
ส่วนของอาการที่ควรสังเกต เกษตรกรควรเฝ้าระวังความผิดปกติของหนอนไหมในแต่ละระยะ กล่าวคือ ในระยะหนอนไหมวัยอ่อนจะพบการเจริญเติบโตไม่สม่ำเสมอภายในรุ่นเดียวกัน หนอนไหมเข้าระยะนอน (ลอกคราบ) ช้ากว่าปกติิในวัย 2 และวัย 3 หยุดกินอาหาร ลำตัวหดสั้นและแคระแกรน และเสียชีวิตในที่สุด ส่วนในระยะหนอนไหมวัยแก่อาจพบการลอกคราบที่ไม่สมบูรณ์ และในระยะผีเสื้อจะปรากฏอาการปีกหงิกงอ ปีกไม่แผ่ เกล็ดปีกหลุดร่วงง่าย วางไข่น้อยและกระจายไม่สม่ำเสมอ รวมถึงไข่ที่ได้มักไม่สามารถฟักเป็นตัวได้
นายศรัญญู กล่าวอีกว่า กรมหม่อนไหม ขอให้เกษตรกรปฏิบัติตามแนวทางการป้องกันและกำจัดโรคอย่างเคร่งครัด โดยให้เลือกใช้ไข่ไหมที่ผ่านการตรวจรับรองว่าปลอดโรคเพบรินจากแหล่งที่เชื่อถือได้และได้มาตรฐาน พร้อมทั้งทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรงเลี้ยงไหมพร้อมอุปกรณ์ทุกชิ้นทั้งก่อนและหลังการเลี้ยงในแต่ละรอบ โดยใช้สารที่กรมหม่อนไหมแนะนำอย่างถูกต้องและเหมาะสมหากมีข้อสงสัยหรือต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่สำนักงานหม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ เขต 1 - 5 หรือ ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ ประจำจังหวัดทั้ง 25 แห่ง ทั่วประเทศ
015
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี