วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569
สำนักงานตำรวจแห่งชาติลงนาม MOU ร่วมกับกรมการขนส่งทางบก เชื่อมโยงข้อมูลประวัติอาชญากรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับรถสาธารณะ รถขนส่ง ยกระดับความปลอดภัยทางถนน เทศกาลสงกรานต์
9 เมษายน 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือการประสานข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ในส่วนของประวัติอาชญากรรมของผู้ขอรับหรือขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถสาธารณะและใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถ ระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กับกรมการขนส่งทางบก โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และ นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ร่วมลงนาม ณ อาคาร 10 กรมการขนส่งทางบก โดยมี พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ , พล.ต.ท.อาทิชา เปาอินทร์ ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ , พล.ต.ท.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี ร่วมงานและเป็นสักขีพยานในพิธี

พิธีลงนามบันทึกความเข้าใจในครั้งนี้ เป็นการปรับกระบวนการปฏิบัติงานและขั้นตอนในประสานข้อมูลประวัติอาชญากรรม ระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมการขนส่งทางบกให้เป็นรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับเป็นข้อมูลให้นายทะเบียนตามกฎหมายขนส่ง ใช้ในการพิจารณาการขอออกหรือขอต่อใบอนุญาตขับรถสาธารณะและใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถตามกฎหมายขนส่ง รวมทั้งปรับปรุงช่องทางในการให้บริการประชาชนสามารถจองคิวหรือตรวจประวัติทางระบบออนไลน์ เพื่อนำไปใช้ทำใบอนุญาตหรือขอต่อใบอนุญาตขับรถสาธารณะ พร้อมระบบติดตามผลตรวจ ช่วยอำนวยความสะดวกลดขั้นตอนการเดินทางของประชาชน

ผบ.ตร.กล่าวว่า เรื่องนี้ ได้มอบหมาย พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รับผิดชอบงานกฎหมายและคดี) เป็นผู้รับผิดชอบ เนื่องจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องการยกระดับการปฏิบัติงานตามกฎหมายโดยนำระบบดิจิทัลที่เหมาะสมมาใช้ในการให้บริการ และเพื่อให้เป็นไปตามระเบียบร่วมระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมการขนส่งทางบก ว่าด้วยการประสานข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์เกี่ยวกับประวัติและการกระทำความผิดตามกฎหมายของผู้ได้รับใบอนุญาตขับขี่ ข้อมูลทะเบียนรถ และข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง พ.ศ. 2565 เป็นการพัฒนาในมิติงานกฎหมายและคดีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
พร้อมทั้งได้มอบให้ พล.ต.อ.นิรันดรฯ ประชุมหารือกับกรมการขนส่งทางบก จนทั้งสองหน่วยงานเห็นร่วมกันและตกลงปรับกระบวนงานตามบันทึกความเข้าใจในครั้งนี้ เพราะเป็นการช่วยคัดกรองผู้ที่จะมาขับรถสาธารณะและรถขนส่ง สร้างมาตรฐานความปลอดภัยแก่สังคม และขณะเดียวกันยังเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนด้วย

สำหรับรายละเอียดของ MOU นั้น พล.ต.อ.นิรันดรฯ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จะใช้กับกรณีการขอทำหรือขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถสาธารณะและรถขนส่ง แบ่งแนวทางดำเนินการเป็น 2 กลุ่ม
- กลุ่มแรก คือ กลุ่มที่ขอต่อใบอนุญาตขับรถ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเปิดให้บริการตรวจสอบประวัติโดยใช้ข้อมูลคือ ชื่อ สกุล เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก โดยไม่ต้องเดินทางมาพิมพ์ลายนิ้วมือ ประชาชนสามารถกรอกคำร้องด้วยตนเองผ่านเว็บไซต์ www.crd.go.th พร้อมชำระค่าธรรมเนียมการตรวจประวัติผ่านระบบออนไลน์
- กลุ่มที่สอง คือ กลุ่มที่ขอทำใบอนุญาตขับรถครั้งแรก เพื่อความปลอดภัยในการคัดกรองผู้ขับขี่ ยังคงต้องตรวจประวัติอาชญากรรมโดยลายพิมพ์นิ้วมือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเปิดช่องทางให้ประชาชนจองคิวผ่านเว็บไซต์ www.crd.go.th เพื่อเลือกวันที่สะดวกเข้ามาพิมพ์ลายนิ้วมือมือ
การดำเนินการทั้งสองแบบ เมื่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติตรวจประวัติเสร็จแล้ว จะส่งผลทางอิเล็กทรอนิกส์ไปยังกรมการขนส่งทางบก ภายใน 3 วันทำการโดยตรง ประชาชนไม่ต้องเดินทางไปรับผลตรวจที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และประชาชนยังสามารถติดตามผลการตรวจประวัติของตนเองผ่านระบบ tracking จากเว็บไซต์ดังกล่าว ว่าผลตรวจประวัติได้ส่งไปยังกรมการขนส่งทางบกแล้วหรือไม่ เพื่อจะได้ไปติดต่อขอรับใบอนุญาตขับรถจากกรมการขนส่งทางบกได้ทันที ระบบนี้จะเริ่มต้นใช้งานภายใน 90 วันนับแต่วันที่ ผบ.ตร.และอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ลงนาม MOU

หลังจากเสร็จพิธีลงนาม ผบ.ตร.และ พล.ต.อ.นิรันดรฯ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังได้เยี่ยมชมบูธนิทรรศการ Police Care ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งนำเสนอข้อมูลฟีเจอร์ให้บริการของตำรวจด้านต่างๆ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ให้กับพี่น้องประชาชน โดย ผบ.ตร.และ พล.ต.อ.นิรันดรฯ ได้เชิญชวนให้ประชาชนดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Police Care ติดโทรศัพท์ไว้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพราะในแอปพลิเคชันจะมีข้อมูลความรู้ บริการ และช่องทางการแจ้งเหตุ เช่น สามารถตรวจสอบข้อมูลเส้นทางจราจร ทางเลี่ยง ทางลัด ข้อมูลจุดบริการตำรวจทางหลวง ช่องทางการลงทะเบียนโครงการฝากบ้านกับตำรวจ บริการค้นหา ตรอ.ที่อยู่ใกล้เคียง เพื่อตรวจสภาพรถก่อนออกเดินทาง บริการตรวจสอบข้อมูลสถานีตำรวจพื้นที่รับผิดชอบ กรณีประสบเหตุระหว่างเดินทางสามารถแจ้งขอความช่วยเหลือได้ทันที ตลอดจนข้อมูลกฎหมายและข่าวสารต่างๆ อีกมากมาย
ทั้งนี้ สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “Police Care” ผ่านทาง App Store และ Google Play อยากให้ประชาชนดาวน์โหลดไว้เพื่อความอุ่นใจ ไม่ต้องรอให้เกิดเหตุ
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี