วันอังคาร ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569
โจรใต้ลอบยิงอส.ดับ
วางบึ้มทพ.บาดเจ็บ7
“ประเสริฐ” เผย 29 เมษายนนี้เชิญผู้บริหารปอเนาะ-ตาดีกาเคลียร์ปมคำพูด “แม่ทัพภาค 4”ส่วนรมว.กลาโหมย้ำกรณีแม่ทัพภาค 4 จบแล้ว ขณะที่ยังเกิดเหตุไม่สงบที่อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี คนร้ายลอบยิง อส.ดับ อีกเหตุลอบวางระเบิดชุด รปภ.ในพื้นที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ส่งผลให้ทหารพราน บาดเจ็บ 7 ราย
เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 ที่เมืองทองธานี นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ปัญหาความไม่เข้าใจ ระหว่างแม่ทัพภาคที่ 4 และสถาบันการศึกษาปอเนาะ และโรงเรียนตาดีกา ว่าในวันที่ 29 เมษายนนี้ จะเชิญผู้บริหารสถาบันการศึกษาปอเนาะ และโรงเรียนตาดีกา มาพูดคุยเพื่อแลกเปลี่ยนความเห็น ซึ่งจริงๆ แล้ว มีสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) กำกับดูแลอยู่ โดยต้องทำงานกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้น เพราะเป็นเรื่องของการสร้างความรู้ความเข้าใจ คิดว่าไม่น่าจะมีอะไรมาก เป็นเรื่องของการทำงานร่วมกันในอนาคต
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะทำความเข้าใจอย่างไร เพราะที่ผ่านมาคนมักจะมองโรงเรียนลักษณะนี้ไปในทางลบ นายประเสริฐ กล่าวว่า จริงๆ ไม่มีอะไรเลย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กำกับดูแลอยู่ ที่ผ่านมาก็บูรณาการทำงานร่วมกันมาโดยตลอด และการมาพูดคุยกันครั้งนี้ ก็พูดถึงแนวทางในอนาคตที่จะต้องทำงานร่วมกัน รวมถึงประเด็นทั่วไปอีกหลายเรื่อง ที่โรงเรียนเอกชนต้องการเป็นการแลกเปลี่ยนกัน
ขณะที่ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีคำพูดของ พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ที่เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ และมีแรงกดดันให้ย้ายออกจากตำแหน่ง ว่าเรื่องนี้จบแล้ว ส่วนกรณีที่กัมพูชา มาสร้างบังเกอร์ประชิดแนวชายแดน จ.สระแก้ว ตลอดจนถนนในพื้นที่ K5 นั้น ต้องรอฟังรายงานในส่วนของหน่วยงานในพื้นที่อย่างละเอียดอีกครั้ง
ด้านสถานการณ์ความไม่สงบ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้อาวุธปืนลอบยิงเจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน (อส.) เสียชีวิต 1 ราย เหตุเกิดในพื้นที่หมู่ 6 บ้านคอลอกาปะ ต.กะรุบี อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี ภายหลังเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ดังกล่าว ได้รับแจ้งเหตุ จึงมีการนำกำลังเข้าตรวจสอบ ทั้งตำรวจ สภ.กะพ้อ รวมถึงทหาร และฝ่ายปกครอง โดยพบร่างผู้เสียชีวิต ทราบชื่อคือ อส.เดชอุดม อายุ 59 ปี สภาพถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าที่บริเวณลำตัวและศีรษะ
สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ในระหว่างที่ผู้เสียชีวิตกำลังเดินทางในพื้นที่บ้านคอลอกาปะ ได้ถูกคนร้ายที่ซุ่มรออยู่ ใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิงจนเสียชีวิต จากนั้นคนร้ายได้หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่ยังไม่ตัดทิ้ง ทั้งประเด็นการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบ หรือความขัดแย้งส่วนตัว โดยขณะนี้ได้เร่งรวบรวมพยานหลักฐาน ปิดกั้นจุดเกิดเหตุ เพื่อรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบอย่างละเอียด รวมทั้งเร่งติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป
อีกด้านหนึ่ง ศูนย์วิทยุ สภ.บันนังสตา จ.ยะลา รับแจ้งเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวน ลอบวางระเบิดบริเวณริมถนนหมายเลข 410 บ้านปีแซคละ หมู่ 8 ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา จ.ยะลา โดยมีเป้าหมายคือเจ้าหน้าที่ชุดรักษาความปลอดภัยคณะผู้บังคับบัญชา ผบ.ฉก.ทพ.33 ทำให้ยานพาหนะหุ้มเกราะ ได้รับความเสียหาย 1 คัน เจ้าหน้าที่ทหารพราน ได้รับบาดเจ็บ 7 ราย
จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุของเจ้าหน้าที่หน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ พบหลุมระเบิดกว้าง 2 เมตร ลึก 1 เมตร สะเก็ดระเบิดกระจายทั่วบริเวณ ห่างจากจุดระเบิดเล็กน้อย พบรถกระบะแบบหุ้มเกราะ จอดอยู่ โดยด้านหน้ารถได้รับความเสียหายจากแรงระเบิด ส่วนผู้บาดเจ็บที่มากับรถหุ้มเกราะคันดังกล่าว ประกอบด้วย ร.ต.สุพัฒน์ ทรงเดช จ.ส.อ.กันต์ศักดิ์ เตชะฤทธิ์ อส.ทพ.นฤดล บุญสุวรรณ์ อส.ทพ.อภิสิทธิ์ ตันกาบ อส.ทพ.อำไพพงษ์ อุ่นถิ่น อส.ทพ.หญิงรินระดา ทองขวัญ และ อส.ทพ.หญิงวริยา เจียมประสิทธิ์ ส่วนใหญ่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ทั้งหมดถูกนำส่งโรงพยาบาลกรงปินัง จ.ยะลา
ส่วนสาเหตุเบื้องต้นคาดว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ไม่สงบ โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างควบคุมพื้นที่ ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ และรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อติดตามจับกุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดี
ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังปิดล้อมพื้นที่ และประสานชุด EOD เข้าตรวจสอบพื้นที่เกดเหตุทันที เนื่องจากเกรงมีการลอบวางระเบิดซ้ำซ้อน ทำให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายต้องใช้มาตรการในเชิงรุกเพื่อการกดดัน ทำให้กลุ่มก่อความไม่สงบได้พยายามตอบโต้ซึ่งจะเห็นได้ว่า ในห้วงเวลานี้กลุ่มคนร้ายได้พยายามเริ่มก่อเหตุอีกระลอกและได้พุ่งเป้าในการก่อเหตุ มาที่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และมุ่งทำร้ายประชาชนผู้บริสุทธิ์ ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยเพิ่มความเข้มในการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่อย่างเข้มข้น
ที่จุดตรวจศูนย์อำนวยการร่วม ทหาร ตำรวจ ตำรวจตระเวนชายแดน ฝ่ายปกครอง ตรวจเข้มยานพาหนะทุกชนิดที่เข้า- ออกพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา ยกระดับคุมเข้มความปลอดภัย
พ.ต.อ.จิรวัฒน์ ดูดิง. ผกก.สภ.เบตง เผยว่ามาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจภูธร ตำรวจตระเวนชายแดน ฝ่ายปกครอง และกลุ่มอาสาสมัครภาคประชาชน ให้มีความเข้มงวดเส้นทางเข้าออกพรมแดนไทย-มาเลเซีย เพื่อป้องกันการแอบแฝงเดินทางเข้ามาพร้อมสิ่งผิดกฎหมายของกลุ่มผู้ไม่หวังดีและในย่านชุมชน รวมทั้งการเข้าตรวจจุดเกิดเหตุของเจ้าหน้าที่ทุกกรณีให้เพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น หลังกลุ่มก่อความไม่สงบปรับแผนหลอกล่อเจ้าหน้าที่ที่เข้าตรวจจุดเกิดเหตุแล้วกดระเบิดทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและชาวบ้านได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี