533.jpg
ลุกฮือประณาม โจรใต้ยิงครูแม่ลูกอ่อน วิสามัญมือบึ้มปั๊มปตท.

ลุกฮือประณาม โจรใต้ยิงครูแม่ลูกอ่อน วิสามัญมือบึ้มปั๊มปตท.

วันพุธ ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ลุกฮือประณาม

โจรใต้ยิงครูแม่ลูกอ่อน

วิสามัญมือบึ้มปั๊มปตท.

เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย หลังจากปิดล้อมบ้านพักพื้นที่ อ.กาบัง จ.ยะลา เจรจาเกลี้ยกล่อมหัวโจกโจรใต้ ให้มอบตัว แต่ถูกเปิดฉากยิงใส่จนเกิดการปะทะ วิสามัญคนร้าย พบประวัติก่อเหตุโชกโชน ด้านสมาพันธ์โรงเรียนภาคใต้-กสม.ประณามคนร้ายสวมฮิญาบยิงครูดับขณะยังอุ้มลูกน้อย ชี้ไร้มนุษยธรรม

เมื่อช่วงรุ่งเช้าวันที่26พฤษภาคมผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดเหตุความไม่สงบในพื้นที่หมู่ 3 บ้านลูโบ๊ะปันยัง ต.กาบัง อ.กาบัง จ.ยะลา ภายหลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเข้าปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายต่อกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงซึ่งเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ โดยสถานการณ์ได้พัฒนาไปสู่การปะทะ ภายหลังเจ้าหน้าที่มีความพยายามเจรจา เพื่อขอให้ผู้ต้องสงสัย เข้ามอบตัว แต่ไม่เป็นผล


รายงานระบุว่า ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ใช้แนวทางสันติวิธี โดยประสานผู้นำท้องถิ่น และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมเจรจากับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง เพื่อเปิดโอกาสให้ออกมามอบตัวโดยสมัครใจ ลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการปฏิบัติ กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ เพื่อจะเปิดทางหลบหนี ทำให้เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องตอบโต้ตามยุทธวิธีด้านความมั่นคง เพื่อควบคุมสถานการณ์และรักษาความปลอดภัยพื้นที่โดยรอบ พร้อมกับปิดล้อมเพื่อควบคุมพื้นที่ ป้องกันผลกระทบต่อประชาชน

ด้านกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ระบุว่า เจ้าหน้าที่ยังคงยึดหลักกฎหมายและให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก พร้อมขอความร่วมมือประชาชนหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้พื้นที่เกิดเหตุ และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

ต่อมาช่วงสายวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังจากสิ้นเสียงปืน เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุปะทะ พบร่างนายไซดี ทากือแน อายุ 33ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดยะลาปี 2562 ข้อหาร่วมกันก่อการร้าย พยายามฆ่าเจ้าพนักงาน และครอบครองอาวุธ/วัตถุระเบิด เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ จากการสืบสวนพบว่าผู้เสียชีวิตเป็นแนวร่วมผู้ก่อความไม่สงบรายสำคัญ เคยรับสารภาพว่าร่วมก่อเหตุระเบิดในเขตเทศบาลนครยะลา ปี 2558 เป็นผู้ต้องสงสัยวางระเบิดตู้เอทีเอ็ม ธนาคารกรุงไทย พื้นที่ อ.กาบัง ปี 2568 นอกจากนี้ยังเกี่ยวพันกับเหตุลอบวางระเบิดปั๊มน้ำมัน ปตท.บันนังดามา จ.ยะลา เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2569

อย่างไรก็ตาม ภายหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เข้าเก็บวัตถุพยานและหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ในพื้นที่อย่างละเอียด พร้อมทั้งควบคุมตัวนายซานูซี เจ้าของบ้านที่เกิดเหตุ และบุคคลใกล้ชิด ไปเข้าสู่กระบวนการซักถามตามกฎหมายเพื่อขยายผลไปยังเครือข่ายที่เหลือต่อไป

ส่วนความคืบหน้าเหตุสะเทือนขวัญ กรณีคนร้ายสวมชุดฮิญาบลอบก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงด.ต.อดุลย์ หะยีสุหลง โดยกระสุนถูกนางฟาตีเม๊าะ ยาโง๊ะ ภรรยาที่เป็นครู เสียชีวิตในขณะที่ยังกำลังอุ้มลูกที่ยังแบเบาะ เหตุเกิดใกล้โรงเรียนประสานวิทยามูลนิธิ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา ทางสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ ได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสีย และขอประณามการกระทำอันไร้มนุษยธรรมครั้งนี้ ซึ่งผิดทั้งหลักการศาสนาอิสลาม กฎหมายไทย กฎหมายสากล ด้วยเหตุผลสำคัญ 3 ประการ ดังนี้1.ทำร้ายครู ผู้บริสุทธิ์ จากการที่คนร้ายลอบยิง ด.ต.อดุลย์ และส่งผลให้นางฟาตีเม๊าะ ยาโง๊ะ ผู้เป็นครู ต้องเสียชีวิต การเข่นฆ่าบุคลากรทางการศึกษาซึ่งเป็นผู้ประสาทวิชาความรู้และสร้างอนาคตให้แก่เยาวชน โดยเฉพาะการสังหารแม่ต่อหน้าลูกน้อยเช่นนี้ ถือเป็นพฤติกรรมที่โหดเหี้ยม ไร้มนุษยธรรม และขัดต่อหลักศาสนาอย่างร้ายแรงที่สุด

2.ละเมิดพื้นที่ปลอดภัยของสถานศึกษา โรงเรียนและบริเวณโดยรอบต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน การก่อเหตุรุนแรงใกล้สถานศึกษาถือเป็นการทำลายความมั่นคงทางจิตใจของเด็ก นักเรียน และครู อีกทั้งยังซ้ำเติมบรรยากาศความหวาดระแวงให้เกิดขึ้นในสังคมชายแดนใต้และ 3.ย่ำยีคุณค่าและสร้างความเสื่อมเสียต่อฮิญาบ การที่คนร้ายแต่งกายเลียนแบบสตรีมุสลิมและสวมชุดฮิญาบมาใช้ปกปิดอำพรางตัวเพื่อฆ่าคน ถือเป็นการทำลายเกียรติยศและคุณค่าอันบริสุทธิ์ของฮิญาบอย่างรุนแรง เป็นการเจตนาสร้างรอยด่างพร้อยและความเข้าใจผิดต่อภาพลักษณ์ของสตรีมุสลิมในสังคมวงกว้าง

ขณะเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกแถลงการณ์ประณามการกระทำอันโหดร้ายที่กระทำต่อผู้หญิงและเด็กทารก ระบุว่า ตามที่ปรากฏเหตุสะเทือนขวัญกรณีกลุ่มคนร้ายแต่งกายเป็นหญิงสวมฮิญาบยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ยะหริ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนภรรยาเสียชีวิตในรถขณะอุ้มลูกที่ยังเป็นทารก และทารกได้รับบาดเจ็บ เมื่อวันที่ 25พฤษภาคมที่ผ่านมา นั้น กสม.ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งไปยังครอบครัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจรายดังกล่าว และขอประณามการกระทำอันโหดร้าย ไร้มนุษยธรรมของกลุ่มคนร้ายที่ใช้ความรุนแรงพรากชีวิตมารดาไปจากลูก ซึ่งเป็นเรื่องที่สะเทือนใจ ยอมรับไม่ได้ และขัดกับหลักกฎหมายและอนุสัญญาระหว่างประเทศ

กสม.ยืนยันว่าสิทธิและความปลอดภัยในชีวิตและร่างกายเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่ประชาชนทุกคนต้องได้รับ โดยขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ ร่วมกันปกป้องและสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับประชาชนโดยเฉพาะเด็กและผู้หญิง ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามนำตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว เพิ่มมาตรการป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้งเยียวยาความเสียหายทั้งต่อจิตใจและทรัพย์สินให้แก่ครอบครัวผู้สูญเสีย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top