533.jpg
​ปชน.ส่ง‘โจ ชัยวัฒน์’ ลงชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม.

​ปชน.ส่ง‘โจ ชัยวัฒน์’ ลงชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม.

วันอังคาร ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ปชน.ส่งโจ ชัยวัฒน์

ลงชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม.

ปชน.เคาะแล้วส่ง ดร.โจ ชัยวัฒน์ลงชิงผู้ว่าฯกทม.ทิ้งเก้าอี้ สส.บัญชีรายชื่อ ไอติมลาออกโฆษกปชน.-ส่งไม้ให้ลิซ่าทำหน้าที่แทน ขณะปธ.สภาฯโสภณเตรียมนำชื่อแท้งทูลเกล้าฯนั่ง ผู้นำฝ่ายค้านฯ ด้านสว.อิสระหนุนยื่นศาลฎีกาตั้งคกก.ไต่สวนปปช.ลั่นเป็นองค์กรอิสระเดียวที่ให้ตรวจสอบ

เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2569 เฟสบุ๊กพรรคประชาชน (ปชน.) ได้โพสต์ข้อความนัดหมายเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครของพรรค โดยระบุว่า“ใช้ชีวิตในกรุงเทพทุกวันนี้ ยากแค่ไหนสำหรับคุณ เตรียมพบแคนดิเดตผู้ว่าประชาชน พร้อมทีมงานที่จะเสนอแผนการสร้างกรุงเทพ ที่ง่ายขึ้นสำหรับทุกคน 5พ.ค.นี้ เวลา 5โมงเย็นเป็นต้นไป ที่มิวเซียมสยาม การสู้ศึกชิงเก้าอี้ผู้ว่ากทม.ซึ่งกำหนดเลือกตั้งในวันที่ 28 มิถุนายน หลัง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่ากทม.คนปัจจุบันจะหมดวาระลงในวันที่ 21พฤษภาคม2569 ในส่วนพรรคประชาชน ล่าสุด พรรคปชน.ได้ข้อยุติแล้วว่า จะส่ง ดร.โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคฝ่ายต่างประเทศ ลงสมัคร โดยจะเปิดตัววันที่ 5พฤษภาคมนี้


ไอติมลาออกโฆษก-ส่งไม้ให้ลิซ่า

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรค ปชน.โพสต์ข้อความลงในเพจเฟซบุ๊กพริษฐ์วัชรสินธุ หัวข้อ การลาออกจากตำแหน่ง โดยมีรายละเอียดว่า“ตลอด2-3ปีที่ผ่านมา ที่ผมได้รับมอบหมายจากพรรคให้ทำหน้าที่เป็นโฆษกพรรค ตั้งแต่สมัยพรรคก้าวไกล มาจนถึงพรรคประชาชน ตั้งแต่การเลือกตั้งเสร็จสิ้นลง ผมจึงได้แจ้งความประสงค์กับหัวหน้าพรรค ว่าผมเห็นว่าพรรคควรมีการปรับเปลี่ยนบุคลากรให้เข้ามาทำหน้าที่โฆษกพรรคแทนผม โดยผมได้ร่วมวางแผนการเปลี่ยนผ่านกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องตลอด 2เดือนที่ผ่านมา ประชุมใหญ่พรรควันนี้ จึงเป็นจังหวะที่ดี ที่เราจะได้เริ่มต้นบทใหม่ สำหรับงานด้านการสื่อสารของพรรคประชาชน และผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะส่งต่อภารกิจในการทำหน้าที่โฆษกและบริหารกองโฆษกต่อให้กับทางคุณภคมน ลิซ่า หนุนอนันต์ ขอบคุณพรรคที่ไว้วางใจให้ผมทำหน้าที่ดังกล่าวที่ผ่านมา และขอขอบคุณพี่น้องสื่อมวลชนที่ได้มีโอกาสพบปะและทำงานร่วมกันในบทบาททีเรารับผิดชอบ”

โสภณเตรียมนำชื่อแท้งทูลเกล้าฯ

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ภายหลัพรรคประชาชน ยังคงให้นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อเป็นหัวหน้าพรรคประชาชน และเป็นพรรคอันดับหนึ่งฝั่งฝ่ายค้าน และตามรัฐธรรมนูญ จะดำรงตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านว่า เมื่อกระบวนการดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว สามารถยื่นทูลเกล้าฯ ได้ตามขั้นตอน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การทูลเกล้าฯ รายชื่อผ้นำฝ่ายค้าน เรื่องดำเนินการอยู่ในขั้นของเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งวันนี้จะนำเอกสารให้ประธานลงนาม จากนั้นจะส่งให้สำนักพระราชวังดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ภท.ยันปชน.ตั้งครม.เงาเป็นเรื่องดี

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล) กล่าวถึงกรณีพรรคประชาชนเตรียมตั้งคณะรัฐมนตรี(ครม.)เงา เพื่อตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลว่า เป็นสิทธิ์ของฝ่ายค้านและเป็นเรื่องที่ดีที่ฝ่ายค้านจะได้มีผู้รับผิดชอบโดยตรงในการติดตามประเด็นต่าง ๆ ของครม. จะต้องดูว่าเนื้อหาสาระการทำงานของครม.เงาจะเป็นอย่างไร เชื่อว่ารัฐบาลยินดีรับฟังความคิดเห็น โดยเฉพาะฝ่ายค้าน มีข้อเสนอแนะหรือข้อท้วงติงใด หากเป็นไปโดยสร้างสรรค์ นายกรัฐมนตรี และครม.ชุดนี้ยินดีที่จะรับฟัง เรื่องไหนที่นำมาปรับใช้กับนโยบายของรัฐบาลได้ เชื่อว่ารัฐมนตรีแต่ละคนก็มีความยินดี

เมื่อถามว่ามองว่า เรื่องการทำงานของรัฐมนตรีเงาอย่างไรเพราะในอดีต ครม. เงาของพรรคประชาธิปัตย์ก็ทำงานอย่างเข้มข้น นายกรวีร์ กล่าวว่า ยังไม่เห็นว่าการทำงานจะเป็นอย่างไร ขอรอติดตามการทำงานก่อน แล้วค่อยให้ความคิดเห็นในภายหลัง ส่วนตัวคิดว่าการมีครม.เงา สุดท้ายแล้วที่ได้ประโยชน์ก็คือประชาชน น่าจะเป็นอีกส่วนหนึ่งที่เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบได้

สว.อิสระหนุนยื่นศาลฎีกาไต่สวนปปช.

ที่รัฐสภา สว.อิสระ นำโดย น.ส.นันทนานันทวโรภาส นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ แถลงข่าวการเริ่มลงชื่อตามรัฐธรรมนูญมาตรา236เพื่อขอให้ ประธานศาลฎีกา ตั้งคณะกรรมการไต่สวนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.)

โดย น.ส.นันทนา กล่าวว่า จากบทบาท ป.ป.ช.ที่ประชาชนได้รับทราบในช่วงเวลานี้ ส่งผลให้เกิดข้อกังขาในการปฏิบัติหน้าที่ของ ป.ป.ช.หากย้อนกลับไปในคดีต่างๆ ที่อยู่ในมือของ ป.ป.ช.ทั้งกรณีแหวนแม่ นาฬิกาเพื่อนปปช.เชื่อว่าเป็นเช่นนั้นจริง เช่นเดียวกับคดี นายอิทธิพล คุณปลื้ม อดีต รมว.วัฒนธรรม จนหมดอายุความ คดีสินบนสวนปาล์มอินโดนีเซีย ไม่มีความผิด กรณี ป.ป.ช.3คน พัวพันสินบน 246ล้านบาท ซึ่งเป็นทองคำ ไม่ทราบว่า คดีไปถึงไหน ล่าสุดคดีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าซุกหุ้น แต่ ป.ป.ช.เชื่อว่าเจตนาดี ไม่มีความผิด นี่คือตัวอย่างผลงานของ ป.ป.ช. ที่น่าจะเป็นผลให้ดัชนี การรับรู้การทุจริตหรือ CPI ของไทยตกต่ำลงทุกปี ล่าสุดได้ 33 คะแนน จาก 100 คะแนน อยู่ในลำดับที่ 116 จาก 180 ประเทศ และจะตกต่ำไปกว่านี้อีกหรือไม่ ถ้า ป.ป.ช. เชื่อนักการเมืองได้ง่ายขนาดนี้ ซึ่งตรงกันข้ามกับคดี 44 สส.ที่ ป.ป.ช.ดำเนินการอย่างรวดเร็ว และยื่นคำร้องที่ล้อไปกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

“หวังว่า ประธานรัฐสภาจะรีบนำคำร้องนี้ ไปยังประธานศาลฎีกาเพื่อตรวจสอบ ป.ป.ช. ให้โปร่งใสชัดเจน หากพวกเราช่วยกันทำกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลเกิดขึ้นจริง โดยเฉพาะ ป.ป.ช. ที่เป็นหน่วยงานที่ตรวจสอบการทุจริตโดยตรง เราสามารถรู้ระบบกลไกอุปถัมภ์ ทำให้ ป.ป.ช. เป็นองค์กรอิสระ ที่ตรวจสอบนักการเมืองอย่างตรงไปตรงมา และเชื่อว่าดัชนี CPI ปีหน้าจะยกระดับขึ้นมา สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและนักลงทุน” น.ส.นันทนา กล่าว

เตรียมล่าชื่อสส.-สว.140คนยื่นร้อง

น.ส.นันทนา กล่าวอีกว่า ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 236 เปิดโอกาสให้ประธานสภาใช้ดุลพินิจส่งเรื่องไปยังประธานศาลฎีกาหรือไม่ ซึ่งพรรคประชาชนได้ยื่นเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในส่วนการใช้ดุลพินิจของประธานรัฐสภาแล้ว ขณะนี้เราไม่สามารถยื่นแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญได้ทั้งฉบับ ดังนั้น การแก้รายมาตราจะเป็นทางออกของประเทศ จึงเรียกร้อง ประธานรัฐสภาให้รีบบรรจุการแก้รัฐธรรมนูญ และเรียกประชุมรัฐสภา เพื่อเราจะได้เดินหน้าตรวจสอบองค์กรอิสระ แม้จะเป็นช่องทางเล็กน้อย แต่ดีกว่าถูกปิดกั้น กลุ่ม สว.อิสระ จึงรวมตัวกันเพื่อจะสนับสนุนคำร้องของฝ่าย สส.ตามมาตรา236 ของรัฐธรรมนูญ2560 โดยต้องมี สส.และสว.รวมกัน1ใน5หรือ140รายชื่อ ยื่นคำร้องต่อประธานรัฐสภา ให้นำส่งไปยังประธานศาลฎีกา เพื่อตั้งคณะไต่สวนอิสระตรวจสอบการทำงานของ ป.ป.ช. ชุดปัจจุบัน

หมอเปรมขู่โสภณอย่าดึงเรื่องช้า

ด้าน นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า “การใช้อำนาจ 1 ใน 5 เป็นสิทธิอันชอบธรรมที่ประธานรัฐสภา ต้องเปิดทางให้มีการตรวจสอบนายโสภณ ก็เป็นผู้แทนราษฎรในยุคเดียวกับตนที่เคยเป็น จึงอยากจะฝากพี่โสภณครับ พี่อย่าไปดึงเวลานะครับ ไม่ใช่พอมีคนลงนามแล้ว ก็ไปตรวจสอบลายเซ็น ตรวจแล้วตรวจอีก เหมือนอย่างที่ท่านประธานวุฒิสภาให้ตรวจสอบรายชื่อ จนมีการล็อบบี้ให้ตกไปในคดี ฮั้ว สว.ถ้าพี่โสภณสามารถที่จะเป็นทางผ่านของอำนาจสมาชิกรัฐสภาได้ พี่โสภณก็จะเป็นประธานรัฐสภาที่ถือว่าเปิดทางให้กระบวนการได้เดินทางไปอย่างราบรื่น แต่ถ้าพี่ไม่ไม่ทำหรือดึงเช็งไว้ด้วยเทคนิคต่างๆที่เรารู้กันอยู่ จะเป็นการเปิดทางให้เกิดการแทรกแซงของวงจรอุบาทว์ เพราะฉะนั้น จึงเป็นโอกาสที่จะสร้างชื่อเสียงให้กับพี่โสภณ ในฐานะที่เราเคยร่วมสภาด้วยกันมา อย่าไปฟังพวกอำนาจมืดต่างๆ ที่ผ่านสีน้ำเงินคอนเน็คชันหรือบุรีรัมย์คอนเน็คชัน ถ้ากระบวนการครั้งนี้ตกไปจะส่งผลร้ายแรงมากต่อระบบการตรวจสอบ”

ไม่เช่นนั้นยื่นสอบปธ.สภาฯอีกคน

นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวต่อว่า และฝากถึงนายโสภณว่าขอให้ท่านได้ดำเนินการส่งต่อไปที่ประธานศาลฎีกา ให้กระบวนการได้ตั้งกรรมการอิสระ ซึ่งเป็นทางออกเดียวที่ยังมีอยู่ในขณะนี้ ถ้าไม่ดำเนินการ ตนจะไม่ยอมหยุด จะยื่นตรวจสอบการดำเนินงานของประธานรัฐสภาต่อไปด้วย นอกจากนี้ ตนขอฝากไปถึงบุคคลในเงามืดว่าจะทำลายองค์กรอิสระไปถึงไหน จะทำลายระบบตรวจสอบไปถึงไหนถึงจะสาแก่ใจ และทำให้ระบบตรวจสอบต้องหยุดลง เพียงแค่ว่าจะดำรงอำนาจครอบงำบ้านเมืองต่อไป ขณะนี้ เกิดความระส่ำระส่ายมาก อยู่ในการบริหารบุคคลของป.ป.ช. มีการแต่งตั้งรองเลขาธิการขึ้นมาแทนตำแหน่งที่ว่าง ปรากฏว่า ป.ป.ช. แต่งตั้งผู้ช่วยเลขาลำดับท้ายๆ มาเป็นรองเลขาธิการในตำแหน่งที่ว่าง ผู้อาวุโสต่างก็หงายท้องเป็นแถบ ทำให้ระบอบธรรมาภิบาลของ ป.ป.ช. หายไป และทำให้เกิดการแทรกแซงคดี ล้วงเอาคดีต่างๆมาดำเนินการอย่างย่ามใจ แล้วจะเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างไร ไม่อย่างนั้น จะเป็นการอวสานการตรวจสอบของ ป.ป.ช.

สว.ประเดิมซื้ออาหารกลางวันเอง

เวลา11.30น.ที่รัฐสภา บริเวณห้องอาหารฝั่งวุฒิสภาได้เปิดห้องอาหารให้สมาชิกวุฒิสภา(สว.)ได้ซื้ออาหารรับประทานกินเองเป็นครั้งแรกซึ่งมีร้านอาหารทั้งหมด 3 ร้าน ประกอบด้วย ร้านก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำมะนาว ข้าวหมูแดง ร้านขนมหวานและอาหารอิสลาม เป็นข้าวหมกไก่ใส่กล่อง ราคากล่องล่ะ70 บาท ส่วนน้ำดื่มยังคงบริการฟรี ด้านการชำระเงินเป็นการชำระผ่านการสแกนจ่ายไม่มีการขายคูปองหรือจ่ายเงินสด

ด้านนายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สว.ที่เข้าใช้บริการในวันนี้เปิดเผยว่า อาหารมีเพียงพอ เพราะมีทั้งข้าว ก๋วยเตี๋ยว และขนมหวาน แต่เสียดายไม่มีผลไม้

ขณะที่ พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 ได้ลงมาเลือกซื้ออาหารเพื่อรับประทานเป็นข้าวหมูแดง-หมูกรอบ พร้อมซื้อไป 5กล่องให้กับแขกที่มาเข้าพบ จากนั้นพล.อ.เกรียงไกร ได้กินข้าวที่ซื้อโชว์ พร้อมบอกว่าราคา 60บาท ถือว่าโอเค เพราะเรากินเพื่ออยู่ อร่อยดี”หรอยจังฮู้”พร้อมยกนิ้วโป้งให้ด้วยและให้สัมภาษณ์ว่า บรรยากาศเป็นไปด้วยความครึกครื้น ถือว่าเป็นการปรับเปลี่ยนบรรยากาศท่ามกลางวิกฤตของชาติที่เกิดจากประเด็นปัญหาพลังงานจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ซึ่งเราจะเป็นส่วนหนึ่งที่สามารถประหยัดงบประมาณ ของประเทศชาติเพื่อรัฐบาลจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน ซึ่งสว.ได้มีมติในการประชุมวิปวุฒิสภา ต่อไปจะเปิดโอกาสให้ร้านต่างๆหมุนเวียนกันมาให้บริการกับสมาชิกวุฒิสภา ให้ได้ซื้อกินกัน เราจะทำอย่างนี้ต่อไปจนกว่าจะเข้าสู่สภาวะปกติ

ประหยัดเงิน800ต่อคนเหือ200บาท

เมื่อถามว่า จะประหยัดงบประมาณไปเท่าไหร่ รองประธานวุฒิสภา คนที่1 กล่าวว่า ตนมองว่าก็น่าจะพอสมควร จาก 800บาทต่อคนต่อวัน แต่ตอนนี้ก็คิดว่าไม่น่าจะเกิน 200 บาทต่อคน เมื่อกี๊ตนซื้อมา 60 บาท เป็นข้าวหมูแดงหมูกรอบ บางคนอาจจะเพิ่มเติมเกาเหลาอีก 60 บาท ก็เป็น 120 บาท ส่วนน้ำก็มีบริการฟรี ทั้งนี้ หากร้านค้าขายไม่หมดนั้น คงต้องมีการประเมินผล ถ้าร้านยืนอยู่ไม่ได้ก็อาจจะเปิดให้ ข้าราชการจากสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เข้ามาซื้อด้วย ซึ่งจะมีการจัดสรรต่อไป เมื่อถามว่า สมาชิกบางคนยังไม่เห็นด้วยในเรื่องของการจ่ายเงินซื้อข้าวเอง จะต้องทำความเข้าใจอย่างไร พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า ต้องทำความเข้าใจผ่านทางกรรมาธิการต่างๆ ซึ่งวิปวุฒิฯได้ลงมติกันไปแล้วในเรื่องนี้ ซึ่งยังมีบางส่วนที่สมาชิกไม่เห็นด้วยอยากให้กลับเข้าสู่สภาวะแบบเดิม ขณะที่บางส่วนบอกว่าหากไม่มีร้านค้าก็จะนำมาเองจากบ้าน แต่ส่วนใหญ่มีมติอย่างนี้ถ้าประเทศเข้าสู่สภาวะปกติ ก็อาจจะนำอาหารฟรีกลับมาเหมือนเดิม และส่วนหนึ่งก็เห็นเรื่องของความสะดวกในการประชุม แต่ในสภาวะวิกฤตเราก็ต้องจัดลำดับความเร่งด่วนก่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top