533.jpg
ทนายอนันต์ชัย ยื่นหลักฐานเพิ่ม คดีพระคึกฤทธิ์ พบเส้นเงิน 42.9 ล้านวัด โอนไปต่างประเทศ

ทนายอนันต์ชัย ยื่นหลักฐานเพิ่ม คดีพระคึกฤทธิ์ พบเส้นเงิน 42.9 ล้านวัด โอนไปต่างประเทศ

วันพุธ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.24 น.

วันที่ 29 เมษายน 2569 เวลา 13.00 น. ที่สำนักงานอัยการการสอบสวน ย่านตลิ่งชัน มูลนิธิทนายกองทัพธรรม นำโดย นายอนันต์ชัย ไชยเดช หรือทนายกระดูกเหล็ก พร้อมคณะ เข้ายื่นหนังสือต่อนายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน เพื่อขอให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินของ วัดแห่งหนึ่ง  จ.ปทุมธานีอย่างเร่งด่วน หากเข้าข่ายการฟอกเงินและปกปิดแหล่งที่มาของเงินขอให้ดำเนินคดีด้วย

นายอนันต์ชัย กล่าวว่า การยื่นหนังสือครั้งนี้ สืบเนื่องจากกรณีเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 ทนายความของวัดแห่งนี้ ได้แถลงข่าวเกี่ยวกับคดีในศาลแพ่งประเทศ เยอรมนี โดยมีการกล่าวถึงเงินจำนวน 210,000 ยูโร (ประมาณ 12.2 ล้านบาท) ที่โอนไปให้สีกายุ  เพื่อจัดตั้งสมาคมและมูลนิธิพุทธวจนเยอรมัน ที่ประเทศเยอรมัน มีการยักยอกเงินจำนวนดังกล่าว


อย่างไรก็ตาม ภายหลังการตรวจสอบเพิ่มเติมโดยมูลนิธิทนายกองทัพธรรม พบข้อมูลใหม่เกี่ยวกับการโอนเงินของ วัดแห่งหนึ่ง จ.ปทุมธานี ไปต่างประเทศหลายรายการ ซึ่งมีมูลค่าสูงกว่าที่เคยเปิดเผยอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่

-ทุนทรัพย์ในการฟ้องคดี ประมาณ 363,609.56 ยูโร (ประมาณ 13.82 ล้านบาท) 

-ค่าธรรมเนียมศาล ประมาณ 89,634 ยูโร(ประมาณ 3,418,831.80 บาท )

และค่าทนายความในต่างประเทศ ประมาณ  543,425.48 ยูโร (20.7 ล้านบาท) รวมเป็นเงินประมาณ 633,059.79 ยูโร (ประมาณ 24.06 ล้านบาท) 

-เงินโอนให้บุคคลในต่างประเทศ 132,303.58 ยูโร (ประมาณ 5.02 ล้านบาท) 

รวมยอดเงินที่โอนไปต่างประเทศกว่า 42.9 ล้านบาท

แม้ผลของคดีในศาลแพ่ง เยอรมนี จะมีมูลค่าที่ชนะเพียงประมาณ 8 ล้านบาท แต่กลับมีการใช้จ่ายเงินจำนวนมากในการดำเนินคดีสูงถึง 42.9 ล้าน  จึงก่อให้เกิดข้อสงสัยถึงความเหมาะสมของการใช้เงินวัด ซึ่งเป็นเงินจากความศรัทธาของประชาชน เป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือไม่ อย่างไร

นายอนันต์ชัย ระบุต่ออีกว่า ในส่วนของเงินวัดแห่งหนึ่ง จ.ปทุมธานี ที่โอนไปยังสีกายุ จำนวน 210,000 ยูโร นั้น สีกายุ ได้โอนไปยังสมาคมหรือมูลนิธิพุทธวจน เรียบร้อยครบถ้วนแล้ว ไม่มีการยักยอกแต่อย่างใด    

ในส่วนประเด็นเงินที่เป็นทุนทรัพย์ ในการฟ้องร้องดำเนินคดี  ค่าธรรมเนียมศาล  ค่าทนายความ ต่างประเทศ เงินโอนให้บุคคลต่างๆ ที่ต่างประเทศ ดังกล่าวไม่ใช่เรื่องเล็ก เนื่องจากเกี่ยวข้องกับ “เงินวัด” หากมีการนำไปใช้โดยไม่โปร่งใส หรือผิดวัตถุประสงค์ อาจเข้าข่ายความผิดทางอาญา โดยเฉพาะกรณีที่เป็นธุรกรรมข้ามประเทศ และอาจเข้าข่ายการกระทำความผิดฐานฟอกเงิน

นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน เปิดเผยว่า การจะพิจารณาดำเนินคดีกับพระอาจารย์คึกฤทธิ์ หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานเป็นสำคัญขณะนี้คณะกรรมการได้มีการประชุมและสอบสวนในหลายประเด็นไปมากแล้วเหลือเพียงพยานบางส่วนที่ยังต้องสอบเพิ่มเติม

โดยประเด็นสำคัญจำเป็นต้องขอเอกสารจากประเทศเยอรมนี โดยมีนายธีรัช ลิมปยารยะ เป็นผู้ประสานงานหลัก ทำให้การดำเนินการด้านเอกสารไม่น่าจะล่าช้า

ดังนั้นการสอบสวนในคดีนี้อัยการสำนักงานการสอบสวนจะต้องรับฟังพยานหลักฐานจากทุกฝ่าย ทั้งผู้กล่าวหาและทางฝ่ายพระคึกฤทธิ์ผู้ถูกกล่าวหา เมื่อพิจารณาแล้วจึงจะมีความเห็นได้ว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่ เเละนำเสนออัยการสูงสุดในการสั่งคดีต่อไป

ด้านนายธีรัช ลิมปยารยะ อัยการจังหวัด สำนักงานอัยการสูงสุด ระบุว่า การดำเนินการขอเอกสารจากต่างประเทศจะใช้เวลาไม่นาน เนื่องจากได้ประสานกับตำรวจเยอรมันไว้ล่วงหน้าแล้ว และจะจัดทำคำร้องอย่างเป็นทางการเพื่อขอข้อมูล

ทั้งนี้ จะนำเอกสารที่ได้มาเปรียบเทียบกับหลักฐานของผู้กล่าวหา โดยเฉพาะเส้นทางการเงิน เช่น การจดทะเบียนหรือการลงทุนในหลักทรัพย์ เพื่อตรวจสอบว่าเงินดังกล่าวถูกนำไปใช้เพื่อประโยชน์ของวัด หรือใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว หรือเพื่อวัตถุประสงค์ของวัดหรือไม่

นอกจากนี้ ยังต้องตรวจสอบระบบการบริหารจัดการเงินของวัด โดยได้สอบถามไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.)เพื่อขอแนวทางเกี่ยวกับระเบียบการเบิกถอนเงิน เช่น ขั้นตอนการอนุมัติ ผู้มีอำนาจเบิกถอน และหลักเกณฑ์การนำเงินไปใช้

เบื้องต้น การสอบปากคำดำเนินการไปอย่างละเอียดแล้ว เหลือเพียงบางประเด็นเล็กน้อยที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม โดยอัยการยังคงประสานงานกับพนักงานสอบสวนอย่างต่อเนื่อง

นายธีรัช ย้ำอีกว่า คดีมีความคืบหน้าไปมากพอสมควร และเอกสารที่ทนายความมายื่นเพิ่มเติมวันนี้ หากพบประเด็นต้องสงสัย ก็จะมีการขยายผลต่อไป

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top