533.jpg
ไฟเขียวสคบ. ลุยตรวจปลากระป๋อง คุมเข้มผลิตไม่ตรงปก

ไฟเขียวสคบ. ลุยตรวจปลากระป๋อง คุมเข้มผลิตไม่ตรงปก

วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ไฟเขียวสคบ.
ลุยตรวจปลากระป๋อง
คุมเข้มผลิตไม่ตรงปก

“ศุภมาส” ลุยเองลงพื้นที่จ.สมุทรสาคร สร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภคหลังพบเคสปลากระป๋องไม่ตรงปก สั่ง สคบ. ติดตามเรื่องร้องเรียน ใกล้ชิดลุยตรวจทุกจังหวัด ขณะที่กรมประมงเผยผลพิสูจน์เป็นปลานิล ไม่ใช่ปลาหมอคางดำ ด้าน สส.ปชน.สบช่องเปิดกระป๋องโชว์สื่อ โยงแก้ปัญหาปลาหมอคางดำเหลว เตรียมส่ง “นักวิจัยมหา’ลัย” ตรวจคู่ขนานรัฐบาล

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทางเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้โทร.มารายงานถึงกรณีการเข้าตรวจสอบโรงงานปลากระป๋องในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร ซึ่งเจ้าของโรงงานยืนยันว่าเป็นปลาแมคเคอเรล 60% แต่ผู้บริโภคระบุว่าไม่น่าใช่ โดยมีข้อสันนิษฐาน 2 อย่าง คือปลาหมอคางดำ และปลานิล จึงต้องให้กรมประมง ตรวจสอบว่าเป็นปลาชนิดใด


น.ส.ศุภมาสกล่าวต่อว่า สำหรับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้เข้าไปดูแลผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหายโดยตรง ซึ่งโรงงานได้เจรจาและชดใช้ค่าเสียหายแล้ว แต่ลอตเดียวกันนี้ยังมีผู้เสียหายรายอื่น ที่ยังไม่มีการร้องเรียนเข้ามา ก็เป็นหน้าที่ของ สคบ.ที่ต้องดูแล โดยวันเดียวกันนี้จะมีการลงพื้นที่ในนามของรัฐบาล เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคให้เกิดความอุ่นใจและเกิดความปลอดภัย

เมื่อถามว่าจะมีการปูพรมตรวจสอบโรงงานอื่นหรือไม่ น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า จะมีเข้าไปตรวจสอบแบบเป็นมิตร ไม่ได้เข้าไปตรวจจับ น.ส.ศุภมาสกล่าวอีกว่า เรามีการคุ้มครองผู้บริโภค ต้องไม่ถูกหลอก ไม่ถูกเอาเปรียบ และไม่ถูกโกง ซึ่งเคสนี้เข้าข่ายกฎหมายของ สคบ.จะต้องเป็นผู้ฟ้องร้อง เหตุลักษณะนี้ไม่ควรเกิดขึ้น ต้องมีการเฝ้าระวังและดูแลสินค้า มิเช่นนั้นสินค้ายี่ห้ออื่นจะโดนหางเลขไปด้วย ทำให้ผู้บริโภคตื่นตระหนก ไม่กล้าบริโภค

ต่อมาเวลา 13.00 น. น.ส.ศุภมาส พร้อมด้วยนายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ลงพื้นที่ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เพื่อตรวจสอบกรณีส่วนผสมปลากระป๋องที่มีการเปลี่ยนวัตถุดิบเป็นปลาชนิดอื่นแทนปลาแมคเคอเรลตามที่ได้รับอนุญาต และแสดงบนฉลากสินค้า

นางสาวศุภมาสกล่าวว่า นายอนุทินชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ไม่นิ่งนอนใจต่อสิ่งที่ผู้บริโภคได้รับความเดือดร้อน แม้ในกรณีดังกล่าวทางผู้ประกอบการจะมีการเยียวยาแก่ผู้เสียหายเบื้องต้นแล้ว เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำและคืนความเป็นธรรมแก่ผู้บริโภค หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องมีการตรวจสอบและติดตามข้อเท็จจริง เพื่อความปลอดภัยทั้งร่างกายและทรัพย์สินของผู้บริโภค

ก่อนหน้านี้ ทาง อย. และ สสจ.สมุทรสาคร ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานต้นเหตุ พบว่าสถานที่ผลิตไม่ผ่านหลักเกณฑ์และวิธีการที่ดีในการผลิตอาหาร (GMP) และพบผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่ใช้ปลาชนิดอื่น ไม่ตรงตามฉลากที่แสดงบนบรรจุภัณฑ์ ถือว่าเป็นการหลอกลวงผู้บริโภค มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ฐานผลิตอาหารปลอม โทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 10 ปีและปรับตั้งแต่ 5,000 ถึง 100,000 บาท และฐานแสดงฉลากไม่ถูกต้อง ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดในสาระสำคัญ มีโทษปรับไม่เกิน 30,000 บาท

“ในนามของรัฐบาล ขอเน้นย้ำว่าความปลอดภัยและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค คือหัวใจสำคัญของการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค เราจะดำเนินการทุกมาตรการเพื่อรักษามาตรฐานดังกล่าวอย่างเต็มที่ เพื่อให้ประชาชนได้รับสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ในราคาที่เป็นธรรม ผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหาย มีสิทธิที่จะได้รับการพิจารณาและชดเชยความเสียหายจากการใช้สินค้าหรือบริการดังกล่าว ตามสิทธิขั้นพื้นฐาน ของพ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค” นางสาวศุภมาสกล่าว

ทั้งนี้ หากผู้บริโภคได้รับความเสียหายจากการซื้อสินค้าหรือบริการ สามารถร้องเรียนได้ที่ สายด่วน สคบ. 1166 หรือร้องทุกข์ผ่านทางแอปพลิเคชันOCPB connect และ เว็บไซต์ ocpb.go.th สำหรับในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่นสามารถร้องเรียนได้ที่ศูนย์ดำรงธรรม ณ ศาลากลางจังหวัดทุกจังหวัด

ทางด้านนางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า หลังจากทาง อย. ได้ส่งตัวอย่างมาให้ทางกรมประมงตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์แล้ว ซึ่งพบว่าปลาดังกล่าว เป็นปลานิล ไม่ใช่ปลาหมอคางดำตามที่มีการเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นทราบว่า บริษัทผู้ผลิตได้ยอมรับถึงข้อผิดพลาดดังกล่าวแล้ว ซึ่งมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ฐานผลิตอาหารปลอม

ที่รัฐสภา นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้นำปลากระป๋องชนิดอื่นที่สุ่มซื้อจากพื้นที่จ.สมุทรสาครมา 2 กระป๋อง โดยมีฉลากข้างปลากระป๋องระบุว่าเป็นปลาซาร์ดีนแต่เมื่อเทออกมาแล้วนั้นพบว่าเป็น
ปลาชนิดอื่น อย่างไรก็ตาม การนำปลากระป๋องมาทดลองในวันนี้เป็นคนละยี่ห้อกับยี่ห้อที่เป็นข่าว

นายณัฐชากล่าวว่า มีการเปิดเผยว่า ปลากระป๋องที่ซื้อมาโดยฉลากด้านข้างระบุว่าเป็นปลาแมคเคอเรล หรือปลาซาดีน แต่เมื่อเปิดกระป๋องออกมาแล้ว เห็นเป็นปลาชนิดอื่น จึงมีคำถามว่า 2 ประเด็น คือ ปลานิล หรือเป็นปลาหมอคางคำ แต่ก็ไม่สามารถดูได้ด้วยเปล่าเนื่องจากปลาใน กระป๋องมีการตัดหัวออกไปและมีลักษณะใกล้เคียงกัน ต่างกันแค่ปลาหมอคางดำมีแถบสีดำขึ้นมาที่แก้ม ถ้าตัดหัวออกผ่าท้องก็แยกไม่ออก

“เรื่องการคุ้มครองผู้บริโภคก็ว่ากันไปตามกฎหมาย แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ เรื่องของสายพันธุ์ปลา ที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าโรงงานผู้ผลิตในบริเวณเหล่านั้น เป็นพื้นที่การแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำตนไม่ได้บอกว่าปลาหมอคางดำน่ากลัวทานไม่ได้ หรือแปรรูปไม่ได้ แต่ควรออกประกาศให้ชัดเจนและมีมาตรการรองรับให้ชัดเจน เพราะถึงแม้จะมีกระบวนการนำหรือแอบนำไปแปรรูป แต่ผิดกฎหมายอยู่ เพราะปลาหมอคางดำเป็นสัตว์คุ้มครองพิเศษ ห้ามโยกย้าย ห้ามแปรรูป หากไม่ได้รับการอนุญาต”นายณัฐชากล่าว

นายณัฐชากล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องน่ากังวลเพราะเรามีมาตรการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ แต่เราไม่มีวิธีการดำเนินการเพื่อที่ให้ปลาหมอคางดำหมดลงไป และเพราะเหตุใดบริเวณโดยรอบพื้นที่ ที่เป็นโรงงานผลิตปลากระป๋อง ยี่ห้อไหนก็แล้วแต่บริเวณนั้นเป็นพื้นที่อันดับหนึ่งของการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ สะท้อนว่า สุดท้ายแล้วรัฐบาลไทยแก้ไขปัญหาไม่ได้ และมีการแอบหรือปกปิดกระบวนการในการทำลายปลาหมอคางดำในช่วงเวลาที่ผ่านมาหรือไม่

อย่างไรก็ตาม นายณัฐชาระบุว่า จะส่งปลากระป๋องที่เหลือไปให้นักวิจัยตามมหาวิทยาลัยต่างๆ เป็นการตรวจสอบคู่ขนานกับการตรวจสอบของรัฐบาลด้วยต่อไป

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top