วันเสาร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
โครงการแลนด์บริดจ์ ฝั่งอันดามัน ผู้สื่อข่าวและชาวประมงพื้นบ้าน สำรวจพื้นที่จริงบริเวณ 'แหลมอ่าวอ่าง' อำเภอเมือง จังหวัดระนอง ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่คาดว่า จะถูกถมทะเลสร้างท่าเรือน้ำลึก เพื่อไปตรวจสอบความพร้อมของพื้นที่ และรับฟังเสียงสะท้อนรอบด้านของชาวบ้าน ที่ยังคงเป็นกังวลว่า อนาคตจะเป็นแบบไหนเรียกร้องภาครัฐเร่งให้ข้อมูลครบถ้วนรอบด้าน
วานนี้ 22 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่พร้อมด้วยชาวประมงท้องถิ่น ลงเรือหางยาวล่องสำรวจพื้นที่ทางทะเลและระบบนิเวศบริเวณแหลมอ่าวอ่าง อำเภอเมือง จังหวัดระนอง พิกัดสำคัญที่เป็นจุดก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกฝั่งอันดามัน ตามโครงการเมกะโปรเจกต์แลนด์บริดจ์ ชุมพร-ระนอง มูลค่ากว่า 1 ล้านล้านบาท เพื่อเจาะลึกข้อเท็จจริงหน้างานและรับฟังเสียงของคนในพื้นที่ก่อนที่โครงการจะเริ่มขึ้น
.jpg)
สำหรับพื้นที่บริเวณแหลมอ่าวอ่าง เป็นพื้นที่ปิดไม่มีทางสัญจร นอกจากต้องนั่งเรือมาเพียงอย่างเดียว บริเวณแหลมอ่าวอ่าง ไม่มีพื้นที่ชุมชนมีแต่ป่าโกงกางและป่าชายเลนกินเนื้อที่หลายพันไร่ จากการสำรวจขับเรือรอบแหลมอ่าวอ่างพบว่า สภาพธรรมชาติยังคงสมบูรณ์ วิถีชีวิตชาวประมง กลมกลืนไปกับธรรมชาติ
การลงพื้นที่ในวันนี้ทำให้เห็นสภาพปัจจุบันของอ่าวอ่าง ซึ่งเปิดหน้าออกสู่ทะเลอันดามันอย่างชัดเจน พื้นที่ส่วนใหญ่ยังคงเป็นป่าชายเลนและป่าโกงกางผืนใหญ่ที่มีความอุดมสมบูรณ์สูงมาก ตามแผนของ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือ สนข. จุดนี้จะถูกถมทะเลครั้งใหญ่เพื่อสร้างเป็นสะพานเครน คลังสินค้า ย่านสถานีรถไฟ และมอเตอร์เวย์
.jpg)
นายเจ๊ะมะ เจ๊ะโซะ หรือ บังเจ๊ะ อายุ 70 ปี คนขับเรือ ซึ่งเป็นชาวประมงในพื้นที่ตำบลราชกรูด เปิดเผยว่า บริเวณแหลมอ่าวอ่าง ลักษณะภูมิประเทศ เป็นแหล่งชุกชุมของสัตว์น้ำ ชาวประมงในพื้นที่ จะออกหาปลาวางอวนในพื้นที่บริเวณดังกล่าว เลยออกไปจะเป็นเกาะพยามเกาะช้าง และเป็นเขตน่านน้ำของประเทศเมียนมา
สิ่งที่ตนเอง และชาวประมงเป็นกังวลนั่นก็คือ การสร้างท่าเรือน้ำลึกหรือการถมทะเล เป็นจำนวนหลายสิบไร่ อาจจะทำให้เส้นทางน้ำ ร่องน้ำ สันดอนทราย เกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งบริเวณอ่าวห่างและพื้นที่ใกล้เคียง เป็นแหล่งสัตว์น้ำทะเลหลายชนิด มาเพาะพันธุ์วางไข่ ตนเองและชาวบ้านไม่ใช่ว่าจะขัดแย้งทั้งหมด การพัฒนาประเทศเป็นสิ่งที่ดีเมื่อมองในภาพรวม แต่อยากให้ เจ้าหน้าที่หรือรัฐบาลลงมาพูดคุยให้ข้อมูลกับประชาชนให้มากกว่านี้
.jpg)
นอกจากความเปลี่ยนแปลงทางด้าน ทะเลและผลกระทบ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับชาวประมง ยังมีชาวบ้านและเกษตรกรที่อยู่บนบกที่อาจจะต้องถูกเวนคืนผืนดินไปบางส่วนให้กับโครงการแลนด์บริดจ์ เนื่องจากชาวบ้านจำนวนมากครอบครองที่ดินทำกินมาหลายรุ่น แต่ส่วนใหญ่ "ไม่มีโฉนดถูกต้องตามกฎหมาย" มีเพียงสิทธิ์ทำกินดั้งเดิมหรือที่ดินมือเปล่า พวกเขาหวั่นวิตกว่าจะถูกรัฐใช้กฎหมายยึดที่คืนไปเฉยๆ หรือได้รับค่าชดเชยที่ไม่เป็นธรรม จนไม่สามารถไปตั้งหลักแหล่งใหม่ได้ เช่นเดียวกับความกังวลพื้นที่ทำประมง
.jpg)
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี