533.jpg
ผญบ.บางหยี แนะรัฐอย่าเร่งรีบ 'แลนด์บริดจ์'  ชี้! ที่ผ่านมาข้อมูลยังไม่ชัดเจน

ผญบ.บางหยี แนะรัฐอย่าเร่งรีบ 'แลนด์บริดจ์' ชี้! ที่ผ่านมาข้อมูลยังไม่ชัดเจน

วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.09 น.

เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ หมู่ 4 บ้านบางหยี ตำบลบางน้ำจืด อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร หนึ่งในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญและเป็นจุดโฟกัสหลักของ โครงการแลนด์บริดจ์ เพื่อสำรวจมุมมองความคิดเห็นและรับฟังเสียงสะท้อนของชาวบ้าน เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวนี้ เป็นพื้นที่ชายฝั่งทะเลที่ประชากรส่วนใหญ่พึ่งพิงการทำประมงพื้นบ้าน เพื่อสะท้อนมุมมอง ความกังวล และข้อเสนอแนะต่อแนวทางการดำเนินงานของภาครัฐ

นางนงเยาว์ มาตย์สถิตย์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 กล่าวถึงความรู้ความเข้าใจในการสร้างโครงการดังกล่าวนี้ ซึ่งเป็นโครงการใหญ่ ส่งผลกระทบทั้งดีและไม่ดีให้กับชาวบ้าน ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและอนาคตของคนในชุมชน เนื่องจากรูปแบบโครงการระบุว่าจะมีการถมทะเลเป็นพื้นที่กว้างขวางถึง 3,000–4,000 ไร่ จึงอาจจะส่งผลให้สัตว์น้ำอพยพย้ายถิ่นฐานและทำลายระบบนิเวศชายฝั่งอย่างสิ้นเชิง


“วิถีชีวิตของชาวประมงหมู่ 4 เราอยู่ติดชายฝั่ง ทำอาชีพนี้มาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายายเพื่อเลี้ยงชีพและส่งเสียลูกหลานเรียนหนังสือ พื้นที่เกษตรในแถบนี้ก็มีน้อยมาก ผลประโยชน์จากโครงการนี้สุดท้ายแล้วอาจจะตกอยู่กับกลุ่มทุน ภาคธุรกิจ และคนรวยมากกว่า ส่วนชาวบ้านในพื้นที่จะได้รับผลกระทบความลำบากเป็นหลัก”

นางนงเยาว์ กล่าวถึงการเข้าร่วมรับฟังความคิดเห็น ที่จัดขึ้นโดยหน่วยงานภาครัฐ เช่น สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) นั้น ข้อมูลที่ชาวบ้านได้รับยังคงไม่มีความชัดเจน ในทุกๆเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นหลักเกณฑ์ และราคาประเมินการเวนคืนที่ดิน หรือมาตรการเยียวยา ภาครัฐมักชี้แจงเพียงกว้าง ๆ เช่น การเสนอให้ตั้งกลุ่มอาชีพแปรรูปสัตว์น้ำ หรือ การจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือ ซึ่งจนถึงปัจจุบันยังไม่มีรูปแบบที่เป็นรูปธรรมหรือมีการจัดตั้งขึ้นจริง และข้อมูลในคลิปวิดีโอประชาสัมพันธ์ของ สนข. ดูดีไปหมดทุกอย่าง ตอบคำถามเอาใจให้ชาวบ้านเห็นด้วย มีการชี้แจงว่าแก้ปัญหามลพิษและสิ่งแวดล้อมได้ แต่ในโลกความจริง เราดูตามสื่อต่าง ๆ ปัญหามลพิษในพื้นที่อุตสาหกรรมมักเงียบหายไปเมื่อเกิดขึ้น ชาวบ้านจึงวิตกกังวลสูงมากว่าจะกลายเป็นผู้สูญเสีย

นอกจากนี้ นางนงเยาว์ ยังกล่าวถึงเสียงสะท้อนของชาวบ้านในพื้นที่ มี 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มที่ต้องการความเจริญ ซึ่งเป็นกลุ่มที่อยากเห็นความเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาในหมู่บ้าน ​ 2.กลุ่มที่คัดค้านเนื่องจากผูกพันกับถิ่นฐาน ไม่อยากอพยพโยกย้าย และต้องการใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติแบบเดิม ​และ 3.กลุ่มผู้ถือครองที่ดินรายใหญ่ ที่คาดหวังว่าราคาที่ดินจะพุ่งสูงขึ้นเพื่อเก็งกำไรหรือขายทำธุรกิจ

 

 

อย่างไรก็ตาม ในอนาคตหากโครงการแลนด์บริดจ์เดินหน้าเกิดขึ้นจริงนั้น ตนอยากฝากเสนอแนะถึงรัฐบาล ควรจัดสรรที่อยู่อาศัยและที่ทำกินสำหรับชาวบ้านที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ที่ดิน หรืออาศัยอยู่ในเขตพื้นที่ของกรมเจ้าท่า รัฐบาลต้องเตรียมพื้นที่สาธารณประโยชน์ เช่น ทุ่งเลี้ยงสัตว์ของชุมชน มารองรับจัดสรรให้เป็นที่อยู่อาศัยแห่งใหม่อย่างมีระบบ เพื่อป้องกันความขัดแย้งกับผู้ครอบครองเดิม ต้องจัดหาอาชีพทางเลือกที่เป็นรูปธรรมและตรงตามความถนัด รัฐบาลต้องคิดและเสนออาชีพใหม่ที่มีการการันตีรายได้ และสอดคล้องกับศักยภาพของชาวบ้าน ไม่ใช่เพียงการผลักดันให้ชาวบ้านไปเป็นแรงงานรับจ้างรายวัน หรือพนักงานระดับล่างในท่าเรือ ซึ่งไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตเดิมและอาจถูกแทนที่ด้วยระบบนายหน้าแรงงานต่างด้าว รวมถึงต้องมีมาตรการเงินทุนเยียวยาที่เป็นธรรม ต้องมีการคำนวณฐานรายได้ที่ชาวประมงสูญเสียไปในระยะยาวกับระยะเวลาในการก่อสร้าง โดยวงเงินต้องสูงกว่า 5 แสนบาทต่อครัวเรือนประมง

นางนงเยาว์  มาตย์สถิตย์  ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 4 อยากฝากทิ้งท้ายถึงรัฐบาล ว่าประชาชนในพื้นที่กำลังเผชิญความเดือดร้อนอย่างหนักในการทำมาหากินในแต่ละวัน อยากให้รัฐบาลทบทวนการเดินหน้าผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์ และหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของชาวบ้านในปัจจุบันให้ดีเสียก่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top