533.jpg
เกาะพะงันทรุด เร่งฟื้นฟูภาพลักษณ์

เกาะพะงันทรุด เร่งฟื้นฟูภาพลักษณ์

วันอาทิตย์ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เกาะพะงันทรุด
เร่งฟื้นฟูภาพลักษณ์

พะงันผนึกกำลังสู้! ระดมสมองกู้ภาพลักษณ์ หลังมรสุมข่าวลบอิสราเอลยึดพื้นที่ ทำเกาะเงียบเหงา-จ่อพลิกโฉมสู่ “เกาะคุณภาพระดับโลก” เปิดเอกสารสอบ “ปลัดจังหวัดภูเก็ต” พัวพันออกใบอนุญาตปืน 26 กระบอก-โยง เว็บพนันออนไลน์ แต่จบลงโทษวินัย ไม่ร้ายแรง แค่ตัดเงินเดือน 2% ก่อนล่าสุดถูกอธิบดี ปค. เด้งเข้ากรุ ปมส่วยป่าตอง

วันที่ 23 พ.ค. 2569 จากกรณีที่ภาพรวมการท่องเที่ยวของเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี กำลังเผชิญกับภาวะซบเซาอย่างรุนแรง นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในพื้นที่ลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด อันเนื่องมาจากปัจจัยลบ ด้านกระแสข่าวที่ถูกนำเสนออย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับปัญหากลุ่มนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอล และปัญหาการถือครองที่ดินโดยกลุ่มทุนนอมินี จนส่งผล
กระทบเป็นลูกโซ่ทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวหยุดชะงักและชาวเกาะพะงันขาดรายได้หลักในปัจจุบัน


ล่าสุด ที่ศาลาประชาคมอำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้มีการจัดประชุมร่วมครั้งสำคัญในหัวข้อ “ออกแบบอนาคต เกาะพะงัน”เพื่อร่วมกันระดมสมองแก้ปัญหาวิกฤตศรัทธา ยกระดับเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวและคุณภาพชีวิตในพื้นที่อย่างยั่งยืน โดยมี นายไพสิฐ ทองเจิม นายอำเภอเกาะพะงัน เป็นประธานในพิธี ร่วมด้วย นางนฤมล ใหม่โสภา นายกสมาคมโรงแรมและการท่องเที่ยวเกาะพะงัน, นางสาวณิชฐารัศน์ วาณิชย์เจริญ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเกาะสมุย พร้อมด้วยตัวแทนหน่วยงานภาครัฐ ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว และพี่น้องประชาชนชาวเกาะพะงันเข้าร่วมรับฟังและแสดงความเห็นอย่างมืดฟ้ามัวดิน

ในเวทีประชุม บรรดาผู้ประกอบการและชาวบ้านได้ระบายความในใจและสะท้อนความอัดอั้นตันใจถึงผลกระทบอย่างแสนสาหัสจากกระแสข่าวบนโลกออนไลน์และสื่อโซเชียลมีเดีย ซึ่งบิดเบือนไปจากความเป็นจริงจนทำลายภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นในการเดินทางมาท่องเที่ยวของเกาะพะงันอย่างรุนแรง นอกจากนี้ยังได้มีการพูดถึงปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน สิ่งแวดล้อม และความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ ซึ่งทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันว่า “การท่องเที่ยว” คือเส้นเลือดใหญ่ของเกาะพะงัน และการพัฒนาหลังจากนี้จะต้องดำเนินไปอย่างสมดุล โปร่งใส มีธรรมาภิบาล และต้องอยู่บนพื้นฐานของความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

สำหรับแนวทางสำคัญในการฟื้นฟูเยียวยาภาพลักษณ์ของเกาะพะงันที่ประชุมมีมติเสนอให้มีการปรับเปลี่ยน Position หรือจุดขายใหม่ของเกาะ โดยมุ่งยกระดับภาพจำเดิมจาก“เกาะปาร์ตี้” (Party Island) มุ่งหน้าสู่การเป็น “เกาะคุณภาพ” (QualityDestination) ผ่านแนวคิดการสร้างเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) นำเสนอวิถีการใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ (Slow Life) ชูอัตลักษณ์วัฒนธรรมชุมชนดั้งเดิม และเน้นย้ำเรื่องการอนุรักษ์ธรรมชาติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและมาตรการจัดระเบียบกิจกรรมท่องเที่ยวทุกประเภทให้มีมาตรฐานสากลยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบให้มีการจัดตั้ง “ศูนย์ประชาสัมพันธ์และช่องทางสื่อสารกลางของเกาะพะงัน” ขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อทำหน้าที่มอนิเตอร์ข่าว ชี้แจงแถลงไขข้อเท็จจริงสู่สาธารณชนอย่างทันท่วงที ทลายข่าวลือเชิงลบและร่วมสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกอย่างต่อเนื่อง พร้อมจัดตั้งทีมกฎหมาย ทีมข้อมูล และทีมประชาสัมพันธ์ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ในระยะยาว

ทางด้าน นางนฤมล ใหม่โสภา นายกสมาคมโรงแรมและการท่องเที่ยวเกาะพะงัน เปิดเผยว่า ในวันนี้เราได้ข้อตกลงร่วมกันในการจัดตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจขึ้นมาเพื่อขับเคลื่อนและติดตามแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างใกล้ชิด โดยมีการดึงผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ความสามารถในด้านต่างๆมาร่วมเป็นคณะทำงาน โดยมอบหมายให้สมาคมโรงแรมและการท่องเที่ยวเกาะพะงันเป็นแกนกลางจัดตั้งทีมงานร่วมกับทุกภาคส่วนในการฟื้นฟูเยียวยาเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของเกาะ

“นับจากนี้เป็นต้นไป ทุกภาคส่วนบนเกาะพะงันจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเพื่อมอนิเตอร์ปัญหาและแชร์ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องร่วมกัน จึงอยากเรียกร้องให้ทางหน่วยงานภาครัฐระดับประเทศเข้ามาให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการและชาวบ้านอย่างจริงจังเสียที และขอความกรุณาไปยังพี่น้องสื่อมวลชนทุกแขนงในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่เป็นความจริง โดยหากสื่อต้องการตรวจสอบข้อมูลในพื้นที่ สามารถประสานงานตรงมายังสมาคมโรงแรมและการท่องเที่ยวเกาะพะงันได้ตลอดเวลา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายจากข่าวลือ” นางนฤมล กล่าวทิ้งท้าย

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ยืนยันร่วมกันว่า “คนเกาะพะงัน” คือจุดแข็งและทรัพยากรที่มีค่ามากที่สุดของเกาะทั้งความอบอุ่น ความเป็นมิตร วิถีชีวิตชุมชนที่เข้มแข็ง และการต้อนรับที่งดงาม ซึ่งถือเป็นซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) ที่ทรงคุณค่าที่ต้องเร่งสื่อสารออกไปให้ทั่วโลกได้รับรู้ โดยเป้าหมายสูงสุดคือการผลักดันให้เกาะพะงันกลับมาเป็นจุดหมายปลายทางคุณภาพระดับโลก ที่เพียบพร้อมทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน ควบคู่กับการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในอนาคต

อีกประเด็นหนึ่ง มีรายงานข่าวแจ้ง จากเอกสารบันทึกข้อความลงวันที่ 7 ก.ค. 2568 ของกระทรวงมหาดไทย เรื่องข้าราชการถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง

พบรายละเอียดว่า นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต ครั้งดำรงตำแหน่ง นอ. (ผอ.สูง) อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงใน 2 กรณี ทั้งเรื่องการออกใบอนุญาตครอบครองอาวุธปืน และความเชื่อมโยงกับเครือข่ายพนันออนไลน์

ในเอกสารระบุว่า นายรุ่งเรือง ในฐานะนายทะเบียนท้องที่ ออกใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน (แบบป.4) ให้กับ นายแซม แวดาโอ๊ะ รวม 26 กระบอก ทั้งที่ไม่ได้ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม เอกสาร รายได้ ทรัพย์สิน และหนังสือรับรองความประพฤติอย่างรอบคอบ ต่อมาปรากฏว่าเจ้าตัวมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด

นอกจากนี้ ผลสอบยังกล่าวถึงเส้นทางการเงินเชื่อมโยงคดีพนันออนไลน์ โดยระบุว่ามีการใช้บัญชีธนาคารและโทรศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับนายรุ่งเรือง ในธุรกรรมรับโอนเงินจำนวนหลายล้านบาทจากเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ แม้เจ้าตัวจะปฏิเสธว่าไม่ทราบพฤติกรรมของผู้ใต้บังคับบัญชา แต่คณะกรรมการเห็นว่าเป็นการปล่อยปละละเลย จนกระทบต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของราชการ

ทั้งนี้ จากเหตุและผลตามข้อเท็จจริง นายรุ่งเรือง ธิมาบุตรดังกล่าว เป็นการไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อปฏิบัติ อันเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบของทางราชการ มติ ครม. นโยบายของรัฐบาล และไม่ปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ และฐานไม่รักษาชื่อเสียงของตน และรักษาเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการของตนมิให้เสื่อมเสีย ตามมาตรา 83(2) และ (10 ) ประกอบมาตรา 84 แห่ง พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 และโดยที่อำนาจการดำเนินการทางวินัยและมีคำสั่งลงโทษทางวินัย นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร เป็นของ อปค. ในฐานะที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติแทน ปมท. ตามคำสั่งมท.ที่ 251 /2565 ลว. 27 ม.ค.2565 จึงเห็นควรดำเนินการ ดังนี้

ลงโทษตัดเงินเดือน นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ในอัตราร้อยละ 2 เป็นเวลา 3 เดือน ตามความเห็นของคณะกรรมการสอบสวน และ รายงานผลการดำเนินการทางวินัยต่อคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน กระทรวงมหาดไทยเพื่อพิจารณาดำเนินการตามมาตรา 103 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 และแจ้งคำสั่งลงโทษนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ให้ ผวจ.หนองบัวลำภู ทราบ เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ เอกสารดังกล่าวมีการลงนามเสนอความเห็นโดย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ขณะดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการปกครอง และปัจจุบันเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 20 พ.ค.2569 นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครองกระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งด่วนให้ นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองรวม 5 คน ในจังหวัดภูเก็ต เข้าช่วยราชการที่กรุงเทพมหานคร หลังมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการเรียกรับส่วยสถานบันเทิงในพื้นที่ป่าตอง จ.ภูเก็ต ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top