วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569
‘ประเสริฐ’ ปักธงโคราช Sandbox ปฏิรูปการศึกษา ชู All For Education ขับเคลื่อน 5 นโยบายหลัก เร่งดัน พ.ร.บ.สภาครูฯ โละคำสั่ง คสช. มั่นใจ พ.ร.บ.การศึกษาฯ ใช้ทันปี 70 ปรับโฉมการศึกษาไทย
วันที่ 5 มิถุนายน 2569 ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนตามนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ ที่จังหวัดนครราชสีมา และเป็นประธานเปิดการประชุมการขับเคลื่อนนโยบายในระดับพื้นที่ Korat Next-Gen All For Education ยกระดับคุณภาพการศึกษาจังหวัดนครราชสีมา สู่อนาคตแห่งโอกาส และฟังเสียงสะท้อนจากพื้นที่ โดยมี นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการศธ. ผู้บริหารระดับสูงองค์กรหลักของศธ. ผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา เข้าร่วม กว่า 1,500 คน
โดยนายประเสริฐ กล่าวว่า จังหวัดนครราชสีมาเป็นจังหวัดที่ตนมาตรวจราชการแล้วมีความคุ้นเคยมากที่สุด เนื่องจาก เป็น ส.ส.จังหวัดนครราชสีมา ถึง 7 สมัย จังหวัดนครราชสีมาถือเป็นจังหวัดใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ แต่มีผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศหรือจีดีพีเป็นอันดับ 10 ความท้าทายในการพัฒนา ต่อจากนี้มีหลายเรื่องที่ต้องดำเนินการ อย่างแรกคือจำนวนประชากรที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนแปลงไป จำนวนนักเรียนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ลงการลงทุนด้านการศึกษาก็จะต้องมีความเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย จากเดิมเรามีการลงทุนด้านโครงสร้าง เช่น การก่อสร้างอาคารเรียน มาเป็นการตั้งงบประมาณสนับสนุน เรื่องโครงสร้างพื้นฐานด้านการศึกษา โดยเฉพาะเรื่อง เทคโนโลยี ที่มีความสำคัญ กับการพัฒนาการศึกษาทั้งระบบ อีกส่วนคือเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ของโลกที่เปลี่ยนแปลงไปมีสงครามความขัดแย้งเกิดขึ้นทั่วโลก ส่งผลกระทบต่อการศึกษา โดยเฉพาะเด็กที่อยู่ในพื้นที่ของความขัดแย้ง ที่จะขาดโอกาส เพราะงบประมาณของประเทศจะถูกนำไปใช้ในเรื่องของความมั่นคงมากขึ้น เกิดปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษา ดังนั้น จึงต้องเร่งดำเนินการพัฒนาการศึกษา โดยบูรณาการการจัดการศึกษาร่วมกันทุกภาคส่วน ซึ่งตนใช้คำว่า All For Education การศึกษาต้องไม่ใช่เรื่องของการเมืองแต่เป็นการทำงานร่วมกัน
นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ เพราะมาเน้นย้ำนโยบายและติดตามการทำงาน ความพร้อมของแต่ละพื้นที่ ซึ่งก็เป็นไปด้วยดี และจากการ ลงรายละเอียดนโยบายเพิ่มเติมและการ ทำเวิร์กช็อปเพื่อให้ได้คำตอบจากพื้นที่สู่ระดับกระทรวงฯ และสัมมนาวันนี้จึงมีความสำคัญที่สามารถนำข้อได้ไปประกอบการพิจารณาเรื่อง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ในอนาคต ทั้งนี้ ตั้งใจจะทำให้โคราชเป็น Sandbox ของการปฏิรูปการศึกษาของประเทศต่อไป โดยจะร่วมกับทุกหน่วยงาน ต้องบูรณาการทำงานร่วมกันไม่ใช่ต่างคนต่างทำ เพื่อให้เห็นภาพเดียวกันอย่างเป็นระบบ และส่งต่อคุณภาพการศึกษาให้กับเด็กทุกคน ตนอยากเห็นการประชุมครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของระบบนิเวศที่จะเกิดขึ้นในจังหวัดนครราชสีมา โดยขอย้ำ นโยบายสำคัญในการขับเคลื่อนการศึกษา 5 ด้าน 1. คืนเวลาให้ครู เพื่อคืนอนาคตให้เด็ก 2. รื้อสูตรความเหลื่อมล้ำ ด้านงบประมาณและโอกาส 3. ยกระดับการเรียนรู้ สู่โลกความจริง 4. โรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง 5. สร้างสถาปัตยกรรมใหม่ด้วย พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ… อีกเรื่องที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน คือ ร่าง พ.ร.บ. ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ…. ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของวุฒิสภา หากกฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ จะเป็นการยกเลิกคำสั่ง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีการปรับโครงสร้างองค์ประกอบของ คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.)
ถือเป็นภารกิจที่สำคัญ ที่ต้องดำเนินการให้ประสบความสำเร็จ อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 6 มิถุนายน นี้ จะมีความร่วมมือ ระหว่าง ศธ. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และกระทรวงมหาดไทย(มท.) เป็นการมอบนโยบายในทุกมิติ โดยมิติที่เกี่ยวข้องกับศธ. คือการเดินหน้านโยบาย Thailand Zero Dropout ดึงเด็กหลุดจากระบบการศึกษา กลับเข้าเรียน และประเด็นสุดท้าย คือ โคราช Sandbox ก้าวสู่ Learning and Innovation City ซึ่ง คำว่า Sandbox คือพื้นที่นำร่องในเรื่องต่าง ๆ ระบบครัวกลาง “Cloud Kitchen” ในพื้นที่ ซึ่งตนให้ความสำคัญ ทั้งในโรงเรียนนวัตกรรมทางการศึกษา และโรงเรียนทั่วไป อื่นๆ โคราชจะเป็นต้นแบบ ที่ส่งผลกระทบกับโรงเรียนทั่วประเทศและถ้าเราสามารถบูรณาการข้อมูล ทั้งท้องถิ่นและโรงเรียนในสังกัดทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการดูแลคน จะทำให้โครงการนี้ ประสบผลสำเร็จมากขึ้น
“สิ่งที่ผมพูดหลายๆเรื่องไม่ใช่ความฝัน วันนี้ผมมาจุดประกายมาสร้างความเชื่อมั่นและสร้างความไว้ใจ และมาสร้างโอกาสให้กับทุกคนในพื้นที่โคราช มาศึกษาจุดอ่อนจุดแข็ง และศธ.จะพัฒนาไปทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยยึดประโยชน์ของเด็กเป็นศูนย์กลางและไม่ให้ใครหลุดจากระบบการศึกษาจะร่วมสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ให้กับระบบการศึกษาไทย เพื่อให้เด็กไทยเป็นเด็กที่มีความรู้ความสามารถเป็นพลเมืองของชาติและเป็นพลเมืองของโลกในอนาคต ครูและผู้บริหาร คือหัวใจของความเปลี่ยนแปลง และถ้าสามารถประกาศใช้ พ.ร.บ.การศึกษาฯ ได้ภายในปี 2570 จะเห็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่” นายประเสริฐ กล่าว
ด้านนายอัครนันท์ กล่าวว่า ตลอด 2 เดือนที่มาดูการศึกษาถือว่าได้ทำงานที่มีความท้าทายต่อเนื่อง เพื่อสร้าง ศธ.ยุคใหม่ที่สามารถทะลวงปัญหาต่าง ๆและหนึ่งเรื่องที่ยากทำมากที่สุด คือ การลดภาระครู โดยในวันนี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ประกาศยกเลิกการประเมินและกิจกรรมที่เป็นภาระครูไปได้หลายโครงการ และเร็ว ๆนี้ นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดศธ. จะออกปนะกาศ ยกเลิกโครงการโรงเรียนสีขาวในปี 2570 อย่างเป็นทางการ
“การลดระครู ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ศธ. ภายใต้การนำของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่ตั้งใจจะดำเนินการให้ประสบความสำเร็จ และเชื่อว่าผู้บริหารองค์กรหลักของศธ. ทุกคน จะช่วยกันดำเนินการให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เป็นยุคทองของศธ. และเกิดการปฏิรูปการศึกษาอย่างแท้จริง” นายอัครนันท์ กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี