วันศุกร์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาประหารชีวิตสถานเดียว 2 อุยกูร์ คดีระเบิดแยกราชประสงค์ ปี 2558 ฐานร่วมกันก่อเหตุวางระเบิด และพกอาวุธไปในที่สาธารณะ ไม่พบเหตุบรรเทาโทษ ความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและชดใช้ค่าเสียหายต่อทรัพย์สินต่อหลายหน่วยงานรวมเกือบ 1 ล้านบาท ด้านทนายความเตรียมยื่นอุทธรณ์
เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ที่ห้องพิจารณาคดี 601 ศาลอาญากรุงเทพใต้ ศาลนัดอ่านคำพิพากษาในคดีระเบิดแยกปทุมวันหมายเลขดำ อ 2742/2562 พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายบิลาลโมฮำเหม็ด หรือนายอาเด็ม คาราดัค และนายไมไรลี ยูซูฟู ร่วมกันจำเลยที่1- 2 ในความผิดฐาน ร่วมกันมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนออกใบอนญาตให้ได้โดยฝ่าฝืนกฎหมาย และใช้วัตถุระเบิดที่นายทะเบียนออกใบอนุญาตให้ไม่ได้กระทำความผิด, ฐานฆ่าผู้อื่น, ร่วมกันพาอาวุธไปในเมือง, ร่วมกันพยายามทำให้เกิดระเบิด, ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันทำให้เกิดระเบิดจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย รับอันตรายสาหัสแก่กายและทรัพย์, ร่วมกันฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์, ร่วมกันมีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันมียุทธภัณฑ์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยนายบิลาลถูกฟ้องในข้อหาเป็นคนต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตด้วย
เวลา 12.50 น.ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำพิพากษาประหารชีวิต นายอาเด็ม คาราดัก และ นายไมไรลียูซุฟู จำเลยทั้ง 2 คนสถานเดียว โดยไม่พบเหตุบรรเทาโทษ ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน พร้อมปรับ 1,000บาท ข้อหาพกอาวุธไปในที่สาธารณะและให้ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายกว่า 994,917 บาท
ภายหลังคำตัดสินนายไมไรลียูซุฟูไม่ยอมรับคำตัดสิน ตะโกนภายในห้องพิจารณาคดีไม่เห็นด้วย และขอไว้อาลัยให้กับความยุติธรรม ยืนยันว่าตัวเองไม่ได้กระทำความผิด
สำหรับคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม2558 เวลาประมาณ 18.55น.เกิดเหตุระเบิดที่ศาลท้าวมหาพรหม บริเวณแยกราชประสงค์ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง 20 ราย เจ้าหน้าที่ตรวจพบระเบิดทีเอ็นทีระเบิดแสวงเครื่องที่ใช้ท่อแป๊ปเป็นส่วนประกอบ เช็กวงจรปิดภายหลังพบว่าระเบิดอยู่ในกระเป๋าเป้ถูกนำมาวางไว้ใต้เก้าอี้ในบริเวณศาลท้าวมหาพรหม
ต่อมาเจ้าหน้าที่จับกุมนายอาเด็ม คาราดัค ทำหน้าที่นำกระเป๋าเป้ซุกซ่อนระเบิดแสวงเครื่องไปวางไว้ใต้ที่นั่งในบริเวณศาลท้าวมหาพรหม และนายไมไรลี ยูซุฟู ทำหน้าที่เป็นฝ่ายประกอบระเบิด จัดหาอุปกรณ์และเป็นผู้นำส่งระเบิดแสวงเครื่องให้กับนายอาเด็ม
สำหรับคดีนี้ ถือเป็นคดีที่ใช้ระยะเวลาในการสู้คดีและสืบพยานยาวนานมากที่สุดคดีหนึ่งของไทย โดยใช้เวลารวมเกือบ 11 ปี มีการสืบพยานฝ่ายโจทก์ไปมากกว่า 400 ปาก และพยานฝ่ายจำเลยอีกกว่า 45 ปาก เอกสารในสำนวนคดีหนากว่า 10,000 หน้า ก่อนที่ศาลจะมีคำพิพากษาประหารชีวิตให้จำเลยชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในที่สุด
ภายหลังศาลมีคำพิพากษา นายชูชาติ กันภัย ทนายความของนายอาเด็ม จำเลยที่ 1 และนายจำเริญ พนมภคากร ทนายของนายไมไรลี จำเลยที่ 2 ให้สัมภาษณ์แก่ผู้สื่อข่าวว่าเตรียมยื่นอุทธรณ์คำตัดสินภายใน 1 เดือน เนื่องจากมองว่ามีอีกหลายประเด็นที่ยังไม่ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณา
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี