542.jpg
ตร.ภาค 1 แถลงจับ! ‘2 ชาวอินเดีย’ ลอบขนไอซ์ 200 กก. ซุกเซฟเฮาส์ทวีวัฒนา

ตร.ภาค 1 แถลงจับ! ‘2 ชาวอินเดีย’ ลอบขนไอซ์ 200 กก. ซุกเซฟเฮาส์ทวีวัฒนา

วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.37 น.

เด็ดปีกแก๊งอินเดีย! ตร.ภาค 1 สนธิกำลังบุกทลายเซฟเฮาส์ทวีวัฒนา ยึดไอซ์บริสุทธิ์ 200 กิโลฯ คารถมิราจ ผงะของกลางรถอีก 2 คันพบแอบเดินเรื่องทำ 'ใบผ่านแดน' จ่อขนส่งประเทศที่สาม

วันที่ 24 มิ.ย. 69 ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ผบช.ภ.1) พร้อมด้วย พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง รอง ผบช.ภ.1, นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี, พล.ต.ต.พีรพล โชติกเสถียร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี, พ.ต.อ.ธงรบ แจ้งจิต รอง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี และ พ.ต.อ.หฤษฎ์ คำจุมพล ผกก.สส.ภ.จว.ปทุมธานี ได้นำชุดปฏิบัติการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี (ศอ.ปส.ภ.จว.ปทุมธานี) ร่วมกันเปิดแถลงข่าวผลการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติรายใหญ่


การจับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาชาวต่างชาติได้จำนวน 2 ราย ประกอบด้วย Mr.Ramesh อายุ 45 ปี (สัญชาติอินเดีย) และ Mr.Ajeshkumar อายุ 41 ปี (สัญชาติอินเดีย) พร้อมด้วยของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) บรรจุแยกในถุงซีลปิดผนึก น้ำหนักถุงละประมาณ 1 กิโลกรัม จำนวน 200 ถุง รวมน้ำหนักของกลางทั้งหมด 200 กิโลกรัม นอกจากนี้ยังได้ทำการตรวจยึดรถยนต์ที่ใช้ในการกระทำความผิดและเตรียมเคลื่อนย้ายจำนวน 3 คัน ได้แก่ รถยนต์นั่งส่วนบุคคลยี่ห้อมิตซูบิชิ (มิราจ) สีเทา ทะเบียนชลบุรี, รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า สีดำ ทะเบียนกรุงเทพมหานคร และรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียนชลบุรี โดยสามารถสกัดจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองได้ที่บริเวณบ้านพักแห่งหนึ่ง ภายในซอยบรมราชชนนี 68 แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร

พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 เปิดเผยถึงเบื้องหลังพฤติการณ์คดีว่า การจับกุมขบวนการระดับสากลกลุ่มนี้สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี ได้ทำการแกะรอยขยายผลจากเครือข่ายยาเสพติดรายย่อยที่ถูกจับกุมได้ก่อนหน้านี้ในพื้นที่รับผิดชอบ จนกระทั่งพบเบาะแสสำคัญว่า มีกลุ่มขบวนการลักลอบขนส่งยานรกล็อตใหญ่ มีพฤติกรรมใช้รถยนต์เก๋งยี่ห้อมิตซูบิชิ มิราจ สีเทา เป็นพาหนะหลักในการซุกซ่อนและเคลื่อนย้ายยาเสพติดเพื่อไปส่งต่อให้กับกลุ่มลูกค้า เจ้าหน้าที่จึงได้จัดกำลังลงพื้นที่และสะกดรอยแกะรอยทางกายภาพและกล้องวงจรปิดไล่ล่าตามรถคันดังกล่าวไปอย่างกระชั้นชิด จนกระทั่งรถคันดังกล่าวขับข้ามเขตมาจอดที่หน้าบ้านพักหลังหนึ่ง ภายในซอยบรมราชชนนี 68 เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมที่ดักซุ่มเฝ้าสังเกตการณ์อยู่โดยรอบเห็นรถจอดสนิท ได้พบผู้ต้องหาชายชาวอินเดียทั้ง 2 ราย เดินออกมาจากบ้านและกำลังช่วยกันยกเลื่อนลำเลียงกระสอบปุ๋ยสีขาวจำนวนหลายใบลงจากรถยนต์เก๋งคันดังกล่าวเข้าไปในบ้านอย่างมีพิรุธ เจ้าหน้าที่คาดว่าภายในต้องเป็นสิ่งของผิดกฎหมายอย่างแน่นอน จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าขอทำการตรวจค้นทันที จากการเปิดกระสอบดูต่อหน้าผู้ต้องหา พบภายในบรรจุยาไอซ์น้ำหนักรวมกว่า 200 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่อย่างมิดชิด จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองรายพร้อมยึดของกลางเอาไว้

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งที่น่าตกใจและแสดงให้เห็นว่าขบวนการนี้ทำกันเป็นขบวนการใหญ่ระดับนานาชาติ คือจากการตรวจสอบเอกสารและรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้าอีก 2 คันที่จอดอยู่ภายในบริเวณบ้านพัก เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจพบหลักฐานสำคัญว่า รถยนต์ทั้งสองคันนี้ ได้มีการยื่นเรื่องเอกสารทางราชการและได้รับ "ใบผ่านแดนเพื่อเดินทางไปยังประเทศเพื่อนบ้าน" ไว้ล่วงหน้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการสืบสวนที่ชี้ชัดว่า กลุ่มผู้ต้องหาชาวอินเดียคู่นี้ทำหน้าที่เป็นมดงานระดับสั่งการ คอยนำยาไอซ์มาพักคอยไว้ที่เขตปริมณฑลและกรุงเทพฯ ก่อนจะนำซุกซ่อนไปกับรถยนต์ที่ทำเรื่องผ่านแดนไว้ เพื่อลักลอบจัดส่งต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านและส่งต่อไปสู่ประเทศที่สามอย่างเป็นระบบเอเย่นต์ข้ามชาติ

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งระบุคำให้การและหลักฐานส่งมอบต่อไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เพื่อระดมสรรพกำลังในการสืบสวนขยายผลทางนิติวิทยาศาสตร์ เส้นทางการเงิน และตรวจสอบหนังสือเดินทางเข้าเมือง เพื่อสาวไส้ไปถึงตัวการใหญ่และเครือข่ายร่วมขบวนการที่เหลือทั้งในและต่างประเทศต่อไป

ทั้งนี้ ผบช.ภ.1 ได้ฝากความห่วงใยถึงพี่น้องประชาชน ขอให้ช่วยกันสอดส่องเป็นหูเป็นตาให้กับทางเจ้าหน้าที่รัฐ หากพบเห็นบุคคลต่างชาติแปลกหน้า หรือยานพาหนะที่มีพฤติกรรมต้องสงสัยเข้ามาวนเวียนหรือเช่าบ้านพักในลักษณะปิดเงียบผิดปกติในพื้นที่ สามารถแจ้งเบาะแสตรงมาที่สายด่วนตำรวจภูธรภาค 1 หรือสายด่วน 191 ได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อช่วยกันขจัดภัยยาเสพติดให้หมดไปจากสังคมไทย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top