วันพฤหัสบดี ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
นักท่องเที่ยวผวา! แห่แชร์ภาพถนนขึ้น ‘ภูทับเบิก’ แตกแยกแนวยาวกลางถนน ท่ามกลางสายฝน-หมอกหนาจัด ด้านเพจหน่วยกู้ภัยฯ ประกาศด่วนเตือนลดความเร็ว หวั่นฝนซ้ำทำดินสไลด์ทรุดเพิ่ม วอนหลวงเร่งตรวจโครงสร้าง
วันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ในโลกสังคมออนไลน์กำลังมีกระแสความตื่นตัวและส่งต่อข้อมูลภาพเตือนภัยอย่างกว้างขวาง หลังมีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์และกลุ่มนักท่องเที่ยวได้พากันเผยแพร่ภาพถ่ายและคลิปวิดีโอ สภาพพื้นผิวการจราจรบนทางหลวงเส้นทางขึ้นสู่ภูทับเบิก แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังในพื้นที่อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ปรากฏรอยแตกร้าวเสียหายกระจายอยู่หลายจุด
โดยเฉพาะบางช่วงพบรอยแยกฉีกออกจากกันเป็นแนวยาวพาดผ่านกึ่งกลางช่องจราจรอย่างน่ากลัว ประกอบกับในช่วงเวลานี้ในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ได้รับอิทธิพลจากร่องมรสุม ทำให้มีฝนตกชุกหนาทึบอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ทัศนวิสัยในการขับขี่ลดลง ถนนเปียกลื่น และมีทะเลหมอกหนาจัดปกคลุมเส้นทางขึ้นลงเขาตลอดทั้งวัน ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนมากยิ่งขึ้น
จากกรณีดังกล่าว ทางเพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของ ‘หน่วยช่วยเหลือนักท่องเที่ยวภูทับเบิก’ ได้ออกประกาศแจ้งเตือนภัยเร่งด่วนไปยังพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวผู้ใช้รถใช้ถนนในการสัญจรผ่านเส้นทางดังกล่าว โดยระบุพิกัดชัดเจนว่า จุดที่มีการแตกร้าวของผิวทางนั้น อยู่บริเวณทางขึ้นภูทับเบิก เยื้องบริเวณหน้าร้านกาแฟชื่อดังแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นช่วงทางลาดชันและเป็นโค้งหักศอก
พร้อมทั้งขอความร่วมมือให้ผู้ขับขี่รถทุกชนิดเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ คอยสังเกตสภาพความผิดปกติของพื้นผิวถนนอย่างใกล้ชิด ควรลดระดับความเร็วลงให้อยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย และหลีกเลี่ยงการเหยียบเบรกอย่างกะทันหันโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ฝนตกหนักและเป็นทางโค้งลาดชัน เพื่อป้องกันรถเสียหลักลื่นไถลตกข้างทาง
ขณะเดียวกัน ในภาคส่วนของประชาชนท้องถิ่นรวมถึงผู้ประกอบการบนภูทับเบิก ต่างพากันแสดงความวิตกกังวลต่อพฤติการณ์รอบแวดล้อมดังกล่าว เนื่องจากเกรงว่าปริมาณน้ำฝนสะสมที่ตกลงมาซึมลงสู่ชั้นดินอย่างต่อเนื่อง อาจเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาทำให้รอยแตกร้าวบนผิวถนนเกิดการขยายตัวกว้างขึ้น หรืออาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของลาดดิน จนนำไปสู่เหตุการณ์ดินสไลด์หรือถนนทรุดตัวพังทลายเพิ่มเติมในอนาคต
จึงได้มีการเรียกร้องวิงวอนให้หน่วยงานราชการที่รับผิดชอบโดยตรง อาทิ กรมทางหลวง หรือแขวงทางหลวงในพื้นที่ จัดส่งทีมวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่เข้าตรวจสอบโครงสร้างชั้นทางอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งขอให้มีการนำป้ายสะท้อนแสงเตือนภัย หรือแบริเออร์มาทำการกั้นพื้นที่บริเวณจุดเสี่ยงเพื่อความปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังคงไม่มีข้อมูลรายงานยืนยันอย่างเป็นทางการจากส่วนราชการว่าเกิดการทรุดตัวขั้นรุนแรง หรือมีความจำเป็นต้องประกาศปิดการจราจรเต็มรูปแบบแต่อดอย่างใด เส้นทางดังกล่าวยังคงเปิดให้สัญจรได้ตามปกติภายใต้มาตรการความระมัดระวังขั้นสูงสุด
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี