533.jpg
ERASMUS+ อนุมัติทุน หนุนโครงการ 'BRIDGE - BrighT' แก้เหลื่อมล้ำระหว่างเมืองและชนบท

ERASMUS+ อนุมัติทุน หนุนโครงการ 'BRIDGE - BrighT' แก้เหลื่อมล้ำระหว่างเมืองและชนบท

วันศุกร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 17.38 น.
Tag :

ERASMUS+ อนุมัติทุนกว่า 60 ล้านบาท ให้มหาวิทยาลัยไทยทำ 2 โครงการใหญ่ “BRIDGE” พัฒนานักวิทยาศาสตร์ที่มีภาวะผู้นำและทักษะธุรกิจ ขับเคลื่อนนวัตกรรมแห่งอนาคต และ “BrighT” เสริมศักยภาพ BCG ของมหาวิทยาลัย แก้ความเหลื่อมล้ำระหว่างเมืองและชนบท


31 กรกฎาคม 2569 ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ มีข่าวดีสำหรับสถาบันอุดมศึกษาไทย เมื่อ Erasmus+ Programme (ERASMUS+) ได้อนุมัติทุนสนับสนุน 2 โครงการความร่วมมือด้านการอุดมศึกษาของประเทศไทย ร่วมกับเครือข่ายมหาวิทยาลัยและองค์กรพันธมิตรจากยุโรป รวมมูลค่ากว่า 1,577,859.64 ยูโร หรือกว่า 60 ล้านบาท เพื่อร่วมปฏิรูประบบอุดมศึกษาไทย พัฒนาหลักสูตรแห่งอนาคต และยกระดับศักยภาพกำลังคนให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยโครงการแรก ได้แก่ Transformative Leadership in Science, Engineering, and Management: Bridging Disciplines to Build Thailand’s Next-Gen Innovators (BRIDGE) ได้รับทุนสนับสนุนจำนวน 694,302.81 ยูโร หรือประมาณ 26.7 ล้านบาท ซึ่งมีมหาวิทยาลัยบูรพาเป็นหัวหน้าโครงการฝั่งประเทศไทย ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และกระทรวง อว. พร้อมเครือข่ายมหาวิทยาลัยชั้นนำจากฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ โปรตุเกส และเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาหลักสูตรตามแนวทาง Tuning ของยุโรป

ปลัดกระทรวง อว.กล่าวต่อว่า โครงการ BRIDGE จะมุ่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงการอุดมศึกษาของไทยผ่านการจัดการศึกษาหลักสูตรสหวิทยาการที่เชื่อมโยงวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และการจัดการ ส่งเสริมการเปลี่ยนจากการฝึกอบรมด้านเทคนิคแบบดั้งเดิมไปสู่ “นักวิทยาศาสตร์ผู้ตัดสินใจ” ที่ผสมผสานความเชี่ยวชาญทางวิทยาศาสตร์เข้ากับความเป็นผู้นำและทักษะทางธุรกิจเพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมในภาคส่วนต่างๆ เช่น การผลิต โลจิสติกส์ พลังงาน และเทคโนโลยีดิจิทัล โดยใช้กลไก Higher Education Sandbox ของประเทศไทย ซึ่งเป็นเครื่องมือที่สร้างขึ้นโดยกระทรวง อว. โดยมีระยะเวลาดำเนินโครงการ 3 ปี

ศ.ดร.ศุภชัย กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ERASMUS+ ยังอนุมัติทุนสนับสนุน จำนวน 883,556.83 ยูโรหรือประมาณ 34 ล้านบาท ให้แก่โครงการ Bio-Circular-Green Higher Education Acceleration for Thailand (BrighT) โดยมีมหาวิทยาลัยมหิดลเป็นหัวหน้าโครงการฝั่งประเทศไทย ร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย กระทรวง อว. สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) และเครือข่ายมหาวิทยาลัยยั่งยืนแห่งประเทศไทย โดยมีพันธมิตรจากประเทศกรีซ อิตาลี และภาคเอกชนด้านนวัตกรรมของยุโรปร่วมดำเนินงาน

โดยโครงการ BrighT จะมุ่งแก้ไขความไม่สอดคล้องกันอย่างเป็นระบบระหว่างแผนปฏิบัติการ Bio-Circular-Green Economy (BCG) ของประเทศไทย ปี 2021-2027 กับศักยภาพของสถาบันอุดมศึกษา โครงการนี้มีเป้าหมายยกระดับระบบอุดมศึกษาไทยเพื่อรองรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ BCG ผ่านการพัฒนากรอบสมรรถนะด้าน BCG การสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ภาครัฐ และภาคอุตสาหกรรม การจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศระดับภูมิภาค 5 แห่ง เพื่อแก้ไขความเหลื่อมล้ำระหว่างเมืองและชนบท รวมถึงพัฒนากลไกเชิงนโยบายที่เชื่อมโยงกับมาตรฐานของสหภาพยุโรป เพื่อยกระดับคุณภาพบัณฑิตและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ มีระยะวลาดำเนินโครงการ 4 ปี

“ความสำเร็จในการได้รับทุน Erasmus+ ทั้งสองโครงการ สะท้อนถึงศักยภาพของมหาวิทยาลัยไทยและความเชื่อมั่นจากเครือข่ายมหาวิทยาลัยชั้นนำของยุโรปที่พร้อมร่วมพัฒนาระบบอุดมศึกษาของประเทศไทย โดยกระทรวง อว. ในฐานะหน่วยงานร่วมดำเนินโครงการ จะผลักดันให้ผลลัพธ์จากโครงการเกิดการขยายผลสู่การพัฒนานโยบาย การออกแบบหลักสูตร และการผลิตกำลังคนที่ตอบสนองต่อความต้องการของประเทศในระยะยาว“ ปลัดกระทรวง อว. กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top