533.jpg
​‘บิ๊กต่าย’ขุดย้อนหลัง อดีตตร.ลูกพี่ไอ้ป๋อง

​‘บิ๊กต่าย’ขุดย้อนหลัง อดีตตร.ลูกพี่ไอ้ป๋อง

วันพุธ ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

บิ๊กต่าย’ขุดย้อนหลัง

อดีตตร.ลูกพี่ไอ้ป๋อง

ครอบครัวสุดเศร้า รับร่าง 3 ศพ พ่อแม่ลูก ถูกไอ้ป๋อง สังหารโหดฝังดิน ด้าน กมธ.กฎหมายฯ สภาฯ จ่อยกเคสไอ้ป๋อง ถกเข้มหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่วน ผบ.ตร.สั่งสอบข้อเท็จจริง หลังจากพยานแฉ ไอ้ป๋อง เป็นนิ้วให้ตำรวจ ยันเอาผิดอาญาได้ แม้ว่าพบเป็นตำรวจที่เกษียณแล้ว เผยการใช้สายลับเป็นเรื่องการทำงาน

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ นายกฤษดา หลานของครอบครัวพ่อแม่ลูก ผู้เสียชีวิต 3 ราย ที่ถูกฆ่าแล้วนำศพไปฝังดินในพื้นที่ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เข้าติดต่อขอรับร่างทั้ง 3 เพื่อนำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดเขาบุญมีดาราราม (วัดทุ่งคา) จ.ชลบุรี


นายกฤษดา กล่าวว่า นางฉันทนา ผู้เสียชีวิต มีศักดิ์เป็นน้าสาว ซึ่งตนได้รับมอบหมายจากทางครอบครัวให้เดินทางมารับศพเพื่อไปตั้งสวดพระอภิธรรมที่วัดทุ่งคา โดยกำหนดสวดอภิธรรมเป็นเวลา 3-4 คืน และจะมีพิธีฌาปนกิจในวันที่ 8 สิงหาคมนี้ ซึ่งจนถึงขณะนี้ครอบครัวยังไม่สามารถทำใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้มันเกินกว่าที่จะอภัยให้กลุ่มผู้ก่อเหตุได้เพราะพฤติกรรมโหดเหี้ยมเกินมนุษย์ โดยเฉพาะนายป๋องที่เพิ่งพ้นโทษออกมาได้เพียง 2 เดือน กลับมาก่อเหตุฆ่าถึง 5 ศพ สมควรต้องได้รับโทษประหารชีวิต

ผู้สื่อข่าวถามว่าคนในพื้นที่รู้จักนายป๋องหรือไม่ นายกฤษดา กล่าวว่า ตนรู้จักผู้ต้องหาเนื่องจากเป็นคนในพื้นที่แถวบ้าน แม้ว่าไม่ได้สนิทสนมกัน แต่ก็พอทราบพฤติกรรมในอดีตว่าเป็นคนเกเร ชอบพกปืนขู่ผู้คนในหมู่บ้านแต่ก็ไม่ทราบว่าพฤติกรรมดังกล่าวมีตำรวจให้ท้ายหรือเป็นเด็กตำรวจหรือไม่ ส่วนการที่ผู้ต้องหาเคยใส่ชุดคลุมหรือเสื้อกั๊กคล้ายตำรวจนั้น คนในพื้นที่ต่างรู้ดีว่าไม่ได้เป็นตำรวจจริง

นายกฤษดา กล่าวต่อว่า วันฝากขังตนมีโอกาสได้เผชิญหน้ากับนายป๋อง ผู้ต้องหาด้วย จึงได้มองหน้าและพูดใส่ผู้ต้องหาว่า “โดนประหารแน่” ซึ่งผู้ต้องหาเมื่อจำตนได้ก็ได้ก้มหน้าและยกมือขอโทษ

นายกฤษดา กล่าวถึงการทำงานของตำรวจท้องที่ สภ.ห้วยใหญ่ ช่วงแรกที่ไปแจ้งความคนหายตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา แต่ตำรวจกลับไม่ใส่ใจ ละเลย ไม่รีบลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านพักหรือเบาะแสอย่างจริงจัง กระทั่งเกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ขึ้น ว่าก็ยอมรับว่าไม่ติดใจอะไรแล้ว ทางครอบครัวได้พูดคุยกับตำรวจแล้ว ซึ่งวันเดียวกันนี้ตั้งใจมารับทั้ง 3 ก็จะบอกว่า กลับบ้านเรานะ

ที่รัฐสภา วันเดียวกัน นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาศึกษาความยุติธรรม คุณภาพชีวิต การเข้าถึงคุณภาพการรักษาพยาบาลของผู้ต้องขังในเรือนจำ และการกลับคืนสู่สังคมสำหรับผู้เคยก้าวพลาด ในกมธ.การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร แถลงถึงการประชุมคณะอนุฯว่าได้เชิญกระทรวงสาธารณสุข กรมสุขภาพจิต สำนักงานหลักประกันแห่งชาติ (สปสช.) กรมราชทัณฑ์ และแพทยสภา มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเข้าถึงการรักษาของผู้ต้องขัง ซึ่งที่ประชุมได้ทราบถึงข้อจำกัดทั้งบุคลากรและงบประมาณ เนื่องจากประเทศไทยประสบปัญหาผู้ต้องขังล้นคุก ซึ่งนำไปสู่ปัญหาอื่นอีกมากมาย ทั้งการจัดสรรบุคลากรทางการแพทย์ งบประมาณเพื่อดูแลผู้ต้องขังตามหลักสิทธิมนุษยชน ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ภายใต้ทรัพยากรที่จำกัด

นางรัดเกล้า กล่าวอีกว่า ที่ประชุมให้ความสนใจกับคดีของนายป๋อง ฆ่า 3 พ่อแม่ลูก และ 2 พี่น้องชาวรัสเซีย ซึ่งคณะอนุฯ ที่ดูแลเรื่องทัณฑสถานโดยตรง ไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้หารือกันว่าในสัปดาห์หน้า ในที่ประชุมจะหยิบยกกรณีของนายป๋องมาหารือ ไม่ว่าจะเป็นคำถามเกี่ยวกับมาตรการที่เข้มงวดกับอาชญากรรมที่มีความร้ายแรง มีการเรียกร้องเรื่องโทษประหารชีวิต ซึ่งเป็นบทลงโทษสูงสุดทางกฎหมาย

“ที่ประชุมได้พูดคุยถึงข้อจำกัด ทั้งข้อกฎหมาย และการบังคับใช้ รวมถึงเครือข่ายอาชญากรรม ที่เชื่อมโยงกับผู้มีอำนาจ อาจจะเป็นผู้ที่อยู่ในหน่วยงานราชการให้ความช่วยเหลือในการก่ออาชญากรรมหรือไม่ รวมถึงความรุนแรงในครอบครัว ที่สุดท้ายแล้วจะนำมาสู่การสร้างปีศาจในคราบของมนุษย์ แต่สังคมไทยให้ความสำคัญกับแก้ปัญหานี้แผ่วเบามาก จึงต้องหารือเรื่องนี้อย่างเข้มข้น” นางรัดเกล้า กล่าว

ด้าน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ผบ.ตร.กล่าวว่า คดีนี้ทางตำรวจทำงานอย่างเต็มที่ มีการขยายผลทางคดี แต่เราต้องเดินตามบทบาทหน้าที่ ส่วนข้อมูลที่มีเพิ่มเติมตนได้สอบถามทุกวัน ซึ่งขณะนี้ผู้ต้องหาอยู่ในอำนาจศาลที่ฝากขังไว้ ยังไม่ได้ให้ความกระจ่างในเรื่องของคดีเพิ่มเป็นแค่เพียงว่ามีอีกหรือไม่ และก่อนหน้านี้มีบุคคลหายหรือไม่ ได้สั่งการไปยัง รอง ผบ.ตร. , ผบช.ภ.2 และผบก.ภ.จว.ชลบุรีว่าหากมีข้อมูลอะไรที่เป็นประโยชน์ เรายินดีรับข้อมูลทั้งหมด เพื่อนำไปขยายผลด้านการสืบสวนว่ามีมากกว่านี้หรือไม่ เบื้องต้นเป็นไปตามที่เราได้ค้นพบทั้ง 5 ศพ และอยู่ระหว่างการสอบสวนให้เกิดความรัดกุม รอบคอบ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ให้การเป็นประโยชน์มากน้อยแค่ไหน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า เบื้องต้นให้การรับสารภาพจนนำมาสู่การพบอีก 3 ศพ ขณะที่วิธีการ มูลเหตุต่างๆ อยู่ในสำนวนการสอบสวน ถือว่าเป็นประโยชน์ในระดับหนึ่งที่ทำให้ตำรวจขยายผลการสืบสวนได้

เมื่อถามว่ามีพยานออกมาเปิดเผยว่านายป๋องเคยเป็นนิ้วของตำรวจ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ได้สั่งการให้ ผกก.สน.ทองหล่อ อำนวยความสะดวกในการรับคำร้องทุกข์ผู้ที่ให้ข้อมูลและถูกกระทำด้วย ซึ่งเหตุเกิดที่ไหนเราค่อยส่งคดีไป แต่การดำเนินการขณะนี้เพื่อให้เกิดความรวดเร็ว ส่วนข้อมูลที่ทางตำรวจได้นั้น พยานยืนยันว่าระบุตัวบุคคลได้ จึงอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่า เป็นใครเบื้องต้นได้คุยกับตำรวจภูธร จ.ชลบุรี ให้ตรวจสอบที่ สภ.ห้วยใหญ่ ทราบว่าย้อนหลังจากคำให้การประมาณ 10 ปี คือช่วงปี 2556–2559 ก็อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าบุคคลนั้นคือใคร ตอนนี้เราได้ข้อมูลจากพยานว่ามีตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องโดยระบุว่าเป็นนิ้ว ขอยืนยันว่าถ้ารู้ตัวและมีข้อมูลในการไปใช้จ้างวานกลุ่มบุคคลพวกนี้ ตนยืนยันในความตรงไปตรงมาว่าเราจะดำเนินการขั้นเด็ดขาด

ผบ.ตร.กล่าวอีกว่า ถ้าถอยหลังกลับไป ตำรวจที่ถูกสันนิษฐานต่างๆ นานา น่จะอยู่ในกลุ่มที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว แต่การจะชี้ชัดว่าเป็นใคร อยู่ระหว่างให้ทางตำรวจภูธร จ.ชลบุรี ตรวจสอบ ส่วนการดำเนินการต่อไปหากรู้ตัว ก็มีขั้นตอนตามกระบวนการ เพื่อให้เกิดความกระจ่าง ยืนยันว่าไม่เข้าข้างใคร ผู้ที่ให้ข้อมูลเราก็รับฟังและตรวจสอบ เมื่อตรวจสอบแล้วมีความชัดเจนก็ต้องว่าไปตามหลักฐาน ถ้าพบว่าผิด ก็ต้องดำเนินการ แต่ พ.ร.บ.ตำรวจ พ.ศ.2565 กำหนดเรื่องระยะเวลาการพิจารณาทางวินัย แต่ทางอาญา ไม่ขาดอายุความอยู่แล้ว ก็ต้องพิจารณาตรงนั้นอีกครั้ง

ต่อข้อถามว่าหากพบว่ามีตำรวจที่ไม่ว่าอยู่ในราชการหรือเกษียณอายุราชการแล้วเกี่ยวข้อง จะมีมาตรการอย่างไรบ้าง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า อยากเรียนด้วยความตรงไปตรงมาว่าจริงๆ เป็นเรื่องการทำงานที่เราไม่อยากพูด เพราะความสำเร็จในเนื้องานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคดีอาชญากรรม คดีความมั่นคง ซึ่งตนไม่ได้หมายถึงคดีนี้ แต่พูดถึงหลักการปฏิบัติของตำรวจสากลทั่วประเทศ ย่อมใช้คนที่เป็นสายลับ ย้ำว่า ตนไม่ได้พูดถึงเคสนายป๋อง แต่พูดถึงหลักปฏิบัติทั่วไป เพื่อให้นำมาซึ่งการได้ข้อมูลและวิธีการที่ทางตำรวจจะมาวางแผนในการปฏิบัติให้สำเร็จ

ผบ.ตร.กล่าวต่อว่า ดังนั้นถามว่าจะมีมาตรการอย่างไร ตนก็คุยประเด็นนี้อยู่ในการพิจารณาบุคคลที่จะใช้เป็นสาย ซึ่งต้องพิจารณาถึงคุณสมบัติของแต่ละบุคคลเพื่อนำไปสู่ความสำเร็จที่หมายถึงการทำให้อาชญากรรมลดลง รวมถึงความสำเร็จในการปราบปรามและมิติเกี่ยวกับการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุ เราคงต้องพิจารณาถึงตัวบุคคล ซึ่งในระดับผู้บริหารของสำนักตำรวจแห่งชาติได้พูดคุยกันระดับหนึ่งแล้ว เพื่อจะพิจารณาว่าจะต้องเพิ่มมาตรการในเรื่องนี้อย่างไร พร้อมยืนยันว่าเรื่องนี้มีความจำเป็น แต่ไม่ได้หมายความว่าจำเป็นต้องไปใช้นายป๋อง เพราะตนก็ไม่รู้ว่านายป๋องเป็นนิ้วให้ใครหรือไม่ อย่างไร เป็นข้อมูลที่เราได้รับฟังมา เรายินดีรับฟังทั้งหมด และน้อมรับข้อมูลทั้งหมดที่หลั่งไหลมา

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า อยากจะพูดในฐานะที่เป็นตำรวจว่าเรายินดีรับฟัง แต่อยากให้วิเคราะห์ ไตร่ตรองข้อมูลต่างๆ ก่อน อะไรเป็นสิ่งที่ตำรวจควรปรับปรุงแก้ไขเราก็ยินดี ซึ่งผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมรับข้อมูลเพื่อนำไปสู่มิติของความสงบเรียบร้อยอยู่แล้ว เชื่อว่าเรื่องนี้เรามีความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อนำไปสู่ความสำเร็จ ขอย้ำว่าการที่ตนพูดไม่ได้หมายความว่าจะปกป้องตำรวจที่ไปใช้นายป๋อง จริงเท็จแค่ไหนตนไม่รู้ แต่ว่าพูดถึงภาพรวมทั่วไปในการทำงาน

เมื่อถามย้ำว่ามีความเป็นไปได้ใช่หรือไม่ ที่นายป๋องจะเป็นสายของตำรวจ ผบ.ตร.กล่าวว่า ก็ได้หรือไม่ได้ทั้งหมดอยู่ที่การตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งได้สั่งการไปเรียบร้อยแล้ว ถ้าออกมาในรูปแบบไหนก็ต้องดูเรื่องอาญาและวินัย ถ้ามองในช่วงเวลานั้นจนถึงเวลานี้ กลุ่มคนที่พยานพูดอาจจะเกษียณแล้วด้วย ก็ต้องไปดู

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top