บทบรรณาธิการ : 14 ตุลาคม 2569

ภาษีบาปต้องโปร่งใส
เมื่อพรรคภูมิใจไทยเปิดศึกเสนอแก้ไขกฎหมายเพื่อดึงเงินจาก “ภาษีบาป” หรือ Earmarked Tax เข้าสู่ระบบงบประมาณกลาง ทำการจัดสรรใหม่เพื่อตรวจสอบได้ตามกลไกของรัฐสภา ทำให้เกิดการถกเถียงในสังคมไทยอย่างไม่หยุดหย่อนในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เพราะการแก้กฎหมายนี้จะเป็นการปรับแหล่งที่มาของเงินทุนสำหรับหน่วยงานอย่างสื่อสาธารณะ ThaiPBS และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. จากระบบปัจจุบันที่ได้รับการจัดสรรโดยตรงจากภาษีบาปที่เก็บได้ ไปสู่การยื่นโครงการขออนุมัติเงินจากงบประมาณแผ่นดิน เช่นเดียวกับหน่วยงานอื่น ประเด็นหลักที่สะท้อนความกังวลของสังคมคือ “ความเป็นอิสระ” ของทั้งสองหน่วยงาน เพราะเกรงว่าเมื่อต้องยื่นของบประมาณรายปี พวกเขาจะถูกตั้งคำถาม อาจถูกตัดงบ หรือถูกแทรกแซงทางการเมืองจนภารกิจเพื่อสาธารณะต้องเปลี่ยนไป ทว่า คำถามที่ควรตั้งกลับไปพร้อมกันคือ ทุกวันนี้เงินจากภาษีบาปซึ่งเป็นเงินของประชาชนถูกใช้ไปอย่างโปร่งใส มีประสิทธิภาพ และคุ้มค่ากับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงหรือไม่
ระบบ Earmarked tax สร้างเม็ดเงินมหาศาลจากสุราและยาสูบ ถูกออกแบบมาด้วยเจตนาดีในอดีตเพื่อภารกิจเฉพาะ เช่น การส่งเสริมสุขภาพ หรือการพัฒนาสื่อสาธารณะ และได้กลายเป็นทุนประกันความต่อเนื่องของการทำงานและความเป็นอิสระจากการเมืองในระยะสั้นแก่หน่วยงานที่ได้รับเงิน แต่เมื่อเวลาผ่านไปเกือบสองทศวรรษ กลไกดังกล่าวได้ทำให้เงินสาธารณะจำนวนมากไหลเวียนนอกสายตาการพิจารณาของรัฐสภาและประชาชนที่เป็นเจ้าของเงิน พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.2561 วางหลักการไว้ชัดเจนว่า เงินสาธารณะควรเข้าสู่ระบบงบประมาณเพื่อให้เกิดภาพรวมที่ครบถ้วนและตรวจสอบได้ การคงไว้ซึ่งแหล่งเงินทุนอัตโนมัติโดยไม่ต้องพิสูจน์ความจำเป็นและผลสัมฤทธิ์ทุกปีจึงสวนทางกับหลักการนี้ และอาจนำไปสู่การสะสมอำนาจและทรัพยากรของหน่วยงานที่เสี่ยงต่อการนำเงินไปใช้อย่างไม่ตรงวัตถุประสงค์
ข้อกังวลเรื่องความเป็นอิสระนั้นเข้าใจได้ แต่ความเป็นอิสระที่แท้จริงไม่ได้หมายถึงการใช้เงินภาษีของประชาชนแบบ “เงินพิเศษ” ที่ไม่มีข้อผูกมัดโดยไม่ต้องรับผิดชอบต่อข้อสงสัยที่เกิดขึ้น การถูกตั้งคำถามไม่ใช่การโจมตีองค์กร แต่เป็นสิทธิอันชอบธรรมของเจ้าของเงินภาษีที่ควรได้รับทราบเกี่ยวกับรายจ่ายที่สูงกว่ารายได้ต่อเนื่องหลายปี เรื่องการจัดซื้อจัดจ้างของ ThaiPBS หรือสำหรับ สสส. ที่ได้รับเงินสะสมจำนวนมหาศาลตลอดระยะเวลาดำเนินงาน แต่มีการสร้างคอนเทนต์ที่สังคมตั้งข้อสงสัย ไม่รอบคอบ และไม่สามารถลดอัตราการบริโภคสุราและยาสูบในไทยลงได้ รวมถึงการใช้เงินไปลงทุนในสินทรัพย์เพื่อสร้างผลตอบแทนก็สมควรได้รับการชี้แจงอย่างเปิดเผย
การนำหน่วยงานเหล่านี้เข้าสู่ระบบงบประมาณแผ่นดินไม่ได้หมายความว่าภารกิจเพื่อสังคมที่ดีจะหายไป และโครงสร้างการบริหารที่เป็นอิสระจะไม่ถูกทำลายหากมีการออกแบบกลไกป้องกันการแทรกแซงที่รัดกุมเพียงพอ การเปลี่ยนแหล่งเงินทุนเพียงอย่างเดียวไม่ทำให้หน่วยงานทั้งสองต้องรับคำสั่งตรงจากรัฐบาล
ในทางกลับกัน การที่หน่วยงานอื่นซึ่งทำภารกิจสาธารณะไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาล โรงเรียน หรือหน่วยงานป้องกันภัยพิบัติ ต้องแข่งขันของบประมาณและตอบคำถามในสภาทุกปี ย่อมทำให้เกิดคำถามถึงความเท่าเทียม หากเงินจากภาษีสุราและยาสูบเป็นเงินสาธารณะจริงก็ควรได้รับการจัดสรรตามลำดับความสำคัญของประเทศผ่านกระบวนการประชาธิปไตย ไม่ใช่ถูกล็อกไว้ล่วงหน้าเพื่อหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งโดยเฉพาะ การตรวจสอบผ่านระบบงบประมาณจึงไม่ใช่ศัตรูของความเป็นอิสระ แต่เป็นเงื่อนไขที่ทำให้การใช้เงินภาษีมีความชอบธรรมในสายตาประชาชน หากหน่วยงานเหล่านี้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและสร้างผลลัพธ์ที่ชัดเจนจริง การเข้าสู่ระบบงบประมาณจะไม่ใช่อุปสรรค แต่จะยิ่งเสริมสร้างความน่าเชื่อถือและความยั่งยืนในระยะยาว
การปฏิรูประบบการเงินการคลังครั้งนี้ไม่ใช่การทำลายองค์กรสาธารณะ แต่เป็นการทบทวนว่าหลังการจัดเก็บ Earmarked Tax เพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะมานานพอสมควร กลไกที่เคยเหมาะสมในอดีตยังคงสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่สังคมหรือไม่ ความเป็นอิสระที่ปราศจากการตรวจสอบอาจกลายเป็นเกราะป้องกันความไม่มีประสิทธิภาพได้โดยไม่ตั้งใจ ในขณะที่การตรวจสอบที่โปร่งใสและเท่าเทียมจะเป็นหลักประกันว่าเงินภาษีทุกบาทถูกใช้ไปเพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างแท้จริง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง


