ดับฝันทักษิณ วัส ติงสมิตร กาง พ.ร.บ. สันติสุข ติดล็อกมาตรา 3 ไม่คุ้มครองคดีทุจริต-ยึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้าน

15 ตุลาคม 2569 วัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า กาง พ.ร.บ. สันติสุขฯ 2569: ไขข้อสงสัย "ทักษิณ" ขอนิรโทษฯ-ล้างมลทินยึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้านได้หรือไม่?
เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความส่วนตัวของนายทักษิณ ชินวัตร เปิดเผยถึงเหตุผลการยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ขอสิทธินิรโทษกรรมให้นายทักษิณ ชินวัตร เฉพาะคดีที่ตัดสินแล้ว โดยชี้ว่านายทักษิณเป็นเหยื่อ "ต้นไม้พิษ" จากการรัฐประหาร พร้อมจวกฝ่ายค้านว่าเป็นพวกได้ประโยชน์จากกฎหมายเดียวกันแต่กลับกีดกันผู้อื่น ทั้งนี้ยืนยันว่าเป็นการใช้สิทธิเพื่อใช้ชีวิตปกติในวัยชรา และขอให้คณะกรรมการฯ ยึดเจตนารมณ์สร้างสันติสุขโดยไม่ตัดสิทธิเพียงเพราะคำว่า "ทุจริต"
ได้กลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอีกครั้ง! จากคำร้องที่นายทักษิณ ชินวัตร ได้ยื่นเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ขอให้ คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข มีคำวินิจฉัยว่าตนได้รับนิรโทษกรรม และพ้นจากความรับผิดทั้งปวง
คำร้องดังกล่าว มีเป้าหมายสำคัญคือการขอให้คณะกรรมการฯ พิจารณา "ล้างมลทิน" จากคดีอาญา 3 คดี ประกอบด้วย:
1.คดีเงินกู้ EXIM Bank (คดี อม. 4/2551)
2.คดีแก้ไขสัมปทานโทรคมนาคมแก่ชินคอร์ป (คดี อม. 5/2551)
3.คดีหวยบนดิน (คดี อม. 10/2552)
นอกจากนี้ ยังรวมถึงการขอให้พ้นจากความรับผิดตามคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีที่ศาลสั่งให้ เงินจากการขายหุ้นและเงินปันผลของบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) รวมจำนวน 46,373,687,554.70 บาท พร้อมดอกผล ตกเป็นของแผ่นดิน (คดี อม. 1/2553) อีกด้วย
เจาะลึกฐานทางกฎหมาย: นิรโทษกรรม vs การล้างมลทิน
ในทางกฎหมาย พระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 มีบทบัญญัติกำหนดให้การกระทำที่เข้าเงื่อนไข "ไม่เป็นความผิด"
และให้ถือว่าผู้ได้รับสิทธิไม่เคยเป็นผู้กระทำความผิด รวมถึงสั่งให้ลบประวัติอาชญากรรม
แม้จะมีผลลัพธ์บางประการคล้ายคลึงกับการล้างมลทิน แต่ในทางหลักการแล้ว ฐานทางกฎหมายโดยตรงคือการนิรโทษกรรมตาม พ.ร.บ. เฉพาะฉบับนี้ ไม่ใช่การล้างมลทินตามกฎหมายว่าด้วยการล้างมลทินโดยตรงแต่อย่างใด
สำรวจเงื่อนไขตาม พ.ร.บ. สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569
หากพิจารณาจากตัวบทกฎหมาย พ.ร.บ. สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 มีขอบเขตและเงื่อนไขที่ชัดเจน ดังนี้:
1.การกระทำและระยะเวลาที่ได้รับประโยชน์ (มาตรา 7)
ต้องเป็นการกระทำของบุคคลที่ เข้าร่วมการชุมนุมทางการเมือง หรือ แสดงออกทางการเมือง
• มีมูลเหตุมาจากความขัดแย้งหรือแรงจูงใจทางการเมือง
• เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2548 ถึงวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2568
• เป็นความผิดตามที่ระบุไว้ในบัญชีท้ายพระราชบัญญัติ หรือฐานความผิดที่เกี่ยวพันกัน
2.ประโยชน์ที่จะได้รับ
• ให้การกระนั้นไม่เป็นความผิด และผู้กระทำพ้นจากการเป็นผู้กระทำความผิด (ถือว่าไม่เคยกระทำความผิด)
• พ้นจากความรับผิดทางอาญาและทางพินัย (เท่าที่ไม่ขัดกับพันธกรณีตามกฎหมายระหว่างประเทศ)
3.ข้อยกเว้น! การกระทำความผิดที่ไม่ได้รับสิทธินิรโทษกรรม
กฎหมายได้วางข้อยกเว้นอย่างเด็ดขาดไว้ 4 ประการ ได้แก่:
1) ฐานทุจริตหรือประพฤติมิชอบ
2) ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
3) การกระทำที่ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย หรือเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส
4) ความผิดต่อส่วนตัว หรือการกระทำที่ต้องรับผิดต่อบุคคลใดเป็นการเฉพาะราย/เฉพาะกลุ่ม (ที่ไม่ใช่หน่วยงานของรัฐ)
นิยามความหมาย: "ทุจริตต่อหน้าที่" และ "ประพฤติมิชอบ"
เมื่ออ้างอิงตาม มาตรา 3 ของ พ.ร.บ. จัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 และมาตรา 4 ของ พ.ร.ป. ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 256กฎหมายได้ให้ความหมายไว้อย่างครอบคลุม:
• "ทุจริตต่อหน้าที่" : หมายถึง การที่เจ้าหน้าที่ ทำ หรือ ไม่ทำ ตามหน้าที่ หรือ ใช้อำนาจในตำแหน่ง (รวมถึงการ แอบอ้างว่ามีตำแหน่ง) โดยมีเจตนาเพื่อ แสวงหาผลประโยชน์มิชอบ ให้ตนเองหรือผู้อื่น หรือกระทำการอันเป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ
• "ประพฤติมิชอบ" : หมายถึง การกระทำที่ไม่ใช่ทุจริตต่อหน้าที่ แต่เป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยอาศัยตำแหน่งอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง หรือมติ คณะรัฐมนตรี ที่มุ่งหมายจะควบคุมดูแลการรับ การเก็บรักษา หรือการใช้เงินหรือทรัพย์สินของแผ่นดิน
ย้อนดูข้อเท็จจริงจากคำพิพากษาศาลฎีกาฯ
คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้ระบุฐานความผิดของนายทักษิณ ชินวัตร ไว้อย่างชัดเจนในทั้ง 4 คดี:
1)คดีเงินกู้ EXIM Bank (อม. 4/2551): ความผิดต่อหน้าที่ราชการ
2) คดีหวยบนดิน (อม. 10/2552): ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ และความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ
3) คดีแก้ไขสัมปทานชินคอร์ป (อม. 5/2551): ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ และความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ
4) คดี ยึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้าน (อม. 1/2553): ศาลมีคำสั่งให้เงินจากการขายหุ้นและเงินปันผล จำนวน 46,373,687,554.70 บาท พร้อมดอกผล ตกเป็นของแผ่นดิน (เพราะเป็นทรัพย์สินที่เกิดการกระทำที่เป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม ถือเป็นทรัพย์สินที่ได้มาโดยไม่สมควรสืบเนื่องมาจากการปฏิบัติตามหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่)
สรุปบทวิเคราะห์ทางกฎหมาย: ทำไมคำร้องนี้จึงไม่ผ่านเงื่อนไข?
เมื่อนำข้อเท็จจริงมาเปรียบเทียบกับหลักกฎหมาย สามารถสรุปเหตุผลได้เป็น 2 ประเด็นหลักดังนี้:
1)เป็นความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่: คดีทั้ง 4 ของนายทักษิณ ชินวัตร ตามคำพิพากษาศาลฎีกาฯ แม้ศาลจะไม่ได้ใช้ชื่อข้อหาหรือฐานความผิดโดยตรงว่า ทุจริต หรือ ประพฤตมิชอบ แต่ตามเนื้อหาของคำพิพากษาล้วนเป็นการกระทำที่เป็นการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ ซึ่งเข้าข้อยกเว้นที่จะขอรับประโยชน์ตาม พ.ร.บ. สร้างเสริมสังคมสันติสุข มาตรา 3 ไม่ได้
2) ไม่เข้าลักษณะการแสดงออกทางการเมือง: การกระทำดังกล่าวไม่ใช่การเข้าร่วมการชุมนุมทางการเมือง หรือการแสดงออกทางการเมือง อันมีมูลเหตุมาจากความขัดแย้งทางการเมืองตามที่ มาตรา 7 กำหนดไว้
ข้อสรุป:
จากเหตุผลทางกฎหมายทั้งหมดข้างต้น ความผิดของนายทักษิณ ชินวัตร จึง "ไม่อยู่ในขอบเขตที่จะได้รับสิทธินิรโทษกรรม" และ ไม่สามารถพ้นจากความรับผิดทั้งปวงตามคำร้องขอ ได้ด้วย พ.ร.บ. สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 ฉบับนี้ ไม่ว่าจะเป็นการล้างมลทินในคดีทุจริตต่อหน้าที่ และไม่ต้องถูกยึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้านบาท ตามคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ครับ
วัส ติงสมิตร
นักวิชาการอิสระ
15/10/69
#ทักษิณชินวัตร #นิรโทษกรรม #สร้างเสริมสังคมสันติสุข #ข้อกฎหมาย #คดีทุจริต #ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง #การเมืองไทย #วิเคราะห์กฎหมาย #ข่าวการเมือง #วัสติงสมิตร
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

