ร่ำรวยผิดปกติ ป.ป.ช.ชี้มูล จิรัฏฐ์ สันติวงษ์สกุล อดีตรองนายก อบจ.พิษณุโลก

16 ตุลาคม 2569 นายนิติพันธุ์ ประจวบเหมาะ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช.แถลงว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดกรณีเรื่องกล่าวหา นายจิรัฏฐ์ สันติวงษ์สกุล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก อ.เมืองพิษณุโลก จ.พิษณุโลก มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ
ตามที่ได้มีการตรวจสอบเชิงลึกบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ นายจิรัฏฐ์ สันติวงษ์สกุล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก อ.เมืองพิษณุโลก จ.พิษณุโลก กรณีเข้ารับตำแหน่งวันที่ 14 กรกฎาคม 2554 และกรณีพ้นจากตำแหน่ง เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2555 แล้วพบว่าผู้ถูกกล่าวหามีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นไม่สัมพันธ์กับรายได้ตาม ภ.ง.ด.และไม่สามารถชี้แจงชัดเจนถึงที่มาของรายได้ จึงได้มีการตั้งคณะผู้ไต่สวนเบื้องต้นเพื่อไต่สวนข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวนั้น
สำนักงาน ป.ป.ช.ขอแถลงกรณีดังกล่าวว่า จากการไต่สวนข้อเท็จจริงพบว่า นายจิรัฏฐ์ สันติวงษ์สกุล ดำรงตำแหน่ง รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม 2554 - 24 กันยายน 2555 รวมเวลา 1 ปี 2 เดือน โดยมีรายได้จากเงินเดือนและค่าตอบแทนการดำรงตำแหน่งดังกล่าว และคู่สมรสมีรายได้จากเงินบำนาญ รวมกันกันจำนวน 692,623.64 บาท แต่กลับมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น จากรายการเงินฝาก จำนวน 5 บัญชี โดยอยู่ในชื่อของ นายจิรัฏฐ์ สันติวงษ์สกุล จำนวน 2 บัญชี และของคู่สมรส จำนวน 3 บัญชี นอกจากนี้ ยังมีหนี้สินลดลงจากรายการชำระหนี้เงินกู้ จำนวน 1 บัญชี รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 14,639,707.34 บาท ซึ่งไม่สัมพันธุ์กับรายได้ ตาม ภ.ง.ด.
จากการตรวจสอบพบว่า ในส่วนของทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นจากรายการเงินฝากทั้งห้าบัญชี รวมมูลค่า 13,897,624 บาท ผู้ถูกกล่าวหาสามารถชี้แจงแหล่งที่มาของเงินได้เพียงจำนวน 6,193,624 บาท โดยเป็นเงินรายได้จากการให้เช่าบูชาพระเครื่องกับบุคคลอื่น เป็นงิน 3,500,000 บาท และจากค่านายหน้าขายที่ดินที่จังหวัดเชียงราย และส่วนต่างจากราคาขายที่ดินที่บวกราคาเพิ่มขึ้นที่ได้รับจากพี่ชาย นายจิรัฏฐ์ สันติวงษ์สกุล เป็นเงิน 2,693,624 บาท คงเหลือรายการเงินฝาก จำนวน 7,704,000 บาท จากทั้งห้าบัญชีที่ นายจิรัฏฐ์ สันติวงษ์สกุล ไม่สามารถชี้แจงแหล่งที่มาของเงินได้ และในส่วนของรายการหนี้สินที่ลดลงจากรายการชำระหนี้เงินกู้ จำนวน 1 บัญชี รวมมูลค่า 742,083.34 บาท นายจิรัฏฐ์ สันติวงษ์สกุล ถอนเงินจากบัญชีกระแสรายวันของตนเองเพื่อนำมาชำระหนี้ ซึ่งมีแหล่งที่มาของเงินชัดเจน มีใช่ทรัพย์สินที่ได้มาโดยไม่มีมูลอันจะอ้างได้ตามกฎหมายสืบเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งที่
คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้พิจารณาแล้ว มีมติว่า นายจิรัฏฐ์ สันติวงษ์สกุล ผู้ถูกกล่าวหาร่ำรวยผิดปกติ ด้วยการมีทรัพย์สินมากผิดปกติ หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากผิดปกติ เป็นเงินทั้งสิ้น 7,704,000 บาท ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทจริต พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ทั้งนี้ การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

