‘Modular Construction’ พลิกโฉมการก่อสร้างสู่ยุคใหม่

“เทคโนโลยีโมดูลาร์” คือ นวัตกรรมการก่อสร้างรูปแบบใหม่ที่เปลี่ยนพื้นที่งานก่อสร้างให้เป็นจุดประกอบอาคาร โดยชิ้นส่วนต่างๆ จะถูกผลิตสำเร็จรูป และตกแต่งอย่างสมบูรณ์จนเป็นโมดูล ที่พร้อมใช้งานตั้งแต่ในโรงงาน ทั้งงานโครงสร้าง งานระบบ ไปจนถึงงานตกแต่งภายใน จากนั้นจึงขนส่งมาติดตั้งที่หน้างาน

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (SCB EIC) มองว่า โมดูลาร์จะเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่เข้ามาช่วยแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของภาคก่อสร้าง ทั้งช่วยยกระดับ Productivity ภาคก่อสร้าง จากการลดระยะเวลาการก่อสร้างลง
โดยเทคโนโลยีโมดูลาร์สามารถช่วยเร่งระยะเวลาการก่อสร้างได้ประมาณ 20-50% ขึ้นอยู่กับประเภทอาคาร ระดับการ Standardization และการบริหารจัดการโครงการ รวมถึงช่วยลดการใช้แรงงานในพื้นที่ก่อสร้างให้น้อยลงไปมาก ซึ่งจะตอบโจทย์ความท้าทายจากการขาดแคลนแรงงานในอนาคต อีกทั้งเทคโนโลยีโมดูลาร์ยังช่วยลดของเสียจากการก่อสร้างได้อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากเป็นการผลิตมาจากระบบโรงงานที่มีมาตรฐาน ซึ่งช่วยให้สามารถควบคุมปริมาณวัสดุ และกระบวนการผลิตได้แม่นยำกว่าการก่อสร้างแบบดั้งเดิม ซึ่งจะตอบโจทย์การลด Emission ได้เช่นกัน
โอกาสทางธุรกิจของเทคโนโลยีโมดูลาร์อยู่ตรงไหน
ตลาดเทคโนโลยีโมดูลาร์ทั่วโลกเติบโตต่อเนื่อง McKinsey ประเมินว่า รายได้ของบริษัทในห่วงโซ่อุปทานโมดูลาร์ทั่วโลกในปี 2022 อยู่ที่ 180,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นแตะระดับ 0.54-1.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2040 หรือเติบโตเฉลี่ย 6-10% ต่อปี โดยการขยายตัวของความเป็นเมือง นโยบายที่อยู่อาศัยในราคาไม่สูงมากนัก ที่ภาครัฐและผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มีความต้องการลดต้นทุน และระยะเวลาก่อสร้าง ควบคู่กับการเพิ่มจำนวนที่อยู่อาศัยให้เพียงพอต่อความต้องการ ซึ่งส่วนใหญ่มีรูปแบบและมาตรฐานซ้ำกัน จึงเอื้อต่อการผลิตชิ้นส่วนมาจากโรงงาน นอกจากนี้ ปัญหาขาดแคลนแรงงาน ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้ตลาดเทคโนโลยีโมดูลาร์ทั่วโลกยังเติบโตต่อเนื่อง
การขยายตัวของธุรกิจ Data center เป็นปัจจัยหนุนการใช้เทคโนโลยีโมดูลาร์
การขยายตัวอย่างก้าวกระโดดของธุรกิจ Data center นำมาซึ่งความต้องการการก่อสร้างที่รวดเร็ว และพร้อมเปิดใช้งาน โดยเทคโนโลยีโมดูลาร์สามารถตอบโจทย์ด้านการลดระยะเวลาการก่อสร้าง Data center ได้ อีกทั้ง Data center ประกอบไปด้วยระบบต่างๆ เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบทำความเย็น ระบบสำรองไฟ ระบบป้องกันอัคคีภัย ระบบควบคุมอาคาร โดยการประกอบระบบต่างๆ ผ่านเทคโนโลยีโมดูลาร์ในโรงงานจะช่วยลดความคลาดเคลื่อน และควบคุมคุณภาพได้ดีกว่าการติดตั้งระบบต่างๆ ที่หน้างาน รวมถึงสามารถทดสอบก่อนส่งมอบ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของระบบได้อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้การพัฒนา Data center ยังมีรูปแบบการดำเนินการเป็นเฟส โดยการขยาย Data center ในเฟสต่อๆ ไป ก็ยังสามารถดำเนินการได้ โดยใช้โมดูลใหม่มาต่อพ่วงได้อีกด้วย ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนสำคัญให้เกิดการใช้เทคโนโลยีโมดูลาร์มากขึ้น
หากเทคโนโลยีโมดูลาร์แพร่หลายในไทยมากขึ้น จะเปลี่ยนความต้องการวัสดุก่อสร้างอย่างมีนัยสำคัญ
โดย SCB EIC มองว่า ผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างที่ปรับกลยุทธ์เป็นผู้จัดหาวัตถุดิบสำหรับการผลิตโมดูลาร์ได้ก่อนคู่แข่ง จะเป็นผู้กำหนดมาตรฐาน และครองความได้เปรียบในตลาดในระยะยาว โดยเฉพาะกลุ่มเหล็กโครงสร้าง คอนกรีตสำเร็จรูป แผงฉนวน และวัสดุตกแต่งสำเร็จรูป ขณะที่กลุ่มธุรกิจที่จะได้รับผลกระทบหากไม่มีการปรับกลยุทธ์ เช่น ผู้รับเหมาก่อสร้างที่ยังพึ่งพาการก่อสร้างแบบดั้งเดิม ผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างที่ไม่สามารถส่งมอบสินค้าเป็นโมดูลได้
อย่างไรก็ตามการส่งเสริมให้เทคโนโลยีโมดูลาร์แพร่หลายในไทย ต้องสร้างความเชื่อมั่นสำหรับลูกค้า และผู้บริโภค รวมถึงอาศัยการลงทุนจากผู้ประกอบการกลุ่มที่มีศักยภาพ และการส่งเสริมจากภาครัฐ การใช้เทคโนโลยีโมดูลาร์ในไทยยังมีความท้าทายหลายประการ เช่น ขาดความเชื่อมั่นสำหรับลูกค้า และผู้บริโภค ยังไม่เกิด Economies of Scale ที่จูงใจให้มีการลงทุนจากผู้ประกอบการ ขาดการส่งเสริมการลงทุนอย่างครบวงจร โดยข้อเสนอแนะสำหรับผู้ประกอบการและภาครัฐ มีดังนี้
ผู้รับเหมาก่อสร้าง และผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ : กลุ่มที่มีโรงงาน Prefabrication และ Precast อยู่แล้ว สามารถต่อยอดไปสู่การผลิต และบริการติดตั้งโมดูลาร์ โดยอาจเริ่มต้นขยายธุรกิจแบบเฉพาะเจาะจงในกลุ่มอาคาร หรือสิ่งปลูกสร้างที่ถนัด นอกจากนี้การแสดงข้อมูลต้นทุนการบำรุงรักษาตลอดอายุการใช้งาน เปรียบเทียบกับสิ่งปลูกสร้างที่ก่อสร้างแบบดั้งเดิม พร้อมจัดทำแพ็กเกจบริการหลังการขาย การบำรุงรักษา และการรับประกันระบบ จะช่วยสร้างความมั่นใจและคลายความกังวลด้านค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงในระยะยาวสำหรับลูกค้าและผู้บริโภคได้
ผู้ผลิตวัสดุก่อสร้าง : อาจขยายกำลังผลิตไปสู่สินค้ากลุ่มโมดูลาร์มากขึ้น โดยควบคุมทั้งการผลิตและบริการติดตั้งหน้างาน อีกทั้งจำเป็นต้องสื่อสารสร้างการรับรู้ถึงข้อได้เปรียบในการใช้สินค้ากลุ่มโมดูลาร์ให้ผู้รับเหมาก่อสร้าง ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และผู้บริโภค โดยเฉพาะข้อมูลเชิงวิศวกรรม และมาตรฐานที่เป็นรูปธรรม เช่น การทดสอบโครงสร้าง ความทนทานต่อภัยพิบัติ การรับประกันโครงสร้างระยะยาว
ภาครัฐ : อาจส่งเสริมการลงทุนเทคโนโลยีโมดูลาร์อย่างครบวงจร ตั้งแต่การลงทุนในโรงงาน การวิจัยและพัฒนา ไปจนถึงการสร้างตลาดผู้ใช้งาน โดยอาจอยู่ในรูปแบบมาตรการต่างๆ เช่น การยกเว้นภาษีการนำเข้าเครื่องจักร สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับการลงทุน งบประมาณด้านการวิจัยและพัฒนา การสนับสนุนโครงการต้นแบบและขยายไปสู่การก่อสร้างเชิงพาณิชย์มากขึ้นในภาคเอกชน
นอกจากนี้อาจส่งเสริมการใช้โมดูลาร์ในโครงการก่อสร้างภาครัฐ โดยพิจารณารูปแบบมาตรการของสิงคโปร์ ที่กำหนดการก่อสร้างด้วยระบบการผลิตชิ้นส่วนสำเร็จรูปแบบปริมาตร (Prefabricated Prefinished Volumetric Construction : PPVC) สำหรับโครงการ Government Land Sales (GLS) บางแปลง ทำให้อัตราการใช้แนวทางออกแบบเพื่อผลิตนอกสถานที่ (Design for Manufacturing and Assembly : DfMA) ในโครงการก่อสร้างใหม่เพิ่มจาก 61% ในปี 2023 เป็น 68% ในปี 2024 และเป็น 70% ในปี 2025
ที่มา.. SCB EIC
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

