สั่งเคอร์ฟิว ฝรั่งเศสสกัดจลาจล ยุโรปยังประท้วงวุ่น

สั่งเคอร์ฟิว
ฝรั่งเศสสกัดจลาจล
ยุโรปยังประท้วงวุ่น
ฝรั่งเศสประกาศเคอร์ฟิวในหลายเมือง หลังเกิดจลาจลเผาเมือง-ปล้นสะดม กระทบธุรกิจเกือบ 3,000 แห่ง สร้างความเสียหายหลายร้อยล้านยูโร ขณะที่อีกหลายประเทศยุโรปยังมีการประท้วงต่อเนื่อง โดยแอลเบเนีย ชุมนุมต่อวันที่ 7 ขณะที่ อิตาลีเตรียมส่งทหาร 500 นาย ดูแลมิลาน ควบคุมสถานการณ์
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ทางการฝรั่งเศสประกาศเคอร์ฟิวครั้งแรกในหลายเมือง มีผลบังคับใช้ตั้งแต่คืนวันที่ 19 ตุลาคมที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น หลังการชุมนุมประท้วงเพราะไม่พอใจปัญหาค่าครองชีพสูง และวิกฤติที่อยู่อาศัยของประชาชนมากกว่า 5.5 แสนคน ลุกลามเป็นเหตุจลาจลเผาเมือง ปล้นสะดมร้านค้าร้านขายสินค้าหรูทั่วประเทศ ทำให้รัฐบาลถูกวิจารณ์อย่างหนัก ถึงความล้มเหลวในการรักษาความปลอดภัย
โดยที่กรุงปารีส ทางการสั่งห้ามประชาชนออกจากบ้านตั้งแต่เวลา 23:00 น. วันที่ 19 ตุลาคม- 06:00 น. วันที่ 20 ตุลาคมตามเวลาท้องถิ่น คำสั่งครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของเมืองหลวง โดยเฉพาะบริเวณจัตุรัสปลาซเดอ ลา เรปูบลิกจุดรวมตัวประท้วงเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมานอกจากนั้น ทางการปารีสยังสั่งห้ามชุมนุมตั้งแต่ 20:00 น. เป็นต้นไป รวมถึงห้ามพกพาอาวุธ ดอกไม้ไฟ หรือสารไวไฟ เช่น น้ำมันและก๊าซด้วย
ส่วนนายกเทศมนตรีเมืองนีซ บังคับใช้เคอร์ฟิวสำหรับเยาวชนตั้งแต่เวลา 21:00 น.-06:00 น. ของวันถัดไป โดยจะบังคับใช้ไปจนถึงวันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม พร้อมสั่งห้ามพกพาดอกไม้ไฟ สารไวไฟ รวมถึงอุปกรณ์ป้องกันตัวส่วนบุคคลที่อาจนำมาใช้ก่อความวุ่นวาย เช่น แว่นตากันลมหรือแว่นสกี
ที่เมืองลียงประกาศเคอร์ฟิวตั้งแต่เวลา 21:00 น. วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม- 06:00 น. วันอังคารที่ 20 ตุลาคมตามเวลาท้องถิ่น และสั่งห้ามจัดขบวนประท้วงและการชุมนุมทั้งหมดบริเวณใจกลางเมือง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากเมืองใหญ่ทั้ง 3 แห่งแล้ว ทางการเมืองคูแลนส์ ประกาศเคอร์ฟิวห้ามเยาวชนออกนอกบ้านหลังเวลา 23:00 น. ขณะที่เมืองอื่นทางตอนเหนือเช่น ลีลล์ดูแอ วัตติญีส์ และเดอแนง ก็ประกาศเคอร์ฟิวช่วงเวลา 20:00 น. - 06:00 น.
ด้านนายกรัฐมนตรี เซบาสเตียน เลอกอร์นู ออกแถลงการณ์ประณามเหตุจลาจลและปล้นสะดมในหลายเมืองทั่วประเทศว่า จะไม่ยอมจำนนต่อการถูกบงการและครอบงำโดยกลุ่มผู้ทำลายล้าง กลุ่มโจร และกลุ่มอันธพาล พร้อมระบุว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถูกนำโดย กลุ่มหัวรุนแรงฝ่ายซ้ายจัด ที่หวังสร้างความโกลาหล ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสในปี 2570
ขณะที่นายโลรองต์นูเนซรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยฝรั่งเศสออกมายอมรับหลังถูกวิจารณ์อย่างหนักถึงความพร้อมรับมือการประท้วงว่าตำรวจสูญเสียการควบคุมสถานการณ์ในบางเมือง และขาดการคาดการณ์ล่วงหน้าทางการส่งตำรวจและเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง 60,000 นายไปทั่วประเทศเมื่อวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม แต่ยังไม่มากพอที่จะควบคุมฝูงชนในบางเมืองได้
ต่อมานายนูเนซยื่นหนังสือลาออกต่อประธานาธิบดีเอ็มมานูเอลมาครง ผู้นำฝรั่งเศสแล้ว อ้างว่าต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ประธานาธิบดีมาครงปฏิเสธคำขอลาออกของนูเนซ พร้อมกำชับให้หาวิธีการแก้ปัญหาการประท้วงและปล้นสะดม และต้องชี้แจงให้ชัดเจนว่าทำไมไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดความรุนแรง และรวบรวมข้อมูลเพื่อป้องกันเหตุได้
ก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีมหาดไทยระบุว่า ตำรวจจับกุมผู้ต้องสงสัยทั่วประเทศได้ประมาณ 2,500 คน และมีตำรวจบาดเจ็บ 1,000 นาย มีผู้เสียชีวิต 1 คน หลังเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นระหว่างการชุมนุมในกรุงปารีส
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุจลาจลระหว่างการประท้วงใหญ่ในฝรั่งเศส ส่งผลให้ร้านค้าและธุรกิจจำนวนมากเสียหายจากการปล้นสะดมของกลุ่มผู้ชุมนุม ในจำนวนนี้มีร้านหรูหลายแห่งในฝรั่งเศส เช่น ดิออร์หลุยส์วิตตอง แอร์เมสโรเล็กซ์ แบรนด์กีฬาชั้นนำ ไปจนถึงอิเล็กทรอนิกส์
วันเดียวกัน สื่อโซเชียลมีการแชร์คลิปภายในแกลเลอรี ลาฟาแยตต์ ห้างสรรพสินค้าสุดหรูอันดับ 1 ของประเทศฝรั่งเศส มีกลุ่มผู้ประท้วงจำนวนมากบุกเข้าไปขโมยของทำลายข้าวของเสียหายไปทั้งห้าง
โดยสมาคมผู้ค้าปลีกและผู้ประกอบการร้านค้าฝรั่งเศสประเมินว่าอาจมีธุรกิจได้รับผลกระทบเกือบ 3,000 แห่ง ประเมินมูลค่าความเสียหายอาจสูงถึงหลายร้อยล้านยูโรซึ่งผู้ประกอบการเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งออกมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบทั้งเจ้าของร้านและลูกจ้าง พร้อมหามาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ เพราะกังวลว่าธุรกิจที่สร้างมาตลอดหลายปีอาจถูกทำลายลงได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง
สำหรับสถานการณ์ประท้วงในฝรั่งเศสวันอังคารที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา ยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง โดยกลุ่มนักศึกษาจากโรงเรียนศิลปะ École du Louvreรวมตัวปิดกั้นทางเข้า-ออก พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ในกรุงปารีสเพื่อแสดงถึงการสนับสนุนการเคลื่อนไหวของนักเรียนมัธยมปลายทั่วประเทศ พร้อมประณาม การปราบปรามของตำรวจ ทำให้พิพิธภัณฑ์ต้องปิดให้บริการตลอดทั้งวัน
สื่อฝรั่งเศสรายงานว่าการปิดล้อมดังกล่าวซึ่งมีขึ้นเพื่อแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับการประท้วงทั่วประเทศเรื่องค่าครองชีพที่สูงขึ้นและการกระทำของตำรวจ
เหตุความไม่สงบในฝรั่งเศสนั้น เริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนกันยายน หลังกลุ่มนักเรียนออกมาประท้วงเรื่องสภาพความเป็นอยู่ภายในโรงเรียน แต่ต่อมาได้บานปลายจนครอบคลุมเรื่องค่าครองชีพ, ราคาน้ำมัน และความไม่พอใจในรัฐบาลของประธานาธิบดี เอ็มมานูเอลมาครง
ขณะเดียวกัน การประท้วงหลายประเทศในยุโรปยังตึงเครียด โดยที่อิตาลี จอร์เจีย เมโลนี นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมรัฐมนตรีหลายกระทรวงหารือเกี่ยวกับเหตุไม่สงบที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะในเมืองธุรกิจสำคัญทางตอนเหนือของประเทศ ทั้งมิลาน โบโลญญาเบรสเซียแบร์กาโม และตูรินตำรวจอิตาลีระบุว่า สามารถคุมตัวผู้เกี่ยวข้องกับเหตุจลาจลได้อย่างน้อย 271 คน มีเยาวชนรวมอยู่ด้วย ขณะที่รัฐบาลเตรียมส่งทหาร 500 นายเข้าดูแลความสงบเรียบร้อยในเมืองมิ
เช่นเดียวกับ ที่กรุงติรานา เมืองหลวงของแอลเบเนีย ยังมีการประท้วงต่อเนื่องเป็นคืนที่ 7 โดยผู้ชุมนุมบางส่วนแสดงความไม่พอใจปัญหาระบบการศึกษา และเรียกร้องให้เอดี รามา นายกรัฐมนตรีลาออกการชุมนุมบางจุดเกิดการเผชิญหน้ากับตำรวจจนสถานการณ์ตึงเครียด มีรายงานการเผาทำลายอาคารหน่วยงานรัฐและขว้างปาสิ่งของ รวมถึงระเบิดขวด
ด้านผู้นำแอลเบเนียกล่าวหากลุ่มเยาวชนที่เกี่ยวข้องกับเหตุประท้วงรุนแรงว่าถูกปลูกฝังด้วยอุดมการณ์ที่ไม่ดีและไม่ได้ต้องการสันติภาพอย่างแท้จริง พร้อมยืนยันว่าพร้อมเจรจากับทุกฝ่ายทุกที่ทุกเวลา แต่หากใครใช้ความรุนแรงเพื่อกดดันรัฐบาลจะไม่ประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

