ศาลอังกฤษ สั่งอายัดทรัพย์ 'สายการบินเวียตเจ็ท' ทั่วโลก หลังปัดชำระหนี้สิน 8 พันล้าน

22 ตุลาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานอ้างจากเว็บไซต์ - หนังสือพิมพ์ The Straits Times ของสิงคโปร์ ระบุว่า สายการบิน 'เวียตเจ็ท' (VietJet) สายการบินต้นทุนต่ำของเวียดนาม ถูกศาลอังกฤษสั่งอายัดทรัพย์สินทั่วโลก หลังจากปฏิเสธที่จะชำระหนี้มูลค่าประมาณ 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยกว่า 8.1 พันล้านบาท ให้แก่บริษัทลงทุน 'ฟิตซ์วอลเตอร์' (FitzWalter) ในกรุงลอนดอน
บริษัท FW Aviation ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ 'ฟิตซ์วอลเตอร์ แคปปิตอล' (FitzWalter Capital) ได้คำสั่งดังกล่าว หลังจากผู้พิพากษาศาลสูงอังกฤษพิจารณาแล้วเห็นว่า มีความเสี่ยงที่สายการบินจะพยายามปกปิดหรือนำทรัพย์สินของตนไปใช้จ่าย เนื่องจากที่ผ่านมา 'เวียตเจ็ท' เพิกเฉยต่อการชำระหนี้ส่วนใหญ่มาตลอด แม้ว่าจะมีคำพิพากษาของศาลหลายครั้งให้บริษัทซึ่งเป็นผู้ให้เช่าเครื่องบินเป็นฝ่ายชนะคดีก็ตาม
โดยคำสั่งอายัดทรัพย์สินของศาลดังกล่าวครอบคลุมฝูงบินที่ 'เวียตเจ็ท' ใช้งานอยู่ในปัจจุบันทั้งหมด ซึ่งเป็นเครื่องบินเช่า รวมถึงเครื่องบินที่สายการบินสั่งซื้อแล้วแต่ยังไม่ได้รับมอบ เช่น เครื่องบินแอร์บัส A330-900 และ A321neo ทั้งยังครอบคลุมอุปกรณ์ภายในห้องโดยสารและเครื่องยนต์ที่สั่งซื้อไว้ รวมถึงสินค้าจากบริษัทโรลส์-รอยซ์ โฮลดิงส์ ตลอดจนเงินที่ชำระล่วงหน้าก่อนส่งมอบเครื่องบิน เงินสำรองสำหรับการซ่อมบำรุง เงินมัดจำการเช่าเครื่องบิน และรายได้จากการขายบัตรโดยสารผ่านตัวแทนจำหน่าย

'เวียตเจ็ท' ยังคงสามารถจัดการเกี่ยวกับทรัพย์สินของตนได้ตามปกติในการประกอบธุรกิจ แต่หากเป็นการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับคำสั่งซื้อเครื่องบิน เงินสำรองสำหรับการซ่อมบำรุง และเงินมัดจำการเช่าที่เก็บไว้นอกประเทศเวียดนาม สายการบินจะต้องได้รับอนุญาตจากศาลเสียก่อน คำสั่งอายัดดังกล่าวครอบคลุมทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูงสุด 251.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ผู้พิพากษาปุชปินเดอร์ ซานี ระบุในคำวินิจฉัยว่า แทบไม่รู้สึกเห็นอกเห็นใจต่อข้อกล่าวอ้างที่ว่าการดำเนินงานของสายการบินอาจได้รับผลกระทบจากมาตรการนี้ เพราะสถานการณ์นี้เกิดจากการที่ 'เวียตเจ็ท' จงใจปฏิเสธที่จะชำระหนี้ตามคำพิพากษาของศาลและพยายามอย่างหนักเพื่อขัดขวางการบังคับคดีอย่างเต็มกำลัง แทนที่จะเป็นเพาะสายการบินไม่มีความสามารถในการชำระหนี้ได้อย่างแท้จริง
ข้อพิพาทดังกล่าวมีต้นตอมาจากเครื่องบิน Airbus SE จำนวน 4 ลำ ซึ่งกองทุนเพื่อการลงทุนแห่งนี้ได้เข้ามาควบคุมในช่วงการระบาดของโควิด-19 โดยในขณะนั้น 'เวียตเจ็ท' ได้หยุดจ่ายค่าเช่าให้แก่ 'ฟิตซ์วอลเตอร์' แต่ยังคงนำเครื่องบินทั้ง 4 ลำไปให้บริการต่อไปเป็นเวลาประมาณ 1 ปี
หนี้สินดังกล่าวเพิ่มขึ้นจากยอดประมาณ 180 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ตามคำวินิจฉัยครั้งแรกในปี 2025 เนื่องจากมีดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายทางกฎหมายเพิ่มเข้ามา ขณะที่ระบบกฎหมายของเวียดนามปฏิเสธที่จะรับรองคำพิพากษาของศาลอังกฤษ
ต่อมาทาง 'เวียตเจ็ท' ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นต่อคำวินิจฉัยล่าสุด ส่วน 'ฟิตซ์วอลเตอร์' แสดงความยินดีต่อคำตัดสินของศาล พร้อมระบุว่า มาตรการดังกล่าวจะช่วยป้องกันไม่ให้สายการบินดึงมูลค่าทรัพย์สินออกไปจากผู้ถือหุ้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

