บุคคลแนวหน้า : 25 ตุลาคม 2569

หนังสือพิมพ์แนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา อัดแน่นไปด้วยเนื้อหาสาระเช่นเคย ตรงกับวันหยุดพักผ่อนอาทิตย์สุดสัปดาห์สบายๆ แต่ดูเหมือนเหตุการณ์บ้านเมืองจะไม่ค่อยสบายเท่าไหร่ เพราะฝ่ายรัฐบาล-ฝ่ายค้าน กำลังเถียงกันหน้าดำคร่ำเครียดว่าจะซักฟอกกี่วัน???
...nn ขนาดวิปฯ 3 ฝ่ายคือ รัฐบาล ฝ่ายค้าน และตัวแทนคณะรัฐมนตรี นั่งคุยกันถึง 2 รอบ ก็ยังตกลงกันไม่ได้ เหลี่ยมนี้ไม่มีใครยอมใคร สุดท้ายวงแตกกระเจิง ฝ่ายค้านยืนกระต่ายขาเดียวขอ 5 วัน 5 คืน แต่รัฐบาลต่อรองเหลือ 4+1 คือเพิ่มวันอภิปรายฯ 26-29 ตุลาฯ ไปลงมติ 30 ตุลาฯ ยังไม่มีสัญญาณตอบรับจากฝ่ายค้าน
...nn กองเชียร์ตามดูกันไปยาวๆ เป็นเรื่องปกติการเมืองแบบไทยๆ ต้องมีบรรยากาศแบบนี้เกือบทุกครั้ง แต่เดี๋ยวก็ได้ข้อสรุป เพราะฝ่ายค้านรุกต่อไล่ต้อนให้ โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯส่งเรื่องกลับไปถาม ครม.อีกครั้งแล้วว่าจะว่างวันไหน ??? ก่อนปิดสภาในอีก 2 เดือนข้างหน้า
...nn จะว่าไป เรื่องจะซักฟอกกี่วัน และเมื่อไหร่นั้น ไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญเท่ากับว่า ฝ่ายค้านมีข้อมูลหลักฐานจริงหรือไม่??? ถ้ามั่นใจว่าเปิดออกมาแล้วกะซวกได้เต็มข้อ-ล่อได้เต็มแข้ง แค่ 3 วันก็พอแล้ว แต่ถ้า 5 วัน มีแต่น้ำ-ไม่มีเนื้อแบบบันเทิงธิปไตย ก็เสียเวลาประเทศไทย
...nn เอาเป็นว่า การเมืองไทยอะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว บางช่วงบางตอน จริงคือเท็จ-เท็จคือจริง เลื่อนไหลไปตามสภาพ ดูอย่างตอนนี้ จู่ๆ นายกฯหนูก็โผล่ไปจู๋จี๋กับพรรคกล้าธรรม ของผู้กองธรรมนัส แบบถี่ๆ ผิดสังเกต จนมีข่าวกระพือ เตรียมควบรวมผสมสีเขียว-น้ำเงิน
...nn ดีดลูกคิดรางแก้วบวกดูเล่นๆ สมมุติว่า กล้าธรรมควบรวมภูมิใจไทย จริง จากเดิมๆ ในมือ 192 เสียง เมื่อเพิ่มเข้าไปอีก 58 เสียง นั่นก็เท่ากับว่า ค่ายสีน้ำเงินจะมี 250 เสียงครึ่งหนึ่งของสภาฯ โดยไม่ต้องกลัวว่า จะมีข่าวดีลสลับขั้วส้ม-เขียว-แดงอีกต่อไป
...nn จริงคือเท็จ-เท็จคือจริงตอนนี้ยังไม่รู้??? เพราะนายกฯหนูก็ยังตั้งใจแทงกั๊ก ตอบไม่ชัดว่าจะร่วมหอลงโรงกันอย่างไร??? บอกให้รอหลังจบศึกอภิปรายฯ แบไต๋ออกมาแบบนี้ คงยิ่งกว่าเปิดถ้วยแทง ยังไงเสีย 58 เสียงกล้าธรรม ก็คงจะเทโหวตหนุนรัฐบาลอย่าง
ไม่ต้องสงสัย
...nn ถ้าเป็นแบบนั้น หลังซักฟอกรัฐบาลก็คงจะเคลมว่ายิ่งซักฟอก รัฐบาลก็จะยิ่งขาว ฉะนั้นทางเดียวของฝ่ายค้านถ้าจะแก้เกมก็คือ เมื่อกล้าเขียนญัตติด้วยข้อกล่าวหารุนแรง ด้านข้อมูลหลักฐานก็ต้องตรงปกด้วย จึงจะเกิดประโยชน์ต่อการตรวจสอบถ่วงดุลอย่างแท้จริง
...nn หลบจากเหลี่ยมคูการเมือง ลงไปดูสถานการณ์น้ำท่วมกันบ้าง โดยเฉพาะที่ปราจีนบุรี น่าเห็นใจสุดๆ เจอวิกฤตน้ำท่วมหนักไม่พอ ยังโดนปัญหาขยะพิษซ้ำเติมจนหวาดผวากันไปทั่วเมือง หลังเจอทั้งสภาพปลาลอยตายเป็นแพ น้ำคราบสีรุ้ง-สีดำเหม็นฉุน ไหลลงแม่น้ำปราจีน
...nn น้ำลด-ตอผุดไม่พอ แต่ที่ปราจีนฯยังต้องเจอน้ำลด-ขยะพิษโผล่หลอนในหลายๆ อำเภอ ถ้าน้ำไม่ท่วม ก็ไม่มีใครรู้เลยว่าปราจีนฯกำลังจะกลายเป็นจุดกลบฝังขยะพิษและกากอุตสาหกรรมแหล่งใหญ่ของประเทศ ส่วนโรงงานเถื่อนก็ผุดเกลื่อน มีทั้งทุนเทา-นอมินีคนไทย
...nn งานนี้ ต้องรอดูน้ำยาจากบรรดารัฐมนตรี 2-3 คนที่ลงไปดูพื้นที่จริง และรับฟังเสียงสะท้อนจากชาวบ้านมาแล้วว่า จะเอาจริงเอาจังแค่ไหน หรือสุดท้ายเป็นไฟไหม้ฟาง พูดไปเรื่อยเปื่อย??? ถ้าที่ปราจีนฯจังหวัดเดียวยังแก้ไม่ได้ ก็อย่าไปหวังว่าปัญหาทั่วประเทศจะทำอะไรได้???
...nn จะว่าไป น้ำท่วมปีนี้ ทำให้คนไทยตาสว่าง มองเห็นความจริงอีกด้าน โดยเฉพาะระบบการแก้ปัญหาน้ำท่วมของ กทม.ถือว่าสอบตก-ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ทั้งที่มีเครื่องไม้เครื่องมือ งบประมาณและบุคลากรเพียบพร้อม แต่พอถึงเวลาฉุกเฉิน แทบไปไม่เป็น
...nn คำถามคือ คนไทยจะต้องทนอยู่กับวงจรน้ำท่วมซ้ำซากไปอีกนานแค่ไหน??? จริงอยู่เรื่องดินฟ้าอากาศยากที่จะห้ามได้ แต่ถ้าสามารถพยากรณ์ และวิเคราะห์สถานการณ์ได้อย่างแม่นยำ มนุษย์จะสามารถหลีกเลี่ยงความเสียหาย ผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ในระดับหนึ่ง
...nn คำถามคือ ข้อมูลเรื่องดิน-ฟ้า-อากาศ จริงๆ ทุกวันนี้เรามีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกได้อย่างแม่นยำมาก แต่พอถึงเวลาจริงๆ อุปกรณ์พร้อม แต่คนไม่พร้อมใช่หรือไม่??? หรือนี่จึงเป็นคำตอบว่า ทำไมวิกฤตน้ำท่วมรอบนี้จึงได้สร้างความเสียหายมหาศาล…สวัสดี
สิบแปดสิงห์

