บุคคลแนวหน้า : 20 กันยายน 2569

หนังสือพิมพ์แนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา ท่ามกลางคำถามสนั่นเมืองว่า นี่คือจุดเริ่มเพื่อนำไปสู่จุดจบในคดีฮั้วสว.หรือไม่??? หลังจาก 7 เสือ กกต.เคาะมติปล่อยผี ไม่1920ส่งฟ้อง 21 บิ๊กการเมืองพรรคสีน้ำเงินต่อศาลฎีกาบนหลักการที่ว่า กระแสไม่ใช่หลักฐาน
...nn เพราะก่อนลงมติ 14 กันยายน คดีถูกขยายภาพขบวนการ และปั่นโดยพรรคสีส้ม-เครือข่ายไอลอว์จนฮิตติดลมบน บีบให้ต้องส่งฟ้องสถานเดียว แต่เมื่อ กกต.แทงสวนกระแส ปล่อยยกกระบิทั้ง 21 คน โดนแค่ สว.26 ราย กับบุคคลอื่นๆ รวม 77 ชีวิต ก็เหมือนราดน้ำมันลงกองไฟ
...nn ยิ่ง กกต.ใช้พยานปากเอกรหัส 16/26 ที่กลับคำให้การ มาเป็นจุดเปลี่ยนเกม โดยอ้างว่า รับฟังไม่ได้ เพื่อนำไปสู่การไม่ส่งฟ้อง 21 นักการเมือง ท่ามกลางคำถามว่า รับฟังไม่ได้หรือไม่ได้รับฟัง เพราะเมื่อพยานกลับคำ ต้องมีมุมหนึ่งจริง-มุมหนึ่งเท็จ แล้วตรงไหนคือจริง???
...nn หรือ ถ้าจะบอกว่า สว.ชุดนี้บริสุทธิ์ผุดผ่องก็พูดไม่ได้เต็มปาก เพราะมี สว.ชุดปัจจุบันถูกสั่งฟ้องไปถึง 26 คน จึงมีคำถามอีกว่า แล้วคนบงการ หรือคนออกแบบขบวนการทุจริตเช่นนี้คือใคร??? เขาทำกันเองหรือมีใครอยู่เบื้องหลัง??? นี่คือข้อเท็จจริงที่ต้องให้ศาลพาไปพิสูจน์
...nn ยิ่งมีการสำทับจาก กกต.เสียงข้างน้อยว่า พยานหลักฐานมีน้ำหนักเพียงพอที่จะเอาผิดถึงใครต่อใครได้ก็ยิ่งกระพือกระแส เหมือนยิงกระสุนเข้าใส่กลางอก กกต.เสียงข้างมาก จนน่าห่วงอนาคตว่า จุดจบจะเป็นอย่างไร??? จะซ้ำรอยเหมือน กกต.รุ่นพี่ยุคสามหนาหรือไม่???
...nn งานนี้จะเรียกว่า กกต.พลีชีพ??? ก็แล้วแต่จะคิด แต่ที่แน่ๆ คือจากนี้ไป ทั้ง กกต.–รัฐบาลภูมิใจไทย คงจะอยู่ไม่เป็นสุข เพราะตอนนี้มีคนประกาศจองกฐินเอาไว้เพียบ ชนิดหัวกระไดไม่แห้ง ทั้งม.157 ยื่นป.ป.ช. ร้องศาลฎีกา ยันศาลปกครอง มาออกันอยู่เต็มหน้าประตูบ้าน
...nn นี่คือสัญญาณว่า นิติสงคราม-การเมืองบทใหม่ เปิดฉากขึ้นแล้ว...nn ทั้งกระบวนการทางกฎหมาย ควบคู่ขนานไปกับการเร่งสุมไฟการเมือง ดึงเข้าสู่ศึกซักฟอกที่กำลังจะตามมา จากนั้นก็รอเพียงเวลาให้สถานการณ์สุกงอมกว่านี้อีกหน่อย ก็จะเข้าสู่กับดักทางการเมืองอีกครั้ง
...nn ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ต้องรอลุ้นระทึกสุดขีดอีกรอบก่อนว่า 28 กันยายนนี้ ศาลรัฐธรรมนูญ จะตัดสินชี้ขาดคดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งอย่างไร??? ถ้าเป็นบวก รัฐบาลนายกฯหนูก็ไปกันต่อ แต่ถ้าเป็นลบเพราะเห็นว่าไม่ลับก็ล้มคว่ำไปกันทั้งกระดานไม่ว่ารัฐบาล-ฝ่ายค้าน
...nn ฟังมา-เล่าไป โอกาสรอด-ร่วงเป็นไปได้ทั้งหมดแบบ 50/50 โดยเฉพาะ การออกไปเดินเผชิญสืบข้อเท็จจริงของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ดูว่า กกต.เก็บบัตรต้นขั้ว และอุปกรณ์ดีแค่ไหน อย่างไร เพื่อประกอบการพิจารณาวินิจฉัยวันที่ 28 กันยายนนั้น เป็นเรื่องที่น่าสนใจ
...nn ถ้า 28 กันยายนทุกฝ่ายอยู่รอดปลอดภัย สถานการณ์การเมืองก็จะถูกยกระดับเข้าสู่โหมดสัประยุทธ์แตกหัก ทั้งในสภา-นอกสภา ไม่เพียงต้องจับตาดูท่าทีของฝั่งรัฐบาล แต่ลีลาฝ่ายค้านส้ม-ฟ้า-เขียว ก็ห้ามกะพริบตาว่า จะพร้อมเปิดศึกเต็มรูปแบบกับสีน้ำเงินหรือไม่???
...nn ที่ออกมาแอ๊กชั่นหน้าจอตอนนี้ก็เห็นมีอยู่แค่ 2 พรรคเท่านั้นคือประชาชน กับประชาธิปัตย์ ส่วน กล้าธรรม ในสังกัดของผู้กองธรรมนัส ยังเก็บตัวเงียบอยู่ในที่ตั้ง ไม่ว่ามติกกต.จะออกมาอย่างไร??? หรือใครจะยื่นฟ้องใคร??? นั่งเป็นฝ่ายคอยในฝ่ายค้านสบายใจกว่าใช่หรือไม่???
...nn ประสาการเมืองแบบไทยๆ ก็ว่ากันไป ขนาดเพื่อไทย ยังขอนั่งบนภูดูเสือกัดกัน แถมยัง โนสน-โนแคร์ ต่อแรงกดดันพรรคส้มที่ขอให้ช่วยบีบสีน้ำเงิน แต่ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รู้ทันไม่เล่นด้วย ปล่อยให้องค์กรอิสระทำงานไป พูดง่ายๆก็คือ เขาอยู่เป็นเพราะผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ
...nn จริงๆ เพื่อไทย คิดอย่างไรต่อมติคดีฮั้วสว.ก็น่าจะรู้ๆ กันอยู่แล้ว เพียงแค่ยังไม่ถึงเวลาที่จะออกมาพูด หรือแสดงอิทธิฤทธิ์เท่านั้นเอง อย่าลืมว่า คดีฮั้วสว.ที่ถูกยกขึ้นเป็นคดีพิเศษ ก็อยู่ในยุค เสี่ยอ้วน-ภูมิธรรม เวชยชัย นั่งรองนายกฯ คุมบอร์ดดีเอสไอ
...nn ยุคนั้นแดง-น้ำเงิน ใช้คดีนี้ฟัดกันมาจนเขี้ยวสึก ถ้าจำได้ ภูมิธรรม เวชยชัย เคยเอาไปเป็นข้อต่อรองกับพรรคส้ม หากโหวตให้ ชัยเกษม นิติสิริ เป็นนายกฯจะยุบสภาให้ทันทีไม่รอถึง 4 เดือน แถมออกแพ็กเกจขายพ่วง คดีเขากระโดงกับคดีฮั้วสว.ก็จะทำให้จบใน 1 เดือน
...nn แต่ พรรคส้ม ถือดีไม่สนใจ ไปยกเก้าอี้นายกฯให้ อนุทิน ชาญวีรกูล ภายใต้MOAโดยหวังใจว่าจะได้แก้รัฐธรรมนูญ แต่สุดท้ายเจอสับขาหลอก พอตอนนี้จะมาเรียกร้องเอาแต่ใจ ก็สมแล้วที่เจอ เสี่ยอ้วน ตอกกลับหน้าหงายว่า คดีฮั้ว สว.มันจบแล้วตั้งแต่โหวตรัฐบาลหนู
...nn แปลมาเป็นสัญญาณทางการเมือง ก็หมายความว่า...nn พรรคสีแดงเลือกที่จะกอดคอไปกับ ภูมิใจไทย ต่อไป ยังไม่พร้อมจะหักหลังหรือสละรัฐนาวาลำนี้ จึงไม่แปลกที่นายกฯหนูยังยิ้มกริ่ม หัวเราะหึหึในลำคอ เมื่อถูกถามเรื่องซักฟอก เพราะเสียงโหวตไม่น่าจะลด แต่อาจได้เพิ่มด้วยซ้ำ
...nn ที่เคยมีข่าวว่า ดีลพลิกขั้ว ส้ม-แดง-เขียว มาถึงนาทีนี้อาจเปลี่ยนเป็น น้ำเงิน-แดง เติมเต็มด้วยสีเขียว เพราะพยานปากเอกรหัส 16 คนที่กลับคำให้การคดีฮั้วสว.ก็คือ เอกราช ช่างเหลา รองหัวหน้าพรรคกล้าธรรม และอดีตสส.พรรคภูมิใจไทย ที่แท้ก็คนกันเองทั้งนั้น
...nn คดีฮั้วจะจบลงแบบไหน??? เขย่าค่ายสีน้ำเงินได้หรือไม่??? ส่วนสำคัญหนึ่งจึงขึ้นอยู่กับ ฝีมือพรรคฝ่ายค้านว่าเอาเข้าจริงจะมีน้ำยาแค่ไหน??? ลำพังใช้ลมปากสาดไปวันๆ คงไม่พอยุคนี้สังคมต้องการเห็นหลักฐานความจริงยึดเอาความถูกต้อง ไม่ใช่ความถูกใจ…สวัสดี
สิบแปดสิงห์

