บุคคลแนวหน้า : 30 ตุลาคม 2569

nn แนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา...ปัญหาปากท้องค่าครองชีพเป็นระเบิดเวลาปะทุไปทั่ว แม้แต่ในยุโรป หลายประเทศยังมีการประท้วงกันอยู่ สถานการณ์ยังไม่สามารถวางใจได้
...nnในส่วนประเทศไทยดูเหมือนรัฐบาล “อนุทิน ชาญวีรกูล” พุ่งเป้าไปที่เรื่องของ “พลังงาน” ที่เป็นต้นทุนชีวิตทางเศรษฐกิจของทุกภาคส่วนในประเทศ โดยเฉพาะน้ำมันเชื้อเพลิง
...nn เฉพาะเรื่องราคาน้ำมันเชื้อเพลิง รัฐบาลออกมาตรการมาติดๆ กัน 2 ระลอก ทั้งการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน E20 และ B20 และการปรับโครงสร้างราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่น โดยยกเลิกการนำค่าขนส่ง ค่าประกันภัย และค่าสูญเสียระหว่างขนส่งจากสิงคโปร์มาคำนวณเป็นต้นทุน เพราะน้ำมันส่วนใหญ่กลั่นในประเทศไทยไม่ได้ขนส่งจากสิงคโปร์ รวมถึงปรับการคำนวณต้นทุนสำรองน้ำมันให้สอดคล้องกับปริมาณสำรองจริง ซึ่งมาตรการปรับโครงสร้างราคาน้ำมันมีผลตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2569
...nnการถอด “ต้นทุนทิพย์” ทั้งค่าขนส่ง ค่าประกันภัย และค่าสูญเสียระหว่างขนส่งจากสิงคโปร์ ออกจากสูตรราคาน้ำมันครั้งนี้ จึงเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างครั้งสำคัญ นับตั้งแต่เริ่มใช้สูตรดังกล่าวในปี 2547 เพราะเป็นการยกเลิกต้นทุนที่เคยนำมาคำนวณ ไม่ใช่เพียงปรับวิธีคิดหรือปรับตัวเลขในสูตรเดิม
...nn มาตรการทั้งสองระลอกเริ่มเห็นผลต่อราคาขายปลีกแล้ว โดยมาตรการลดภาษีสรรพสามิตและปรับเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมัน ทำให้ราคาน้ำมัน E20 ลดลงลิตรละ 2.19 บาท และ B20 ลดลงลิตรละ 3.69 บาท โดยทั้งสองชนิดปรับลงมาอยู่ที่ลิตรละ 33.50 บาท ตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม
...nn ขณะที่เช้าวันที่ 29 ตุลาคม ราคาดีเซล B7 ปรับลดลงลิตรละ 1 บาท จาก 43.54 บาท เหลือ 42.54 บาท ส่วนแก๊สโซฮอล์ 91 ลดลงลิตรละ 50 สตางค์ จาก 41.67 บาท เหลือ 41.17 บาท และแก๊สโซฮอล์ 95 ลดลงลิตรละ 50 สตางค์ จาก 42.04 บาท เหลือ 41.54 บาท
...nn อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันในตลาดโลกยังอยู่ในทิศทางพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยวันที่ 28 ตุลาคม ราคาน้ำมันดิบ WTI ปิดที่ 102.78 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 2.88 ดอลลาร์ หรือร้อยละ 2.88 ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์ ปิดที่ 115.32 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.44 ดอลลาร์ หรือร้อยละ 1.26 ท่ามกลางความกังวลต่อความเสี่ยงด้านอุปทานจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทั้งเหตุโจมตีโรงกลั่นน้ำมันในซาอุดีอาระเบียและความเป็นไปได้ที่สถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านจะทวีความรุนแรงขึ้น
...nn สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่าแม้การปรับโครงสร้างราคาและลดภาษีจะช่วยลดภาระราคาน้ำมันในประเทศได้ แต่ทิศทางราคาในระยะต่อไปยังขึ้นอยู่กับความผันผวนของตลาดโลกด้วย ดังนั้น “รักษ์ ปฐวี” ขอย้ำอีกทีว่ารัฐบาลต้องเตรียมมาตรการตั้งรับไว้ด้วย
...nn อีกประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องพลังงาน คือโครงการติดตั้งโซลาร์เซลล์ภาคครัวเรือน (โซลาร์ภาคประชาชน) ซึ่งรัฐบาลตั้งเป้าสนับสนุน 1 ล้านครัวเรือน วงเงินรวม 50,000 ล้านบาท หรือครัวเรือนละ 50,000 บาท โดยข้อมูล ณ วันที่ 28 ตุลาคม มีผู้ลงทะเบียนแล้วกว่า 56,000 ราย อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ถูกวิจารณ์ว่าเงื่อนไขการเข้าร่วมอาจเอื้อผู้ประกอบการรายใหญ่และทำให้เอสเอ็มอีเสียเปรียบ โดยเฉพาะการกำหนดหลักประกันธนาคาร 50,000 บาทต่องาน และเงินประกันบริการหลังการขายอีก 10,000 บาท หากรับงาน 100 หลังผู้ประกอบการต้องมีวงเงินหลักประกันรวมถึง 6 ล้านบาท ซึ่งเป็นภาระที่รายเล็กอาจแบกรับได้ยาก
...nn รัฐบาลชี้แจงว่า หลักประกันมีไว้ป้องกันผู้ประกอบการทิ้งงานและคุ้มครองประชาชน โดยจะคืนเงินหลักประกัน 50,000 บาท ภายใน 7 วัน หลังติดตั้งและเชื่อมต่อระบบเรียบร้อย ส่วนเงินประกันบริการหลังการขายมีไว้รองรับการดูแลอุปกรณ์ตามเงื่อนไข 7 ปี แต่ข้อกังวลยังอยู่ที่ภาระเงินทุนระหว่างดำเนินงาน ซึ่งอาจทำให้ผู้ประกอบการรายเล็กแข่งขันกับบริษัททุนใหญ่ได้ยาก รัฐบาลจึงต้องทำให้เห็นว่าเงื่อนไขดังกล่าวไม่กลายเป็นอุปสรรคต่อการแข่งขัน และประโยชน์จากโครงการไม่ได้กระจุกอยู่กับผู้ประกอบการเพียงบางกลุ่ม
...nn ส่วนศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจกำหนดแล้วระหว่างวันที่ 7-10 ธันวาคม ก่อนลงมติวันที่ 11 ธันวาคม โดยฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายรัฐมนตรี 18 คน กล่าวหาตั้งแต่ทุจริตเลือก สว. การสอบข้าราชการ เอื้อประโยชน์พวกพ้อง ไปจนถึงความล้มเหลวในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและค่าครองชีพ แต่จนถึงวันนี้ยังไม่เห็นข้อมูลหรือหลักฐานชุดเด็ดที่จะทำให้รัฐบาลสะเทือน จะกั๊กไว้เปิดกลางสภา หรือมีแค่นี้ ต้องรอชม...nn
รักษ์ ปฐวี

