บทบรรณาธิการ : 27 ตุลาคม 2569

"ส่วยบุหรี่เถื่อน"วงจรอุบาทว์
ปฏิบัติการเด็ดขาดของกระทรวงมหาดไทย โดย มท.2 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่สั่งการให้กรมการปกครองสนธิกำลังทลายแหล่งค้าบุหรี่เถื่อนรายใหญ่ 6 จุดกลางเมืองนครราชสีมา ยึดของกลางจำนวนมาก พร้อมพบหลักฐาน "บัญชีส่วย" โยงใยหลายหน่วยงาน นับเป็นผลงานที่ต้องปรบมือให้และ ขอชื่นชมในความกล้าหาญเด็ดขาด ที่กล้าแตะรังแตนสกัดกั้นขบวนการทำลายเศรษฐกิจชาติชุดนี้
ทว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ "ไม่ควรจบลงแค่การยึดของกลางและจับกุมรายย่อย" เพราะจากหลักฐานบัญชีส่วยที่มีเงินหมุนเวียนหลายล้านบาท สะท้อนชัดเจนว่าเครือข่ายนี้มีข้าราชการกังฉินคอยหนุนหลัง หากจับกุมแล้วสาวไม่ถึงตัวการใหญ่ หรือปล่อยให้ข้าราชการทุจริตลอยนวล การปราบปรามก็จะเป็นเพียงแค่การจัดฉากผักชีโรยหน้าเท่านั้น
ยิ่งไปกว่านั้น ในพื้นที่เป้าหมายบางจุดยังปรากฏเงาของ หน่วยงานทหาร เข้าไปพัวพันด้วย จึงเป็นจังหวะก้าวสำคัญที่ผู้บัญชาการเหล่าทัพและหน่วยทหารในพื้นที่ จะต้องแสดงความโปร่งใสด้วยการ "กวาดบ้านตัวเอง" อย่างจริงจัง อย่าให้แกะดำไม่กี่ตัวมาทำลายเกียรติยศและศักดิ์ศรีของกองทัพโดยเด็ดขาด ใครผิดต้องฟันไม่เลี้ยง ไม่มีละเว้น
สังคมไทยจำต้องยอมรับความจริงอันเจ็บปวดว่า ที่ผ่านมาวงจรอุบาทว์ของบุหรี่เถื่อนและสินค้าหนีภาษี มักวนลูปเดิมคือ "จับ-ปรับ-ประกันตัว-แล้วกลับมาขายใหม่" เพราะบทลงโทษเบาหวิว และมีเงินส่วยคอยคุ้มครอง ทำให้ผู้ค้ายอมจ่ายเพราะคุ้มค่าความเสี่ยง วงจรอุบาทว์นี้จึงกัดกร่อนระบบนิติรัฐและสร้างความเสียหายต่อรายได้ประเทศปีละนับหมื่นล้านบาท
ดังนั้น รัฐบาลและฝ่ายปกครองต้องใช้โอกาสนี้เป็นบรรทัดฐานใหม่ ขยายผลการสืบสวนเส้นทางการเงินให้ถึงรากถึงโคน "ตัดวงจรอุบาทว์" ด้วยการใช้กฎหมายฟอกเงินยึดทรัพย์สินของผู้มีอิทธิพลและเจ้ารัฐที่รับส่วยให้สิ้นซาก พร้อมทั้งแก้ไขกฎหมายให้มีโทษหนักขึ้น ไม่ใช่แค่ปรับแล้วปล่อยให้กลับมาทำผิดซ้ำซาก
การทลายบุหรี่เถื่อนที่โคราชครั้งนี้ต้องไม่ใช่ไฟไหม้ฟาง แต่ต้องเป็นจุดเริ่มต้นของการชำระล้างข้าราชการทุจริตให้หมดไปจากแผ่นดิน เพื่อคืนความยุติธรรมและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ประกอบการที่ทำมาหากินสุจริตอย่างแท้จริง
เฉกเชั่นเดียวกับการบุกจับบาร์ สถานบันเทิง ที่เปิดโดยไม่ได้รับอนุญาต เปิดเกินเวลา ปล่อยเยาวชนเข้าไปมั่วสุมทั้งมีการเสพยาเสพติด ซึ่งอย่างน้อย 2 แห่งทั้งที่จังหวัดระยอง และย่านห้วยขวาง ทางเจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทย พบบัญชีส่วยให้บุคคลบางคนส่วนราชการต่าง ๆ ที่จะต้องสาวไปให้ถึงพวกรับส่วยรับสินบนตัวจริง ไม่เช่นนั้นการแก้ไขปัญหาอบายมุขต่าง ๆ ก็จะเหมือนพายเรือในอ่าง เป็นมะเร็งร้ายที่เกาะกินสังคมไทยต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

