จ่อยึดทรัพย์โกงสอบ ปปง.ลุยแล้ว นายหน้า/ขรก.หนาว นิรัตน์-มท4กล่อมอปท. ประกาศผลรอบ2ถูกต้อง หลายหน่วยช่วยกันดูแล โรมหวั่นตัดตอนคนโกง
20 สิงหาคม 2569 เวลา 06:00 น.
ปปง.มาแล้วจ่อยึดทรัพย์ขบวนการโกงสอบ นายหน้า-ขรก.ที่มีเอี่ยวหลักฐานชัดโดนหมด ขณะที่“นิรัตน์-มท.4”กล่อม อปท.อย่ากังวลผลสอบชุดใหม่โปร่งใสมีคณะกรรมการหลายชุดดูแลตรวจสอบ ไม่ได้เป็นเผือกร้อนโยนบาปให้ท้องถิ่น สส.โรม นั่งหัวโต๊ะถก กมธ.ยุติธรรม เชื่อยังมีคนเหนือกว่าอดีตอธิบดีที่โดนสอบเอี่ยวโกงสอบ เหน็บมหาดไทยเร่งปิดจ๊อบให้เสร็จ 31 สิงหาคม หวั่นตัดตอนช่วยบางกลุ่มให้รอด
เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ที่โรงแรมเดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินการกรณีทุจริตการสอบท้องถิ่นซึ่งมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก ว่า ปปง. ได้เข้ามาดำเนินการในเรื่องดังกล่าวตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โดยร่วมขับเคลื่อนการทำงานแบบบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ป.ป.ช.ได้เชิญ ปปง. เข้าร่วมเป็นผู้ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในการดำเนินการตรวจสอบพฤติการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อให้ดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นไปอย่างรอบด้านขณะที่ ปปง.ยืนยันว่าไม่ได้เพิกเฉยต่อกรณีดังกล่าว และอยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบข้อมูลพยานหลักฐานทั้งหมดโดยคาดว่าจะมีความคืบหน้าในเร็วๆ นี้
นายเทพสุ กล่าวว่า สำหรับกลุ่มบุคคลที่มีรายงานว่าอาจเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่นเป็นจำนวนประมาณ 5,000 คน ไม่ได้หมายความว่าบุคคลทั้งหมดจะถูกดำเนินการในลักษณะเดียวกัน แต่จำเป็นต้องแบ่งกลุ่มตามพฤติการณ์และบทบาทที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด คือ กลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐที่อาจเข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด กลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์เชิญชวนหรือชักชวนให้มีการทุจริต กลุ่มบุคคลที่รับโอนหรือรับเงิน รวมถึงกลุ่มบุคคลที่ให้ผลประโยชน์หรือจ่ายเงินเพื่อให้มีการสอบผ่านหรือได้รับการคัดเลือก โดย ปปง. จะต้องตรวจสอบ
ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของแต่ละบุคคลเป็นรายกรณี
ยึดทรัพย์โกงสอบเร็วๆ นี้
เลขาธิการ ปปง. ย้ำว่า การดำเนินงานของ ปปง.จะยึดพยานหลักฐานเป็นสำคัญ ไม่ได้พิจารณาจากกระแสข่าวหรือข้อมูลที่ปรากฏบนสื่อสังคมออนไลน์เพียงอย่างเดียวโดยเฉพาะการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สิน ซึ่งต้องมีพยานหลักฐานรองรับอย่างชัดเจนก่อนเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย
“มิติการทำงานของ ปปง.หลังจากยื่นคำร้องต่อศาลกว่า 99 เปอร์เซ็นต์ ศาลมีคำสั่งตามคำร้องของ ปปง.ซึ่งสะท้อนว่าการดำเนินการของ ปปง.ตั้งอยู่บนพื้นฐานของพยานหลักฐานทั้งหมด ไม่ใช่การดำเนินการตามกระแสข่าวหรือแรงกดดัน ไม่มีการปล่อยให้เรื่องเงียบหาย รวมถึงเผยแพร่ให้สังคมได้รับรู้”
นายเทพสุ กล่าวว่า ปปง.ต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่า การดำเนินงานของหน่วยงานสามารถเป็นที่พึ่งและสามารถขับเคลื่อนคดีให้เกิดผลได้ โดยเฉพาะการดำเนินการกับทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด ซึ่งต้องดำเนินการบนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ตรวจสอบได้
เดินหน้าตามเส้นเงิน
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีเฉพาะคดีทุจริตการสอบท้องถิ่น ปัจจุบัน ปปง.
จะเริ่มดำเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์เมื่อใดนั้น นายเทพสุ กล่าวว่า ปปง.จำเป็นต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด โดยเริ่มจากการตรวจสอบพยานหลักฐาน รวมถึงเส้นทางการเงินและข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อพิจารณาความเชื่อมโยงของบุคคลและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด
นายเทพสุ ยืนยันว่า ขณะนี้ ปปง.ได้เริ่มกระบวนการตรวจสอบแล้ว จากนี้จะนำไปสู่การพิจารณาดำเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์ตามกฎหมาย โดยต้องมีการยึดอายัด แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ยึดอายัด และจะเป็นเร็วๆ นี้ พร้อมย้ำว่าทุกขั้นตอนจะต้องดำเนินการตามพยานหลักฐานและกรอบกฎหมาย เพื่อให้การดำเนินคดีมีความรัดกุมและสามารถพิสูจน์ได้ในกระบวน การยุติธรรม
ประกาศผลสอบรอบ2ถูกต้อง
วันเดียวกัน นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย และรักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) แสดงความกังวลเรื่องการเพิกถอนข้าราชการที่ทุจริตสอบเข้าท้องถิ่นว่า ตนมั่นใจว่า ได้ความครบและความรอบคอบของขั้นตอนที่เราทำกันมาตั้งแต่คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) รับรองผลคะแนนที่ถูกต้องเอาไปเข้าคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) ได้รับรองผลคะแนนที่ถูกต้อง ถ้าถามว่าคะแนนทั้งหมดมาจากไหน ข้อเท็จจริงคือ มีการตรวจคะแนนอยู่แล้วโดยบริษัทคู่สัญญาของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ(มศว) อันนี้คือ หน้าที่เขาเลย แต่คะแนนที่ถูกต้องไม่เคยถูกนำมาใช้แค่นั้นเองวันที่เกิดเรื่อง กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ก็ไปเจอบัญชีเดียวกัน จึงเป็นที่มาของคะแนนที่ถูกต้อง ซึ่งมีบัญชีเดียว
ยันผลสอบมีบัญชีเดียว
นายนิรัตน์ กล่าวว่า ตนให้ความมั่นใจกับเทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ที่อยู่ในพื้นที่ว่า บัญชีนี้มาจากไหน ซึ่งมาจากการตรวจของบริษัทคู่สัญญาของ มศว แม้ทาง มศว กับ สถ.จะประสบปัญหาบ้าง แต่การตรวจจากบริษัทที่ถูกต้องเริ่มต้นกระดุมเม็ดที่หนึ่งต้องถูกก่อน เมื่อเกิดเรื่อง ป.ป.ช.ได้เอาบัญชีไปใช้ขยายผลการไต่สวน เพราะฉะนั้น เป็นบัญชีเดียวกัน ตำรวจสอบสวนกลางก็ใช้บัญชีเดียวกัน เอาไปตรวจและรับรองบัญชีนี้มาเลย เท่านั้นยังไม่พอ สถ.ได้นำบัญชีเดียวกันนี้มาสอบทานด้วยมือ ข้างหนึ่งเป็นเครื่อง ข้างหนึ่งเป็นมือบุคคล เราสอบทานใช้เวลาเป็นสิบกว่าวันกว่าจะเสร็จ ฉะนั้น ทำมา 4 รอบแล้วโดยบัญชีเดียวกัน
นายนิรัตน์กล่าวว่า ความถูกต้องของบัญชีวันนี้ ผู้มีหน้าที่รับรองถูกต้อง หลังจากนั้นมีขั้นตอนรับรองโดยคณะกรรมการชุดต่างๆ กสถ. ก.กลาง ได้ทำแล้ว จะส่งโดยเป็นเอกสารลับจาก ก.กลางไปยัง ก.จังหวัดทุกจังหวัด ก.จังหวัดรับแล้วจะนัดประชุม ซึ่งใน 1 จังหวัดจะมี 3 ก. ได้แก่ ก.อบต. ก.เทศบาล และก.อบจ. โดยแต่ละจังหวัดจะนัดประชุม ตั้งแต่วันที่ 18 ส.ค. ไม่เกินวันที่ 28 ส.ค. โดยผู้ที่เป็นกรรมการซึ่งจะเห็นบัญชีเอกสาร ซึ่งตนเรียนว่า การมีความกังวลเป็นเรื่องปกติเพราะยังไม่เห็นอะไรเลย แต่ท่านจะได้เห็นในที่ประชุม เพราะมันเป็นเอกสารลับ ไม่ได้โพสต์ลงโซเชียล หรือเปิดเผยทั่วไป เนื่องจากต้องปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลเหมือนกัน แต่เอกสารรับรองที่ส่งไปจะมีทั้งใบคะแนนที่ตรวจสอบทุกคนมีตรงนี้มั่นใจได้ว่า ถูกต้อง
เคลียร์อบจ.ที่ยังกังวล
ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่ละจังหวัดมีการรายงานกลับเข้ามาหรือยังว่า มีการเพิกถอนไปถึงไหนแล้ว นายนิรัตน์ กล่าวว่า มี การเพิกถอนจะไปมีผลในวันที่ 31 ส.ค. แต่การรายงานกลับมาจะเป็นการรายงานเรื่องการประชุม ก.จังหวัด เช่น ที่ จ.ลำพูน นายวีระเดช ภู่พิสิฐ นายก อบจ.ลำพูน วันก่อนซึ่งท่านกังวลเนื่องจากยังไม่เห็นตัวเอกสารว่า มีใบคะแนนหรือไม่ ตนบอกไปว่า มี เพียงแต่ท่านจะเห็นในวันที่ประชุม ซึ่ง จ.ลำพูนประชุมไปเมื่อวันที่ 18 ส.ค. พอประชุมท่านก็ร้องอ๋อว่า ครบแล้ว มั่นใจแล้ว แต่จะบอกว่าที่ตนส่งเป็นเผือกร้อนไปให้ผู้บริหารท้องถิ่นปลายทาง ต้องบอกว่า มันอุ่นลงแล้ว มันเย็นลงเยอะแล้ว ด้วยการกลั่นกรองอย่างรอบคอบและตรวจอย่างละเอียดของ กสถ. ก.กลาง และสถ.
เมื่อถามย้ำว่า แปลว่า สิ่งที่แต่ละพื้นที่กังวล เนื่องจากยังไม่เห็นผลใบคะแนนจริงใช่หรือไม่ นายนิรัตน์ กล่าวว่า ยังไม่เห็น จะเห็นวันประชุม เพราะว่า ใบคะแนนจริงของคนทั้งหมดหลายหมื่นคน เราเอามาแปะลงเพจเผยแพร่ทั่วไปไม่ได้ บางคนเขาจะฟ้องเอานี่คือ สิ่งที่น่ากลัวกว่า คือ ไปเอาคะแนนของแต่ละคนมาเผยแพร่สู่สาธารณะถูกฟ้องแน่นอน ตนไม่ทำ แต่ในที่ประชุมสามารถเอาขึ้นมาดูกันได้ แต่เป็นการประทับตราลับ
‘วรศิษฎ์’เชื่อทุกฝ่ายเข้าใจ
ด้านนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้า ก.จังหวัด ประชุมทุจริตสอบท้องถิ่น ว่า ก่อนหน้านี้ นายก อบจ. หลายพื้นที่มีความกังวล ตนเองเข้าใจ ในฐานะของคนทำงาน แต่รู้ว่าหลายส่วนหลายคนที่มีความกังวลขณะนี้ ยังไม่เห็นข้อมูล โดยทางกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น หรือ สถ. ได้มีการทำเป็นแพ็กเกจให้อยู่แล้ว ว่าการดำเนินการควรจะเป็นอย่างไร ข้อปฏิบัติต่อผู้ที่มีรายชื่อจะต้องมีวิธีปฏิบัติอย่างไร รวมถึงแบบฟอร์ม และเอกสารหลักฐานต่างๆ ก็จะแนบไปด้วย เพื่อให้ทุกคนสิ้นสงสัย
เคลียร์สมาคมท้องถิ่น
ขณะที่กรณี 3 สมาคมองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น จี้ให้ สถ.ส่งหลักฐานเพิกถอนข้าราชการท้องถิ่น เมื่อวันที่ 8 ส.ค. นั้น นายวรศิษฎ์ กล่าวว่าบางทีอาจจะยังไม่มีการส่งข้อมูลไปยังท้องถิ่น เมื่อวานนี้ได้พูดคุย ประธานสมาคม อปท. ก็อยากจะให้ทาง กรมสถ. สนับสนุนทีมกฎหมาย ซึ่งอธิบดี สถ. ได้เตรียมการในส่วนนี้ไว้อยู่แล้ว พร้อมเน้นย้ำว่าสถานการณ์ที่มีกรอบระยะเวลาค่อนข้างสั้น ต้องพยายามทำให้มันง่าย รวดเร็ว ตอบสนองท้องถิ่นที่มีความสงสัย และต้องการคำแนะนำให้เร็วที่สุด เพราะหากจะรอหนังสือราชการแล้วมาสอบถาม ส่งกันไป-มาคงไม่ทันการ ซึ่งมีการเน้นย้ำในเรื่องนี้ไปแล้ว
ส่วนหลักฐานข้อสรุปของแต่ละจังหวัดมาไม่พร้อมกัน จะมีผลต่อการพิจารณาหรือไม่ นายวรศิษฎ์ ยืนยัน ไม่มี นี่จึงเป็นเหตุผลที่ต้องตั้งกรอบเวลา ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 31 สิงหาคมนี้ เพราะเข้าใจดีว่า ก.จังหวัด แต่ละพื้นที่ ดำเนินการไม่พร้อมกัน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็มีหลายแห่งจึงตั้งกรอบใหญ่ไว้ให้
ทั้งนี้ นายวรศิษฎ์ ยืนยันว่า31 สิงหาคมนี้ คดีทุจริตการสอบท้องถิ่น
ต้องแล้วเสร็จ
โรมชี้มีไอ้โม่งใหญ่กว่าอธิบดี
วันเดียวกันที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม กมธ.ฯว่า มีหลายประเด็น อาทิ ผลประโยชน์ตอบแทนในการจัดสอบ และเชื่อว่ามีคนที่เหนือกว่าอดีตอธิบดีที่ถูกดำเนินคดีเข้ามาเกี่ยวข้องกับการโกงสอบในครั้งนี้
นายรังสิมันต์ ยังกังวลว่าที่กระทรวงมหาดไทยเร่งรัดเรื่องการโกงสอบให้จบในสิ้นเดือนนี้ เกรงว่าจะเป็นการตัดตอนช่วยคนโกงบางคนบางกลุ่ม ซึ่งตนถือว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้องแต่ทุกอย่างต้องทำให้ชัดเจนแม้จะต้องใช้เวลามากกว่านั้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

