ดร.สามารถ ถอดบทเรียนไฮสปีดชนสยองที่สเปน เตือนไทยสร้างรถไฟความเร็วสูง ต้องเซฟตี้เกินร้อย ก่อนเปิดปี 73

ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ถอดบทเรียนจากอุบัติเหตุรถไฟความเร็วสูงชนกันที่ประเทศสเปน เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ในขณะที่ประเทศกำลังเดินหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงสายแรก (ไทย-จีน) ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2573 ระบุข้อความว่า
ไฮสปีดชนสยอง!
ไทยต้องระวังเกิน 100
อุบัติเหตุรถไฟความเร็วสูงชนกันในประเทศสเปน เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ทั่วโลกต้องหันกลับมาทบทวนมาตรฐานความปลอดภัยของระบบรถไฟความเร็วสูงอีกครั้ง โดยเฉพาะประเทศไทยที่กำลังเดินหน้าก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงสายแรก กรุงเทพฯ-นครราชสีมา และมีแผนเปิดให้บริการในอนาคตอันใกล้
เหตุการณ์ครั้งนี้จึงเป็นบทเรียนสำคัญที่ไทยไม่ควรมองข้าม เพราะการสร้างรถไฟให้วิ่งได้เร็วเป็นเรื่องหนึ่ง แต่การทำให้รถไฟเดินทางได้อย่างปลอดภัยในทุกสถานการณ์ เป็นเรื่องที่สำคัญยิ่งกว่า
1. ไฮสปีดชนวินาศ บทเรียนจากสเปน
อุบัติเหตุรถไฟความเร็วสูงชนกันอย่างรุนแรงในประเทศสเปน เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 เป็นเหตุการณ์ที่สร้างความตกตะลึงไปทั่วโลก
ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่า ระบบอัตโนมัติที่ใช้ควบคุมความเร็วและความปลอดภัยในการเดินรถไฟเกิดขัดข้อง ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเปลี่ยนไปใช้ขั้นตอนควบคุมการเดินรถสำรอง แต่สิ่งที่กำลังถูกตรวจสอบคือ เหตุใดจึงมีการอนุญาตให้รถไฟขบวนหนึ่งวิ่งต่อไป ทั้งที่ยังมีรถไฟอีกขบวนจอดอยู่ข้างหน้า
ในที่สุด รถไฟขบวนดังกล่าวก็พุ่งชนท้ายรถไฟที่จอดอยู่ด้วยความเร็วสูง
เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่า แม้จะมีระบบความปลอดภัยที่ทันสมัย แต่หากระบบหลักขัดข้องและระบบสำรองไม่สามารถป้องกันความผิดพลาดได้ หรือเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานผิดพลาด ก็อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้
2. อีกไม่นาน ไทยจะมีรถไฟความเร็วสูง
ประเทศไทยกำลังก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทาง 250.77 กิโลเมตร ใช้ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. โดยรัฐบาลตั้งเป้าหมายเปิดให้บริการในปี 2573
แม้โครงการนี้จะเป็นความร่วมมือกับจีน แต่ผมเห็นว่าเราไม่ควรมองข้ามประสบการณ์ของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศแรกของโลกที่พัฒนารถไฟความเร็วสูง หรือที่เรียกว่า “ชินคันเซ็น”
3. ต้องเตรียมพร้อมเกิน 100 เรียนรู้จากญี่ปุ่น
ชินคันเซ็นสายโตเกียว-โอซาก้า เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2507 โดยไม่เคยเกิดอุบัติเหตุที่ทำให้ผู้โดยสารเสียชีวิตเลย
อะไรทำให้ชินคันเซ็นมีความปลอดภัยสูงเช่นนี้?
ผมเห็นว่าไม่ได้เกิดจากเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการให้ความสำคัญกับความปลอดภัยอย่างเป็นระบบ ทั้งการออกแบบ การควบคุมการเดินรถ การบำรุงรักษา และการฝึกอบรมบุคลากร
ตัวอย่างที่น่าสนใจ ได้แก่
(1) ระบบควบคุมรถไฟอัตโนมัติ (ATC) ระบบจะตรวจสอบความเร็วของรถไฟ และสั่งให้ลดความเร็วหรือเบรกโดยอัตโนมัติ หากรถไฟวิ่งเร็วเกินกว่าที่กำหนดหรือไม่เป็นไปตามเงื่อนไขความปลอดภัย ไม่ปล่อยให้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพนักงานขับรถเพียงอย่างเดียว
(2) ระบบตรวจจับแผ่นดินไหวล่วงหน้า รถไฟชินคันเซ็นของญี่ปุ่นมีระบบตรวจจับแรงสั่นสะเทือน โดยติดตั้งเครื่องตรวจวัดไว้ตามแนวเส้นทางและบริเวณชายฝั่ง เมื่อเกิดแผ่นดินไหว ระบบจะประเมินความเสี่ยงและส่งคำสั่งให้ตัดกระแสไฟฟ้าและเบรกฉุกเฉินโดยเร็ว เพื่อให้รถไฟลดความเร็วหรือหยุดก่อนที่จะได้รับผลกระทบจากแรงสั่นสะเทือนรุนแรง
(3) การออกแบบระบบความปลอดภัยหลายชั้น ทั้งระบบอาณัติสัญญาณ ระบบควบคุมการเดินรถ ระบบสื่อสาร และระบบตรวจจับความผิดปกติ เพื่อป้องกันไม่ให้ความผิดพลาดเพียงจุดเดียวกลายเป็นอุบัติเหตุร้ายแรง
(4) การฝึกอบรมบุคลากรและการรับมือเหตุฉุกเฉิน ต้องฝึกให้พนักงานขับรถและเจ้าหน้าที่ควบคุมการเดินรถรู้วิธีรับมือเมื่อเกิดเหตุผิดปกติ โดยเฉพาะเมื่อระบบอัตโนมัติขัดข้อง ต้องมีขั้นตอนปฏิบัติที่ชัดเจน เพื่อให้ทุกคนปฏิบัติไปในแนวทางเดียวกัน ไม่ใช่ปล่อยให้แต่ละคนตัดสินใจเองจนเกิดความเสี่ยงต่อชีวิตผู้โดยสาร
ผมไม่ได้หมายความว่าระบบเหล่านี้มีเฉพาะในญี่ปุ่น เพราะประเทศอื่นอย่างสเปนก็มีระบบควบคุมและป้องกันรถไฟที่ทันสมัยเช่นกัน แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่า การมีเทคโนโลยีดีเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องมีระบบสำรองและมาตรการป้องกันความผิดพลาดที่รัดกุมด้วย
4. บทเรียนจากสเปน ไทยต้องไม่ประมาท
ผมเห็นว่าไทยควรเรียนรู้จากประสบการณ์ของทั้งญี่ปุ่นและประเทศอื่นๆ โดยไม่ยึดติดว่าจะต้องใช้เทคโนโลยีจากประเทศใด
สิ่งสำคัญคือ ก่อนเปิดให้บริการรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมั่นใจว่า
(1) ระบบควบคุมการเดินรถมีความปลอดภัยและเชื่อถือได้
(2) หากระบบหลักขัดข้อง ระบบสำรองต้องสามารถรักษาความปลอดภัยของการเดินรถได้
(3) บุคลากรทุกคนต้องผ่านการฝึกอบรมและพร้อมรับมือกับเหตุฉุกเฉิน
(4) ต้องมีหน่วยงานหรือผู้เชี่ยวชาญที่เป็นอิสระจากผู้ก่อสร้างและผู้ติดตั้งระบบ เข้ามาทดสอบและตรวจสอบความปลอดภัยอีกชั้นหนึ่ง ก่อนอนุญาตให้เปิดบริการ
รถไฟความเร็วสูงไม่ได้มีความสำคัญเพียงแค่ความเร็ว แต่ต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยมากกว่าความเร็วหลายเท่า
ประเทศไทยต้องเตรียมพร้อมเกิน 100% อย่ารอให้เกิดโศกนาฏกรรมเสียก่อน จึงค่อยกลับมาทบทวนมาตรฐานความปลอดภัย!
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

