อดีตนายกสภาทนายฯ กางข้อกฎหมาย ชี้ 'ผู้มีอำนาจ' อมเงินมูลนิธิ ผู้บริจาคเรียกคืนได้

อดีตนายกสภาทนายฯ กางข้อกฎหมายฟัน "มูลนิธิอมเงินบริจาค" ผิดยักยอก ฉ้อโกงฟอกเงิน- ผู้บริจาคเรียกเงินคืนได้ ยันปัจจุบันมีมูลนิธิจำนวนมากสร้างปัญหาให้สังคม วอนมหาดไทยสอดส่องดูแล
เมื่อวันที่ 2 พ.ย. ดร.วิเชียร ชุบไธสง อดีตนายกสภาทนายความ ให้ความเห็น ข้อกฏหมาย ในประเด็นมูลนิธิทั่วไปในภาพรวม ว่า การที่ผู้มีอำนาจหน้าที่จัดการทรัพย์สินของมูลนิธิแล้วเบียดบังเอาเงินหรือทรัพย์สินของมูลนิธิไปเป็นของตนเองหรือบุคคลที่สามโดยทุจริตย่อมมีความผิดฐานยักยอกทรัพย์ ส่วนการจะมีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนหรือไม่ ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงหากมีการเปิดรับบริจาคการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชนหรือการปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชนย่อมเข้าข่ายมีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน นอกจากนี้ หากปรากฏข้อเท็จจริงว่ามูลนิธิได้เชิญชวน โดยวิธีการโพสต์เชิญชวนให้ประชาชนบริจาค เพื่อนำเงินหรือทรัพย์สินที่บริจาคไปใช้ในกิจการสาธารณะหรือตามวัตถุประสงค์ แต่ได้มีการนำเงินหรือทรัพย์สินที่รับบริจาคไปใช้ผิดวัตถุประสงค์หรือนำไปใช้ส่วนตนหรือนำไปมอบให้บุคคลอื่นซึ่งไม่ได้เป็นไปตามที่โพสต์โฆษณา ประชาสัมพันธ์ ชักชวน ย่อมเข้าข่ายนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อาจมีความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และอาจมีความผิดตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 โดยการโอน รับโอน เปลี่ยนสภาพ ปกปิด หรือซ่อนแหล่งที่มาของทรัพย์สินหรือที่มา ครอบครองหรือใช้ทรัพย์สินโดยรู้ในขณะนั้นว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำผิดมูลฐาน ซึ่งความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนก็เป็นหนึ่งในมูลฐานความผิดตามกฎหมายฟอกเงิน
ทั้งนี้สิทธิของผู้บริจาคเงินหรือทรัพย์สินที่มีต่อมูลนิธิ หากการบริจาคที่ดินโดยระบุเงื่อนไขหรือวัตถุประสงค์ไว้ชัดเจน แล้วมูลนิธิ ผู้รับบริจาคไม่ดำเนินการตามเงื่อนไขหรือนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ผู้บริจาคอาจอาศัยหลักการเรื่องผิดสัญญาตามเงื่อนไขแห่งนิติกรรม หรือความสำคัญผิดในสาระสำคัญ เพื่อขอบอกเลิกหรือเพิกถอนการให้และเรียกเงินคืนได้
ส่วนการถอดถอนกรรมการ หรือคณะกรรมการมูลนิธิ สามารถดำเนินการได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 129
ส่วนกรณีที่กรรมการมูลนิธิคนใดดำเนินกิจการของมูลนิธิผิดพลาดเสื่อมเสียต่อมูลนิธิ หรือดำเนินกิจการฝ่าฝืนกฎหมายหรือข้อบังคับของมูลนิธิ หรือกลายเป็นผู้มีฐานะหรือความประพฤติไม่เหมาะสมในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ นายทะเบียน พนักงานอัยการ หรือผู้มีส่วนได้เสียคนหนึ่งคนใดอาจร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งถอดถอนกรรมการของมูลนิธิผู้นั้นได้
สำหรับการกระทำตามวรรคหนึ่งเป็นการกระทำของคณะกรรมการของมูลนิธิหรือปรากฏว่าคณะกรรมการของมูลนิธิไม่ดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิโดยไม่มีเหตุอันสมควร นายทะเบียน พนักงานอัยการ หรือผู้มีส่วนได้เสียคนหนึ่งคนใดอาจร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งถอดถอนกรรมการของมูลนิธิทั้งคณะได้
ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งถอดถอนกรรมการของมูลนิธิหรือคณะกรรมการของมูลนิธิตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสองศาลจะแต่งตั้งบุคคลอื่นเป็นกรรมการของมูลนิธิ หรือคณะกรรมการของมูลนิธิแทนกรรมการของมูลนิธิ หรือคณะกรรมการของมูลนิธิที่ศาลถอดถอนก็ได้ เมื่อศาลมีคำสั่งแต่งตั้งบุคคลใดเป็นกรรมการของมูลนิธิแล้ว ให้นายทะเบียนดำเนินการจดทะเบียนไปตามนั้น
ปัจจุบันมีมูลนิธิจำนวนมากที่สร้างปัญหาให้กับสังคมถึงเวลาหรือยังที่กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง ในฐานะนายทะเบียนมูลนิธิตามกฎหมาย ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมกำกับดูแลและตรวจสอบการดำเนินงานของมูลนิธิ จะต้องเอาจริงเอาจังทำการตรวจสอบ ดำเนินคดีกับมูลนิธิเหล่านั้น.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

