ส่งออก-นำเข้าราคาพุ่ง หลังต้นทุนขยับขึ้นตามน้ำมัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) รายงานดัชนีราคาส่งออก และดัชนีราคานำเข้าของไทย เดือนกันยายน 2569 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน โดยขยายตัวต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากความกังวลด้านอุปทานและความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ผลักดันราคาพลังงานและวัตถุดิบ ประกอบกับต้นทุนชิ้นส่วนการผลิตที่อยู่ในระดับสูง และความต้องการสินค้าเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) และโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล
ทั้งนี้ดัชนีราคาส่งออก เดือนกันยายน 2569 เท่ากับ 115.4 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ขยายตัวเพิ่มขึ้น 3.6 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยได้รับแรงหนุนจากความกังวลด้านอุปทาน จากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และสภาพอากาศแปรปรวน ต้นทุนวัตถุดิบและชิ้นส่วนที่อยู่ในระดับสูง รวมถึงอุปสงค์ที่แข็งแกร่งในบางตลาด ส่งผลให้ดัชนีราคาส่งออกปรับสูงขึ้นทุกหมวดสินค้า ประกอบด้วย หมวดสินค้าแร่และเชื้อเพลิง สูงขึ้น 47.4% ตามราคาน้ำมันสำเร็จรูปและน้ำมันดิบ หมวดสินค้าเกษตรกรรม สูงขึ้น 9.2 % อาทิ ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ยางพารา และข้าว ราคาปรับสูงขึ้นตามความกังวลด้านอุปทานและผลผลิตจากสภาพอากาศแปรปรวน หมวดสินค้าอุตสาหกรรม สูงขึ้น 1.8 % จากเครื่องคอมพิวเตอร์ และแผงวงจรไฟฟ้า ตามต้นทุนเซมิคอนดักเตอร์ (ชิป) และหน่วยความจำ ท่ามกลางอุปทานตึงตัวและความต้องการสินค้าที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เพิ่มขึ้น หมวดสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร สูงขึ้น 1.0 % อาทิ น้ำตาล และไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ อาหารสัตว์เลี้ยง
ส่วนดัชนีราคานำเข้า เดือนกันยายน 2569 เท่ากับ 130.7 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ขยายตัวเพิ่มขึ้น 12.3 % (YoY) ปัจจัยหลักเป็นผลจากความกังวลด้านอุปทานและความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทำให้ราคาพลังงานขยายตัวในระดับสูง ประกอบกับความต้องการสินค้าวัตถุดิบและทุนเพื่อรองรับการผลิตและการลงทุน ด้าน AI และ Data Center ที่ขยายตัวต่อเนื่อง ส่งผลให้ดัชนีราคานำเข้าปรับสูงขึ้นทุกหมวดสินค้า ประกอบด้วย หมวดสินค้าเชื้อเพลิง สูงขึ้น 45.7 % จากราคาน้ำมันดิบ และน้ำมันสำเร็จรูป หมวดสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป สูงขึ้น 9.2 % จากอุปกรณ์ ส่วนประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ตามการขยายตัวของเทคโนโลยี AI การลงทุนใน Data Center และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ส่งผลให้ความต้องการอุปกรณ์จัดเก็บและประมวลผลข้อมูล
ส่วนหมวดสินค้าอุปโภคบริโภค สูงขึ้น 5.9 % จากเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม เสื้อผ้า รองเท้าและผลิตภัณฑ์สิ่งทออื่น ๆ และเครื่องใช้เบ็ดเตล็ด ตามต้นทุนการผลิต ที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงความต้องการใช้เพิ่มขึ้น หมวดสินค้าทุน สูงขึ้น 4.9 % จากเครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ และเครื่องมือ เครื่องใช้ทางวิทยาศาสตร์ การแพทย์ การทดสอบ หมวดยานพาหนะและอุปกรณ์การขนส่ง สูงขึ้น 1.5 % จากรถยนต์โดยสารและรถบรรทุก รถยนต์นั่ง รถจักรยานยนต์ และยานพาหนะอื่น ๆ ตามการขยายตัวของการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า และรถยนต์พลังงานทางเลือกเพิ่มขึ้น
ขณะที่แนวโน้มดัชนีราคาส่งออก และดัชนีราคานำเข้า เดือนตุลาคม 2569 คาดว่าขยายตัวต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจาก 1. ราคาพลังงานและต้นทุนการขนส่งที่อยู่ในระดับสูง จากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ และความกังวลด้านอุปทาน ส่งผลต่อต้นทุนและราคาสินค้าที่เกี่ยวเนื่องปรับสูงขึ้น 2. ราคาชิปและหน่วยความจำมีแนวโน้มสูงขึ้น จากภาวะอุปทานตึงตัว ขณะที่ความต้องการสินค้าเทคโนโลยี AI และ Data Center ยังคงอยู่ ในระดับสูง และ 3. ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มความเสี่ยงด้านอุปทาน โดยเฉพาะพลังงาน วัตถุดิบ และสินค้าโภคภัณฑ์บางกลุ่ม ซึ่งอาจส่งผ่านไปยังราคาส่งออกและนำเข้า
ขณะที่ปัจจัยที่อาจทำให้ดัชนีราคาส่งออก-นำเข้า ขยายตัวต่ำกว่าที่คาด ได้แก่ 1. เศรษฐกิจและอุปสงค์โลกมีแนวโน้มชะลอลง โดยเฉพาะกำลังซื้อในตลาดสำคัญ ซึ่งอาจมีข้อจำกัดในการปรับขึ้นราคาสินค้า 2. อุปสงค์สินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคยังมีข้อจำกัด เนื่องจากหากการลงทุนด้าน AI ชะลอตัว อาจทำให้ความต้องการสินค้าเทคโนโลยีลดลง 3. ราคาพลังงานมีโอกาสชะลอลงหากอุปทานฟื้นตัว ประกอบกับอุปสงค์พลังงานโลกที่อ่อนตัวลง ซึ่งจะลดแรงกดดันต่อราคาสินค้าและวัตถุดิบที่เกี่ยวเนื่อง และ 4. ความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าระหว่างประเทศ อาจกดดันบรรยากาศการค้าและการลงทุน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

